วันพุธที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2557

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 41

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557

บทประพันธ์ ยาขอบ

บทโทรทัศน์ วิโรจน์ ศรีสิทธิ์เสรีอมร

กำกับการแสดงโดย คุณากร เศรษฐี

ออกอากาศทุกวัน จันทร์/อังคาร/พุธ

เวลา 08.00/11.30/15.50/20.00 น.

ทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8

 

ตำหนักนันทวดี หงสาวดี นันทวดีทรงงานอยู่กับโชอั้ว มีนางข้าหลวงช่วย เสียงนางข้าหลวงด้านนอกร้องโวยวาย นันทวดีตกใจ ยังไม่ทันตั้งตัว ทหารวังกับนางข้าหลวงด้านนอกก็วิ่งเข้ามา“พระมเหสีได้โปรดเถิด พระมเหสีเกิดเรื่องร้ายแล้วพระมเหสี มีพวกขบถเข้ายึดวังหลวง”นันทวดีและโชอั้วยังมิทันขยับตัว ทหารขบถก็พรวดเข้ามาเต็มพระตำหนัก นันทวดีเข้ากันทหารวังไว้“ผู้ใดบุกเข้ามาในตำหนักฝ่ายในมีโทษถึงตัดหัว”สันเทโวเดินถือดาบเข้ามา ยิ้มกร่าง “และหากถืออาวุธเข้ามาด้วยจะมีโทษถึงขั้นไหนอีก”นันทวดีกับโชอั้วจ้องมองสันเทโวอย่างเกลียดชัง“บัดนี้ทหารข้าพเจ้าได้ยึดพระราชวังหลวงหงสาวดีไว้หมดแล้ว หากพระมเหสีต้องการความปลอดภัยจงอยู่ในคำสั่งข้าพเจ้า และปฏิบัติพระองค์อยู่ในพระราชวังนี้อย่างสงบ”“ข้าพเจ้านึกแล้วว่าต้องเป็นท่าน” นันทวดีว่าโชอั้วกล่าวแค้นๆ “พระเชษฐาตัวเองยังทรยศได้ พวกเลี้ยงมิเชื่อง” “ขอพระมเหสีเสด็จไปยังท้องพระโรงหน้าเถิด ทุกคนรอพระมเหสีอยู่ ทหารเชิญพระมเหสีออกไป”ทหารขบถขยับเข้ามา โชอั้วเข้าขวาง “อย่าแตะต้องพระวรกายพระมเหสี”นันทวดีจ้องมองอย่างไว้พระยศจนทหารต้องหยุด แล้วนันทวดีจึงเสด็จออกไปเองมุขอายตั้งต้นเป็นมเหสี แล้วบอกว่ามังตราคงสิ้นบุญที่จะกลับมา นันทวดีและโชอั้วสีหน้าตกใจที่ได้ยินมุขอายพูดเช่นนั้นมุขอายกล่าวอีก “บัลลังก์นี่จะรอท่านสมิงสอตุดกลับมานั่งคู่กับข้าพเจ้า เมื่อทำพิธีปราบดาภิเษกแล้ว หากผู้ใดร้องขอชีวิต ข้าพเจ้าก็จะปล่อยผู้นั้นไป” นันทวดีจ้องมองมุขอายอย่างเจ็บแค้น มุขอายนั่งอยู่บนบัลลังก์มองมาอย่างเย้ยหยั่น

อุทยานตองอู ทะกยอดินและเหล่าทหารยืนเต็มลาน จันทราเดินนำกุสุมาและคนอื่นๆ ออกมา มีเชงสอบู อเทตยาตามมาส่ง แต่ละนางพยายามกลั้นน้ำตาไว้ด้วยสงสารกุสุมา“ข้าพเจ้าพร้อมแล้วท่านทกะยดิน พาเราไปเฝ้าพระเจ้าเมงบาเถิด”ทะกยอดินและทหารพากันถวายบังคม “ข้าพเจ้าละอายใจเหลือเกิน ที่ต้องยอมนำตะละแม่ออกไปเฝ้าพระเจ้าเมงบา หากความตายของข้าพเจ้าแลกกับการนี้ได้ ข้าพเจ้าจะขอออกไปให้พวกยะข่ายมันตัดหัวบัดเดี๋ยวนี้”

จันทราปรามไว้ “อย่าเลย ท่านยังต้องอยู่แก้ไขเหตุการบ้านเมืองให้รอดได้อยู่ ข้าพเจ้าเป็นสตรีพระเจ้ายะข่ายคงมิยอมเสื่อมเกียรติประหารสตรีดอก การนี้เป็นเพียงข้าพเจ้าช่วยชะลอเหตุไว้เท่านั้น หากมิออกไปพวกยะข่ายคงปีนกำแพงเข้ามาแน่”กุสุมาภาวนา “ขอให้พี่ท่านรอดปลอดภัย อย่ามีผู้ใดทำร้ายพี่ท่านได้”เชงสอบูกับอเทตยา และนางข้าหลวง ทรุดลงกราบจันทราร้องไห้“ไปกันเถิด” จันทราบอกทุกคน ทะกยอดินเดินนำจันทราตรงไปที่ประตูรั้ว

ทันใดนั้นกันทิมาแต่งชุดนาคะกับคนงานตีดาบก็พรวดปีนกำแพงอีกด้าน เข้ามาทรุดลงกับพื้นขวางทางไว้“ช้าก่อนตะละแม่”จันทรากับกุสุมาหันมอง “กันทิมา แม่กันทิมา”“ข้าพเจ้ามารับตะละแม่ทั้งหมด หนีออกจากตองอู” ทุกคนยังยืนงงอยู่ “ขอท่านทะกยอดินจงรบยื้อศึก เพื่อถ่วงให้ข้าพเจ้ามีเวลาพาตะละแม่หนีไปให้ไกลที่สุดเถิด ข้าพเจ้าขออารักษ์ขาถวายชีวิตแด่ตะละแม่เอง”จันทรายืนมองกุสุมาด้วยความซาบซึ้ง กุสุมาเข้ามาหาจันทรา“เราคงมิมีทางเลือกดีกว่านี้แล้วพี่ท่าน” อเทตยาว่า “หากท่านตกเป็นองค์ประกัน ต่อให้บุเรงนองมีทหารอยู่นับแสนก็มิยอมเอาชนะพวกยะข่ายเด็ดขาด”ทะกยอดินเข้ามาหา สีหน้าเด็ดเดี่ยวขึ้น “ขอตะละแม่รีบเสด็จเถิด รบครั้งนี้ข้าพเจ้ามิกลัวตายแล้ว”“ขอท่านต่อสู้แต่เพียงป้องกันพระนคร ข้าพเจ้าจะรีบหาทางส่งข่าวไปแจ้งท่านบุเรงนองและเมืองแปรให้ส่งทหารมาช่วยโดยเร็ว” จันทรากล่าว

เวลาเดียวกันมังตราได้ถูกพยัตตบะปรุงน้ำจัณฑ์ใส่ยาพิษถวายจนพระอาการทรุดหนัก จะเด็ดจึงไม่กล้าทิ้งมังตราขึ้นไปช่วยตองอู จะเด็ดรู้จากหมอลวงว่าพยัตตบะปรุงน้ำจัณฑ์ใส่ยาพิษถวายก็จะฆ่า แต่พยัตตบะหันไปขอให้สมิงสอตุดช่วย แล้วพากันออกไป จะเด็ดแค้นมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องดูแลมังตรา แต่สั่งให้จาเลงกาโบจัดการ

บนเนินไกลออกไปเยมส์สอเรสคุมกองทหารโปรตุเกสเข็นปืนใหญ่ขึ้นมาเต็มเนินเขา ล้อมพลับพลาเต้นท์ไว้ ทหารทั้งหมดกลัว เริ่มลังเลสมิงสอตุดหัวเราะชอบใจ “ดี จะได้ตายเสียให้พร้อมๆ กัน กองทหารปืนเข้าประจำที่พวกที่วิ่งตามมาเข้าอารักษ์ขาสมิงสอตุด”

หน้ากระโจมพลับพลา จาเลงกาโบยืนถือดาบนิ่งอยู่หน้ากองทหารอาวุธมีคมธรรมดา แต่พร้อมที่จะตายในพลับพลากระโจม มังตรานอนพระพักตร์ซีดมาก พยายามไขว่คว้าหาจะเด็ดๆ รีบวิ่งมาหา“จะเด็ด พี่ท่าน”“ข้าพเจ้าอยู่นี่” จะเด็ดทรุดลงหมอบเฝ้าอยู่ข้างๆ

ลานหน้าพลับพรากระโจม จาเลงกาโบถือดาบยืนจังก้าป้องกันกระโจมพลับพลาอย่างถวายชีวิต มีทหารหงสาวดียืนอยู่เต็มลาน

ในพลับพลากระโจม ตะเบงชะเวตี้จับมือจะเด็ดไว้ พยายามจะพูด“ความริษยาของข้าพเจ้า ทำร้ายตัวเองยังไม่พอ ยังทำลายพุกามด้วย”“อย่าโทษพระองค์เองเช่นนี้”“ข้าพเจ้าคงไม่ได้กลับไปเห็นหงสาวดีอีกแล้ว”“พี่จะพาน้องท่านกลับไปให้ได้”“อภัยข้าพเจ้าด้วย”“พี่ไม่เคยโกรธน้องท่านเลย ถึงตัดศีรษะพี่ไปเดี๋ยวนี้พี่ก็ไม่โกรธ พี่นี้คือข้าบาทของน้องท่าน”มังตราลูบหัวจะเด็ด “พระอาจารย์มังสินธูทำนายชะตาไว้ถูกต้อง บุญข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าหงสาวดีก็นับว่าสูงสุดแล้ว ขอพี่ท่านนั่งบัลลังก์ได้เป็นพระเจ้าสิบทิศ แทนข้าพเจ้าด้วย”จะเด็ดร้องไห้พูดไม่ออก มังตราเอื้อมมือมาจับศีรษะจะเด็ดลูบเบาๆ

บนเนินเขา สมิงสอตุดยืนบัญชาการอยู่ข้างปืนใหญ่กับเยมส์สอเรสและพยัตตะบะสมิงสอตุดสั่ง “กองปืนใหญ่ ยิง”ปืนใหญ่ทั้งหมดระดมยิงออกไปอย่างรุนแรง หลายนัดทหารที่ล้อมกระโจมพลับพลาอยู่โดนระเบิดลูกปืนใหญ่ตายลงอย่างมากมาย จะเด็ดหันมามองจาเลงกาโบๆ วิ่งบุกนำออกไป ทหารทั้งหมดวิ่งตามไปจาเลงกาโบเสียงดัง “ถวายชีวิตแก่พระเจ้าอยู่หัวเถิดพวกเรา”

ในพลับพลากระโจม จะเด็ดร้องไห้อยู่ข้างๆ มังตรา มือมังตราที่จับหัวจะเด็ดอยู่ตกลง มือมังตราค่อยๆ ตกลงจากหัวจะเด็ด จะเด็ดตกใจ ดึงมังตรามากอดไว้แน่น“มังตรา มังตรา”

ทุ่งสมรภูมิ เต็มไปด้วยระเบิดและควันโขมง ทหารที่วิ่งตามจาเลงกาโบไปโดนลูกปืนใหญ่ล้มตายลงเรื่อยๆ จะเด็ดถือทวนเดินออกมาจากกระโจมน้ำตานองหน้า หยุดพนมมือไหว้ฟ้า “หากข้าพเจ้าจะได้เป็นจักรพรรดิ์แห่งพุกามประเทศ ดังคำทำนายแล้วขอเทพยาดาฟ้าดินจงปกปักษ์รักษาข้าพเจ้าด้วย หากคำทำนายมิศักดิ์สิทธิ์ ข้าพเจ้าขอสิ้นชีวิตในศึกนี้”อยู่ๆ ลมก็พัดขึ้นมาเฉยๆ เสียงท้องฟ้าคำรามดังสนั่น มีเมฆเคลื่อนมาอย่างรวดเร็ว มีสายฟ้าผ่าและฟ้าแลบน่ากลัว ตรงที่จะเด็ดยืนอยู่เริ่มมีฝนตกลงมา จะเด็ดวิ่งไปขึ้นม้าที่ผูกอยู่ใกล้ๆ ควบออกไป

 

 

วันที่ 11/02/2557 เวลา 17:20 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



น้ำตาลหวานสมชื่อ [30/08/2557]
สาวหน้าหวาน สวยแทงใจ อยู่ที่ไหนก็ไม่พ้นสายตา “แมวมอง” อย่าง “น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์” วัย 22 ปี