วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560 12:36 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

คนจร

ลบเหลี่ยมลูบคม : วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 10.41 น.

ใครจะยอมคายอำนาจในปาก....?????

ยังคงเป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่องสำหรับแนวทางการปฏิรูปตำรวจ ที่เริ่มมีแนวคิดที่หลากหลายจากหลายผู้หลายคน หลายแนวคิด หลายแนวทาง ไม่น่าเชื่อว่าผู้คนจะให้ความสนใจในการปฏิรูปตำรวจถึงขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าเพราะองค์กรตำรวจย่ำแย่เต็มทน หรือ อยากเสนอความคิดเห็นให้ตำรวจดียิ่งๆ ขึ้นไปกันแน่ ภาระคงตกไปที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ควรจะรับฟังอย่างรอบด้าน ก็ไม่รู้ว่าจะทันตามกำหนดเวลาที่ ทั่น!ผู้นำขีดเส้นไว้หรือไม่...

 

เท่าที่ติดตามการเสนอแนวคิดต่างๆ ผ่านโลกโซเชียล นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีคนเสนอแนวคิดอย่างหลากหลาย หลายเรื่องหลายราวเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่า สอบสวนและสืบสวน ต้องไปด้วยกัน คงจะแยกทางกันเดินนั้นไม่สามารถทำให้งานอำนวยการยุติธรรมเบื้องต้นประสบผลสำเร็จไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้งานสอบสวนมีความเป็นอิสระปลอดจากการก้าวก่ายสั่งการของบุคคลอื่น การเสนอแนวคิดให้แยกเป็นกองบัญชาการใหม่ก็นับว่าน่าสนใจ โดยที่มุ่งเน้นถึงความเจริญก้าวหน้าของพนักงานสอบสวนเพียงอย่างเดียวก็คงไม่หมดปัญหาเพราะมันจะพันวัล พัลเก ในเมื่อตัวนักสืบในงานสืบสวนเองก็ยังมองหาอนาคตไม่เจอเช่นกัน ปัญหามันก็ย้อนกลับไปในภาพรวมของการเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ดี และเท่าที่ทราบคณะกรรมการปฏิรูปก็ยังไม่ฟันธงใดๆ ว่าจะแยกหน่วยงาน กระจายอำนาจอย่างไร จะไปอยู่ขึ้นตรงกับผู้ว่าฯจังหวัดมั้ย! ถ้าไปจริงจะหลุดพ้นจากอิทธิพลท้องถิ่นหรือไม่ เพราะผู้ว่าฯไม่ได้มาจากการเลือกตั้งวันหนึ่งย้ายไปคนใหม่มาแทน นโยบายเปลี่ยน คนเปลี่ยน ตำรวจไม่เปลี่ยน อิทธิพลท้องถิ่นไม่เปลี่ยน แล้วจะมีประโยชน์ใดหากไปขึ้นกับผู้ว่าฯ.. เอะอะ! ก็บอกว่าจะได้เหมือนฝรั่งมังค่า แล้วระบบการปกครองเราเหมือนเขาหรือไม่ อย่าไปเอาแบบอย่างอย่างใดอย่างหนึ่งของเขามาโดยไม่ได้มองภาพรวมของเราเอง มันจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด หัวกับหางไม่สัมพันธ์กัน มันจะยุ่งวุ่นวายมากกว่าเดิม บางคนบอกตำรวจควรเป็นคนในพื้นที่ อะไรคือคนในพื้นที่ คัดเลือกคนอย่างไร มาตรฐานการฝึกอบรมแค่ไหนอย่างไร การปฏิบัติหน้าที่จะเหมือนกันหรือไม่ การกระทำความผิดคาบเกี่ยวกันใครจะรับผิดชอบ ต้องกำหนดกฎเกณฑ์กันอย่างละเอียดยิบเลยทีเดียว  มีสิ่งหนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงค่อนข้างน้อยนั้นก็คือ สวัสดิการความเป็นอยู่ของตำรวจ ยังไม่มีความคิดเห็นใด ”ฟันธง” ว่า จะต้องทำอย่างไรให้เห็นเป็นรูปธรรม คนจะมาเป็นตำรวจ มาเพียงตัวเปล่าที่เหลือรัฐจัดหาให้ทั้งหมดได้หรือไม่ รถลาม้าช้าง อาวุธยุทธภัณฑ์ เตรียมไว้ให้พร้อมได้หรือไม่เล่า หากยังคงต้องใช้รถส่วนตัวทำงาน ซื้อปืนเอง คอมพิวเตอร์เอง ยันกระดาษปากกาเอง ก็อย่าไปคาดหวังว่ามันจะดีขึ้นมาอย่างทันตาเห็นเผลอๆ มันจะแย่ยิ่งกว่าเดิม...
 
 
เท่าที่ฟังเสียงตำรวจส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับการปฏิรูป เพราะอยู่ไปทุกวันนี้ก็แบบซังกะตาย เผื่อปฏิรูปจะมองเห็นอนาคตเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์บ้าง จะเอายังไงก็เอาเถิด ตำรวจเด็กๆ เค้าพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง อยู่ที่ตัวเป้งๆ นั่นแหละ ..จะยอมคายอำนาจหรือไม่???
 
 
“คนจร”