วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561 10:35 น.

กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์

hellokhunmor

hellokhunmor : วันอังคาร ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.59 น.

tags : hellokhunmor

อาหารที่ช่วยต่อสู้อาการ อ่อนเพลีย ได้แบบเร่งด่วน

 

อาการ อ่อนเพลีย อาจเกิดได้จากการนอนไม่พอ หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น ความเครียดสะสม การทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักเกินไป สำหรับใครที่มีอาการอ่อนเพลียมาก และอ่อนเพลียเป็นประจำ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง ซึ่งควรปรึกษาคุณหมอโดยด่วน แต่ถ้าเป็นแค่อาการอ่อนเพลียโดยทั่วไป การกินอาหารเหล่านี้อาจช่วยได้

 

 

น้ำเปล่า

 

ภาวะร่างกายขาดน้ำ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ถ้าร่างกายของเราขาดน้ำ ร่างกายจะเอาพลังงานไปใช้ในการรักษาปริมาณน้ำในร่างกาย ทำให้เรารู้สึกไม่มีพลัง ไร้เรี่ยวแรง อ่อนเพลียในที่สุด ดังนั้น การดื่มน้ำก็จะช่วยทำให้เราหายอ่อนเพลีย และรู้สึกมีแรงขึ้นได้ ปริมาณน้ำที่ได้รับในแต่ละวันจะมาจากอาหาร 20% และจากการดื่มน้ำ 80% การดื่มน้ำให้เพียงพอนั้น ก็มีสูตรคำนวณง่ายๆ คือน้ำหนักของร่างกาย (กิโลกรัม) หารด้วย 30 จะเท่ากับปริมาณน้ำเป็นลิตรที่ต้องกินในแต่ละวัน เช่น เราน้ำหนัก 60 กิโลกรัม หาร 30 ก็หมายความว่าควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร จึงจะเพียงพอ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำจนอ่อนเพลีย วิธีแก้อาการแบบเร่งด่วนอย่างแรก จึงเป็นการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการในทุกๆ วัน

 

คาเฟอีน

 

สมาคม National Coffee Association ให้ข้อมูลไว้ว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกา ดื่มกาแฟทุกวัน และ 25% ดื่มกาแฟเป็นบางครั้งบางคราว ซึ่งไม่ใช่แค่ในสหรัฐอเมริกา คนไทยโดยเฉพาะวัยทำงานก็ต้องพึ่งกาแฟในตอนเช้าเหมือนกัน เพราะว่าในกาแฟมีคาเฟอีน ที่ช่วยทำให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้หายอ่อนเพลีย คาเฟอีนไม่ได้มีแค่ในกาแฟ แต่มีในชา น้ำอัดลม ช็อกโกแลต หรือสมุนไพร โดยโฆษกประจำสถาบัน Institute of Food Technologists จอห์น ออลเรด (John Allred) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า คาเฟอีนทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น จึงทำให้รู้สึกตื่นตัว แต่ว่าความตื่นตัวจากการกินคาเฟอีนนี้จะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าใครรู้สึกอ่อนเพลีย อยากมีแรงทำงาน แนะนำให้ดื่มกาแฟเพราะในกาแฟมีคาเฟอีน แต่หากไม่ชอบดื่มกาแฟก็อาจดื่มชา หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนก็จะช่วยให้หายอ่อนเพลียได้เหมือนกัน

 

กินถั่ว

 

กินถั่วประมาณ 1 กำมือ ถั่วอย่างเช่นอัลมอนด์ หรือถั่วเปลือกแข็ง จะมีแมกนีเซียมและโฟเลตสูง ซึ่งสารอาหารทั้ง 2 อย่างจำเป็นต่อการสร้างพลังงานและการทำงานของเซลล์ในร่างกาย การขาดแมกนีเซียมและฟอเลตจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง

 

โปรตีนแบบชง

 

ไขมันกับคาร์โบไฮเดรตอาจเป็นสารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่โปรตีนเป็นสารอาหารที่จะช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกาย โปรตีนเกี่ยวข้องกับการทำงานของทุกเซลล์ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต เกี่ยวข้องกันการทำงานของฮอร์โมนและวิตามิน และช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ การกินโปรตีนจะทำให้ร่างกายหายจากอาการอ่อนเพลียได้ เพราะช่วยทำให้ร่างกายมีแรงนั่นเอง

 

ขนมขบเคี้ยวไขมันต่ำ

 

ขนมขบเคี้ยวไขมันต่ำ เช่น ผักอบกรอบ ผลไม้อบแห้ง ที่ทำให้ปากได้เคี้ยวจะช่วยทำให้หายอ่อนเพลียได้ เพราะเมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำ เราจะรู้สึกหมอแรง เฉื่อยๆ เพลียๆ การกินขนมขบเคี้ยวไขมันต่ำจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยไม่ได้ทำร้ายสุขภาพมาก ข้อควรระวังในการกินขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำตาล เพื่อจะได้ไม่อ่อนเพลียก็คือ ต้องระวังไม่ให้ปริมาณน้ำตาลเกิน 25 กรัม หรือ 6 ช้อนชาต่อวัน เพราะการกินน้ำตาลอาจช่วยเรื่องการอ่อนเพลีย แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

ที่มา https://hellokhunmor.com/สุขภาพชีวิตที่ดี/โภชนาการ/อ่อนเพลีย/

 

 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์