วันพฤหัสบดี ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 13:56 น.

กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์

กระแซะมากระซิบ

ขุนเวียงวัง : วันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.41 น.

กระแซะมากระซิบประจำวันพฤหัสบดีที่27 กันยายน 2561...

@เรื่องของอาคารดิเอทัสกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตปทุมวัน ต่อสู้ขับเคี่ยวกันมาหลายปี ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ดาที่ผ่านมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับคำร้องคดีที่บริษัทลาภประทาน จำกัด และบริษัททับทิมทร จำกัด ฟ้องกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตปทุมวันและคณะกรรมการอุทธรณ์ตามพ..ร.บ.ควบคุมอาคาร เรื่องโรงแรมดิเอทัส สูง 24 ชั้น และอาคารดิเอทัสเรสซิเดนท์ สูง 18 ชั้น ที่ศาลปกครองสูงสุดท่านมีคำสั่งไม่ไม่รับคำร้องเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว น่าจะเป็นที่สิ้นสุดในกระบวนการทางศาลปกครองแล้ว...@”ขุนเวียงวัง”ได้ติตามเสนอข่าวมาตลอดตั้งแต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในซอยร่วมฤดี ร้องทุกข์และฟ้องร้องต่อศาลปกครอง จนศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กรุงเทพมหานครดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้อาคารดิเอทัสทั้ง 2 หลัง แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่จะสูงได้ไม้เกิน 23 เมตรหรือ 8 ชั้นเท่านั้น เพราะถนนในซอยร่วมฤดีกว้างไม่ถึง 10 เมตร แต่ปัญหาก็คือ บริษัททั้ง 2 ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างได้ สำนักการโยธาเป็นผู้ออกใบอนุญาต(อำนาจเป็นของผู้ว่าฯ) โดยมีสำนักงานเขตปทุมวันเป็นผู้รับรองว่าถนนซอยร่วมฤดีกว้าง 10 เมตร เรื่องนี้บริษัทเอกชนทั้ง 2  คงฟ้องเรียกค่าเสียหาย ถ้าจะต้องรื้อถอนให้เหลือแค่ 8 ชั้นจริงๆ แต่ข้อเท็จจริงอาคารทั้ง 2 หลังก็ยังคงตั้งตระหง่านและข่าวว่ายังคงใช้งานอย่างปกติเต็มพื้นที่ คงเป็นโจทย์ยากให้คนอยากเป็นปลัด กทม. ผู้ว่าฯกทม.แน่...@ว่ากันว่าถึงค่าเสียหายหากต้องรื้อจริง ทั้ง อาคารรวมกันเบ็ดเสร็จก็คงเป็นหมื่นล้านแน่ ซึ่งกรุงเทพมหานครเองก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้เงินจำนวนนี้ เพราะอาคารทั้ง 2 หลังได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องที่จะมีการทุจริตให้ได้ใบอนุญาตมาหรือไม่นั้นที่สำคัญเงินจะต้องชดใช้คงหนีไม่พ้นเงินภาษีประชาชนแน่นอน...@เขตหลักสี่ ติดตามความคืบหน้าการเลี้ยงนกพิราบผอ.ขจีรัตน์ เจนาคม แจ้งว่า เขตฯ ได้ติดตามตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีการให้อาหารนกพิราบ ภายในซอยกำแพงเพชร 6 แยก 7อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ ภายหลัง เขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลทำความเข้าใจแก่ประชาชน พร้อมแจกประกาศสำนักงานเขตหลักสี่ เรื่อง ห้ามให้อาหารแก่สัตว์ และดำเนินการล้างทำความสะอาดบริเวณที่ทางสาธารณะ และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและน้ำยาไล่นกบริเวณดังกล่าวและพื้นที่โดยรอบ ปรากฎว่าประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือในการงดให้อาหารแก่นกพิราบเป็นอย่างดี ส่งผลให้จำนวนนกพิราบลดน้อยลงอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ สำนักงานเขตหลักสี่ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือไม่ให้อาหารแก่นำพิราบ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจติดต่อจากสัตว์สู่คน และเพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวหลักสี่อีกด้วย …@

ขุนเวียงวัง

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์