|
|
|
|
 |
| หมวดข่าว
/ ข่าวออนไลน์ |
 |
| โดย บ้านเมืองออนไลน์ |
เมื่อเวลา 9:33:00
วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2553 |
|
|
คอลัมน์ : ชีวิตและสุขภาพ : โรคเท้าในเด็ก (ตอน 3)
โรคเท้าในเด็ก (ตอน 3) การรักษา โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ยิ่งรักษาเร็วเท่าไรยิ่งได้ผลดี การรักษาในเด็กแรกคลอด คือ การดัดเท้าให้กลับคืนสู่รูปร่างที่ปกติและควบคุมด้วยเฝือก ซึ่งหมอจะทำการดัดและเปลี่ยนเฝือกทุกๆ สัปดาห์ จนได้รูปร่างที่ปกติแล้ว จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นการใส่รองเท้าสำหรับดัดเท้าหรือรองเท้าพิเศษให้เด็กตลอดเวลา เป็นเวลา 2 เดือน จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นให้ใส่เฉพาะเวลากลางคืนจนอายุ 4-5 ขวบ ซึ่งวิธีการนี้อาจต้องมีการดัดเอ็นร้อยหวายร่วมด้วยเพื่อให้เท้ามีรูปร่างที่ปกติ
การรักษาด้วยการดัดเท้าร่วมกับการเข้าเฝือกนี้ถ้าทำตั้งแต่คลอดใหม่ จะได้ผลดีถึง 90% ส่วนอีก 10% ที่มีรูปร่างเท้ายังไม่ปกติแต่ดีขึ้นกว่าตอนแรกคลอดมาก ก็จะต้องรับการผ่าตัดรักษาตามด้วยการเข้าเฝือกและการใส่รองเท้าพิเศษ
นอกจากกรณีที่ต้องได้รับการผ่าตัดที่ต้องให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญดูแลแล้ว อาการอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการผิดปกติของเท้าลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลและป้องกันได้มีดังนี้
1.เมื่อลูกมีอาการผิดปกติตรงข้อเข่า ขาโก่ง อาการนี้คุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องตกใจ พอลูกอายุได้ 3 ขวบขึ้นไปจะหายไปเอง แต่ถ้าลูกน้อยมีอาการอักเสบตรงกระดูกข้อเข่าร่วมด้วย มักจะมีอาการรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกน้อยมาพบแพทย์ เพื่อแก้ไขโดยการผ่าตัด
2.กรณีลูกน้อยมีอาการเข่าชิด คุณพ่อคุณแม่บางคนมักจะดัดขาให้ลูกน้อย ซึ่งการดัดหรือไม่ดัดนี้ไม่เป็นผลอย่างใด เพราะเมื่อลูกโตขึ้นร่างกายจะแก้ไขเองโดยธรรมชาติ แต่ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง คือ อย่าให้ลูกน้อยนั่งท่ากบ เพราะจะเป็นการส่งเสริมให้ขาลูกผิดท่าทางมากขึ้น และร่างกายจะแก้ไขได้ยาก
นิ้วเท้าเกิน, ติดกัน, นิ้วขาดหาย การที่มีนิ้วเท้าเกินหรือติดกัน ในช่วงแรกเกิดยังไม่ต้องการผ่าตัดใดๆ เพราะถือว่าเป็นความผิดปกติมาแต่กำเนิด รอจนเท้าใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยประมาณ 1-2 ขวบ ขึ้นไปก็อาจจะเริ่มรักษาได้ ในรายที่นิ้วเกินก็ผ่าตัดออก ในรายที่นิ้วติดกันก็ผ่าตัดแยกออก ส่วนรายที่นิ้วหายไปเหลือข้างละ 3-4 นิ้ว พบในเด็กน้อยมากควรจะให้การรักษาทางด้านจิตใจจะดีกว่า ยังมีความผิดปกติของเท้าอีกมากซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านที่ลูกมีความผิดปกติเล็กน้อยขออย่าให้วิตกกังวลมาก เพราะความผิดปกติบางชนิดสามารถหายได้เอง ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพิเศษใดๆ เพิ่มเติม เพียงแต่ดูแลให้ถูกวิธีเท่านั้น แต่สำหรับในรายที่เป็นมากควรนำไปรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ และแนะนำให้รักษาตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะผลของการรักษาบางโรคจะดีกว่าการรักษาในอายุมาก
ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพเด็ก เครือโรงพยาบาลพญาไท น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์
|
 |
|
ดูข่าวทั้งหมด
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
Web Hosting By NetdesignHost.com
|
|