banmuang.co.th ปีที่ 9(39)  ฉบับที่ (17343)  ประจำวันที่ 4  กันยายน 2553   
 
   บ้านเมือง Home : เกี่ยวกับบริษัท : ติดต่อ   
  บทบรรณาธิการ
  การเมือง
  เศรษฐกิจ
  อาชญากรรม
  กทม., สาธารณสุข, สิ่งแวดล้อม
  การศึกษา, ศาสนา, วัฒนธรรม
  ภูมิภาค
  ยานยนต์
  กีฬา
  ท่องเที่ยว, พาชิม
  ต่างประเทศ
  บันเทิง, สตรี

 
 
 
  หมวดข่าว / ข่าวออนไลน์
โดย บ้านเมืองออนไลน์ เมื่อเวลา 9:33:00  วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2553

คอลัมน์ : ชีวิตและสุขภาพ : “โรคเท้าในเด็ก” (ตอน 3)

“โรคเท้าในเด็ก” (ตอน 3)
การรักษา
      โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ยิ่งรักษาเร็วเท่าไรยิ่งได้ผลดี การรักษาในเด็กแรกคลอด คือ การดัดเท้าให้กลับคืนสู่รูปร่างที่ปกติและควบคุมด้วยเฝือก ซึ่งหมอจะทำการดัดและเปลี่ยนเฝือกทุกๆ สัปดาห์ จนได้รูปร่างที่ปกติแล้ว จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นการใส่รองเท้าสำหรับดัดเท้าหรือรองเท้าพิเศษให้เด็กตลอดเวลา เป็นเวลา 2 เดือน จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นให้ใส่เฉพาะเวลากลางคืนจนอายุ 4-5 ขวบ ซึ่งวิธีการนี้อาจต้องมีการดัดเอ็นร้อยหวายร่วมด้วยเพื่อให้เท้ามีรูปร่างที่ปกติ

      การรักษาด้วยการดัดเท้าร่วมกับการเข้าเฝือกนี้ถ้าทำตั้งแต่คลอดใหม่ จะได้ผลดีถึง 90% ส่วนอีก 10% ที่มีรูปร่างเท้ายังไม่ปกติแต่ดีขึ้นกว่าตอนแรกคลอดมาก ก็จะต้องรับการผ่าตัดรักษาตามด้วยการเข้าเฝือกและการใส่รองเท้าพิเศษ

      นอกจากกรณีที่ต้องได้รับการผ่าตัดที่ต้องให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญดูแลแล้ว อาการอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการผิดปกติของเท้าลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลและป้องกันได้มีดังนี้

      1.เมื่อลูกมีอาการผิดปกติตรงข้อเข่า ขาโก่ง อาการนี้คุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องตกใจ พอลูกอายุได้ 3 ขวบขึ้นไปจะหายไปเอง แต่ถ้าลูกน้อยมีอาการอักเสบตรงกระดูกข้อเข่าร่วมด้วย มักจะมีอาการรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกน้อยมาพบแพทย์ เพื่อแก้ไขโดยการผ่าตัด

      2.กรณีลูกน้อยมีอาการเข่าชิด คุณพ่อคุณแม่บางคนมักจะดัดขาให้ลูกน้อย ซึ่งการดัดหรือไม่ดัดนี้ไม่เป็นผลอย่างใด เพราะเมื่อลูกโตขึ้นร่างกายจะแก้ไขเองโดยธรรมชาติ แต่ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง คือ อย่าให้ลูกน้อยนั่งท่ากบ เพราะจะเป็นการส่งเสริมให้ขาลูกผิดท่าทางมากขึ้น และร่างกายจะแก้ไขได้ยาก

นิ้วเท้าเกิน, ติดกัน, นิ้วขาดหาย
      การที่มีนิ้วเท้าเกินหรือติดกัน ในช่วงแรกเกิดยังไม่ต้องการผ่าตัดใดๆ เพราะถือว่าเป็นความผิดปกติมาแต่กำเนิด รอจนเท้าใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยประมาณ 1-2 ขวบ ขึ้นไปก็อาจจะเริ่มรักษาได้ ในรายที่นิ้วเกินก็ผ่าตัดออก ในรายที่นิ้วติดกันก็ผ่าตัดแยกออก ส่วนรายที่นิ้วหายไปเหลือข้างละ 3-4 นิ้ว พบในเด็กน้อยมากควรจะให้การรักษาทางด้านจิตใจจะดีกว่า ยังมีความผิดปกติของเท้าอีกมากซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านที่ลูกมีความผิดปกติเล็กน้อยขออย่าให้วิตกกังวลมาก เพราะความผิดปกติบางชนิดสามารถหายได้เอง ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพิเศษใดๆ เพิ่มเติม เพียงแต่ดูแลให้ถูกวิธีเท่านั้น แต่สำหรับในรายที่เป็นมากควรนำไปรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ และแนะนำให้รักษาตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะผลของการรักษาบางโรคจะดีกว่าการรักษาในอายุมาก

      ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพเด็ก เครือโรงพยาบาลพญาไท
น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์


 ดูข่าวทั้งหมด
 

คอลัมน์ : ข่าวปลีก...
พญาไทแจงแก้ปัญหาผู้ค้าในพื้นที่...

 

Web Hosting By NetdesignHost.com