วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560 02:23 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

คนจร

ลบเหลี่ยมลูบคม : วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 10.06 น.

“หลักเกณฑ์หรือหลักใคร?????..”

การแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพัน วาระปี 59 ยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่าง มีเพียงข่าวร่ำข่าวลือไปต่างๆ นานา โดยที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบให้ข่าวจริงๆ ก็ยังแบ๊ะๆ  บ้างก็ว่า รอทั่นผู้นำใช้ มาตรา44 วางกฎเกณฑ์การแต่งตั้งก่อนซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจลากยาวไปถึงสงกรานต์กันเลยทีเดียว ...
 
 
การแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจในทุกๆ ครั้งมักมีเรื่องราว ตื่นเต้นเร้าใจ  ดราม่า  แฟนตาซี  ผจญภัย สยองขวัญ ครบรสเลยก็ว่าได้ จึงมักเป็นที่สนใจในวงกว้าง มีการออกกฎเกณฑ์ สารพัดสารพัน ถึงขนาดพอตนเองได้ขึ้นเป็นใหญ่ใกล้ชิดขั้วอำนาจ ก็ออกกฎ ออกเกณฑ์ ยืดการครองยศ ครองตำแหน่งออกไป หรือที่เรียกกันว่าชักบันไดหนี เพื่อน หนีพี่  หนีน้อง กันอย่างหน้าด้านๆ กฎเกณฑ์ของตำรวจที่ผ่านมาจึงเป็นเหมือนไม้หลักปักเลน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  หากมีการใช้ มาตรา44 ออกกฎเกณฑ์ขึ้นมาจริงๆ ก็ขอชูจักกะแร้เชียร์ด้วยคน แต่เชื่อเถิด พอหมดยุค คสช.หลักเกณฑ์นี้ก็เปลี่ยนอยู่ดี เอาเถิด.....ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าไม่มี  ส่วนจะเอื้อประโยชน์ให้ใครบ้างนั้นก็สุดแท้แต่เวร แต่กรรมของแต่ละคนเถิด  คนทำงานจริงๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกวันนี้ เขาปลงกันหมดแล้ว  เห็นมีข้อความส่งต่อๆ กันมาทำนองว่าเป็นหลักเกณฑ์แต่งตั้ง ใหม่ ซึ่งจะออกโดยใช้ มาตรา 44..  จะมีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยแยกเป็นสายปฎิบัติการ สายอำนวยการ สายงานเทคนิค โดยสายปฎิบัติการต้องผ่านการเป็นพนักงานสอบสวนมาก่อนนั้น หากเป็นจริงก็เห็นด้วยในหลักการ แต่ในโลกของความจริงคงเป็นไปค่อนข้างยาก เพราะที่ผ่านมาก็มีการกำหนดไว้แล้วว่า พวกที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้นจะต้องเป็นพนักงานสอบสวนกี่ปี พวกจบจากมหาวิทยาลัยที่สอบเข้ามาสายสอบสวน ต้องอยู่กี่ปี แต่ในความเป็นจริง ลูกท่าน หลานเธอ พวกมีเส้นมีสาย วิ่งหลบหนีไปช่วยราชการกันเสียหมด เมื่อครบกำหนดเวลาก็ย้ายขาดไป  อยากให้ สตช.คิดใหม่เสียเถิดกับการยุบแท่งงานสอบสวนทิ้ง เสียดายความรู้ความสามารถของเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ทุกวันนี้แทบไม่มีประโยชน์ใดๆนอกจากไปตรวจสำนวนเล็กๆ น้อยๆ     งานสอบสวนนับเป็นหัวใจของตำรวจอย่าได้ปล่อยให้ตกต่ำหรือละเลยไม่ใส่ใจ วันใดงานสอบสวนไปจากตำรวจ วันนั้นบอกได้เลยว่าคือวันหายนะของตำรวจไทย ลองตรวจสอบดูเถิดว่า หัวหน้าโรงพัก มีกี่คนที่ผ่านงานสอบสวนอย่างจริงๆ จังๆ บ้าง การตอบปัญหาข้อข้องใจของประชาชนในข้อกฎหมายจึง ตะกุกตะกัก ตอบไม่ตรงประเด็น ปล่อยให้ทนายเล็ก ทนายน้อย ออกมาโชว์พาว ทางหน้าจอทีวีกันสลอน ถูกบ้าง เพี้ยนบ้างก็ว่ากันไป ...ในอดีต การแต่งตั้งโยกย้ายแทบจะไม่มีหลักเกณฑ์ใดเลยและก็ไม่ค่อยมีปัญหาใดๆ มากมายนัก การจะกล่าวว่าไม่มีเลยคงไม่เต็มปากนัก แต่ในช่วงเวลาหลังมานี้ หลักเกณฑ์เยอะแยะมากมายแต่มีเรื่องมีราวไม่หยุด ไม่หย่อน หากถามว่าเพราะเหตุใด คงตอบได้เพียงว่า เพราะผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับในอดีต มีคุณธรรมมากกว่าหลักเกณฑ์ นั่นเอง การรู้จักผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะทำให้รู้ว่าควรวางไว้ในตำแหน่งแห่งหนใดเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด แต่ทุกวันนี้ผู้เป็นนายแทบจะไม่รู้จักลูกน้องจากการทำงานเลย จึงมีคนค่อนขอดว่าต้องวางตัว วางตำแหน่งตามกำลังทรัพย์ แม้ไม่อยากเชื่อ แต่ก็อดที่จะคิดไม่ได้...
 
 
 
โยกย้ายครานี้ หากมีการออกกฎเกณฑ์จาก มาตรา 44 จริงๆ ก็คงต้องดูกันต่อไปว่าจะเฮ หรือจะ ยี้ แต่อย่าลืมว่าหลักเกณฑ์ที่จะออกมานั้นมันสามารถบ่งบอกถึงจุดประสงค์ และความต้องการของผู้เป็นใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ ว่าต้องการให้เหล่าตำรวจทั้งหลายเดินไปในทิศทางใด ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก....
 
 
 “คนจร”