วันศุกร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 01:23 น.

กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์

hellokhunmor

hellokhunmor : วันอังคาร ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 07.57 น.

เสียงดัง ที่ได้ยินในชีวิตประจำวัน ดังแค่ไหนถึงเป็นอันตราย

 

เสียง เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของเรา แต่เสียงก็อาจทำร้ายเราได้ ถ้าเป็นเสียงที่ดังจนเกินไป หรือการได้ยิน เสียงดัง ต่อเนื่องนานจนเกินไป เสียงทำร้ายสุขภาพหูของเราได้อย่างไร และเสียงดังขนาดไหนจึงถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลมาฝากกันแล้ว

 

เสียงดัง แค่ไหนถึงเป็นอันตราย

ข้อมูลจากสถาบันโรคหูหนวกและอาการผิดปกติด้านการสื่อสารอื่น (National Institute on Deafness and Other Communication Disorders) แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าระดับเสียงที่ได้ยินในชีวิตประจำวัน ที่วัดคำดังได้ต่ำกว่า 75 เดซิเบล ถือว่าไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าระดับความดังเกิน 85 เดซิเบล และได้ยินซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน 8 ชั่วโมงขึ้นไป จะทำให้เกิดภาวะสูญเสียการได้ยิน โดยเสียงที่ได้ยินในชีวิตประจำวันมีระดับความดังของเสียง ดังนี้

 

การสนทนาตามปกติ 60 เดซิเบล


เครื่องผสมอาหาร  65-85 เดซิเบล

เครื่องดูดฝุ่น 70-80 เดซิเบล

การจรจรบนท้องถนนที่หนาแน่น 85 เดซิเบล

ไดร์เป่าผม 80-90 เดซิเบล

นาฬิกาปลุก 80-90

ระฆัง 85-110 เดซิเบล

รถมอเตอร์ไซต์ 97 เดซิเบล ระดับเสียงนี้ หากได้ยินต่อเนื่องเป็นเวลานาน 4 ชั่วโมง อาจทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน

คอนเสิร์ตดนตรีร็อค 110 เดซิเบล

เสียงเด็กร้อง สามารถดังได้ถึง 115-130 เดซิเบล

ไซเรน 120 เดซิเบล

เครื่องขุดเจาะถนน 100-120 เดซิเบล

พลุ ดอกไม้ไฟ 150 เดซิเบล

 

อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ได้ยินเสียงดัง 120 เดซิเบลต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานเกิน 7 นาที ยังถือว่าปลอดภัยอยู่ แต่จะมีความเสี่ยงในการสูญเสียการได้ยิน หากได้ยินเสียงดังต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ

 

เสียงทำให้สูญเสียการได้ยินได้อย่างไร

 

การสูญเสียการได้ยิน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประเทศสหรัฐอเมริกา และอาการสูญเสียการได้ยินสามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และความสัมพันธ์ของคุณ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ของการสูญเสียการได้ยิน เกิดจากความเสียหาย หรือการตายของเซลล์ขน ซึ่งอยู่บนหูชั้นในรูปหอยโข่ง หรือที่เรียกว่า คอเคลีย (Cochlea) โดยเซลล์ขนมีหน้าที่ช่วยส่งสัญญาณไปที่สมอง ทำให้เราได้ยินเสียง แต่อย่างไรก็ตามการได้ยินเสียงดัง เป็นเวลานานจะทำให้เซลล์ขนเสียหาย จนส่งผลให้เกิดภาวะสูญเสียการได้ยิน โดยอาการของภาวะสูญเสียการได้ยิน มีดังนี้

 

ไม่ได้ยินเสียงพูดหรือเสียงอื่นๆ

ยากที่จะเข้าใจคำพูด โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงอื่นแทรก หรือเมื่ออยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน

มีปัญหาการได้ยินพยัญชนะ

ขอให้ผู้อื่นพูดช้าลง พูดชัดขึ้น หรือขอให้ผู้อื่นพูดดังขึ้นบ่อยๆ

จำเป็นต้องเร่งเสียงโทรทัศน์หรือวิทยุ

 

หากมีอาการเหล่านี้คุณควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยและรักษาอาการต่อไป

 

วิธีป้องกันภาวะสูญเสียการได้ยิน

 

ภาวะสูญเสียการได้ยินส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษาได้ การป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด โดยสามารถป้องกันได้ดังนี้

 

รู้ว่าเสียงประเภทใดที่เป็นอันตรายต่อหู (เสียงที่ดังมาก หรือดังเกิน 85 เดซิเบล)

 

ใส่ที่อุดหู หรืออุปกรณ์ป้องกัน เมื่อต้องทำกิจกรรมที่มีเสียงดัง

 

ถ้าไม่สามารถลดเสียงได้ ให้เอามือปิดหู หรือเดินออกมาจากที่ซึ่งมีเสียงดัง

 

ถ้าที่ทำงานของคุณมีเสียงดัง เช่น สถานที่ก่อสร้าง ควรใช้อุปกรณ์อย่างที่อุดหู หรืออุปกรณ์ป้องกันเสียงอื่นๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการได้ยินเสียงดัง

 

หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีเสียงดัง เช่น การอยู่ในคอนเสิร์ตเป็นเวลานาน การชมการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่สนาม รวมถึงการใส่หูฟังและเปิดเสียงดังเป็นเวลานาน กิจกรรมเหล่านี้อาจทำให้คุณได้ยินเสียงดังเป็นเวลานานจนเป็นอันตรายต่อหูได้

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

ที่มา https://hellokhunmor.com/สุขภาพชีวิตที่ดี/เคล็ดลับสุขภาพ/เสียงดัง/

 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข » คอลัมน์