วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560 08:34 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

คนจร

ลบเหลี่ยมลูบคม : วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 10.15 น.

“ใบสั่ง ใครสั่ง?”

 

 

 ทุกครั้งที่ได้เห็นคลิปการต่อล้อต่อเถียงระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนกับเหล่าบรรดาหัวปิงปองทั้งหลายแล้วบอกตามตรงว่า ไม่สบายใจเสียเลย เพราะจะต้องมีคนหนึ่งแพ้ คนหนึ่งชนะ ชาวบ้านแพ้ก็เสียเงิน ตำรวจแพ้ก็เสียวสันหลังเพราะ มาตรา ๑๕๗ แล้วสังคมจะได้อะไร…

 

ที่กำลังเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ในขณะนี้ก็คือ การที่มีผู้บรรทุกเหล็กยื่นยาวออกมาจากตัวรถทางด้านหลัง ถูกจราจรเรียกแล้วก็มีการถ่ายคลิป มีการวัดระยะกันว่าไม่เกิน ๒.๕ เมตร จึงไม่ผิดกฎหมายแถมติดผ้าแดงไว้ท้ายรถเป็นที่สังเกตุด้วย แต่ตำรวจจราจรก็แก้โดยการแจ้งข้อหาไม่มีสิ่งปกคลุม ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมายกันต่อไป แต่ที่สังคมมันจะวุ่นวายก็เพราะมีนักกฎหมายออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆในทำนองว่าสามารถปฎิเสธการรับใบสั่งได้หากคิดว่าตนไม่ผิด แต่ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดว่าขนาดไหน อย่างไร เกิดชาวบ้านชาวช่องไม่รู้จริงไปทำตามคำแนะนำที่ไม่ครบถ้วนเข้าก็อาจเกิดเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โต ถูกเพิ่มข้อหากันเข้าไปอีก เพราะความไม่รู้จริง มันจะบาปกรรมเสียเปล่าๆปลี้ๆ ขณะเดียวกันตำรวจจราจรในทุกวันนี้ก็รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นที่ถูกจับจ้องของสังคมอยู่แถมคนรักก็น้อยเสียเหลือเกิน ก็ยังไม่มีการปรับตัว ยังคงเห็นภาพเดินเก็บเงินอย่างน่าอาย หรือการไม่รู้จริงในข้อกฎหมายจราจรอย่างถ่องแท้ ไม่รู้ว่าผู้บังคับบัญชาเวลาปล่อยแถวได้ชี้แจงหรือทบทวนกฎบัตรกฎหมายบ้างหรือไม่ พูดอะไรกับลูกน้องหรือให้ทำยอดใบสั่งให้ได้ตามที่ต้องการกันแน่...และโดยส่วนตัวก็ไม่เข้าใจจราจรเมืองไทยมานานพอสมควรแล้วว่ามักมุ่งเน้นจับกุมในความผิดต่างๆจากการตั้งด่านตรวจ เช่นใบขับขี่ไม่มีหรือขาด ภาษีขาดต่อ ไม่คาดเข็มขัด อุปกรณ์ส่วนควบ ไม่ครบ  ..น้อยนักที่จะไปมุ่งเน้นในความผิดที่เกี่ยวข้องกับขับขี่ที่ประมาท หวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายกับผู้อื่นได้ การเบียดแซงคอสะพาน การปาด การแทรก มีเพียงความเร็วเกินกำหนดเท่านั้นที่ส่งจดหมายไปถึงบ้าน ซึ่งหากมีการกวดขันมารยาทในการขับขี่เชื่อว่าสามารถช่วยให้การจราจรคล่องตัวได้มากกว่านี้แน่นอน จนกลายเป็นค่านิยมว่าใครขับรถผิดกฎได้นั้นจะถึงที่หมายเร็วกว่าพวกที่เคารพกฎจราจร คณะกรรมการปฎิรูปตำรวจอย่าลืมนำเรื่องนี้ไปคิดด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่สบายใจก็คือการที่ตำรวจจราจรตั้งด่านแต่ขยันตรวจปัสสาวะ โดยบอกว่าป้องกันพวกเสพยาเสพติดแล้วมาขับขี่...การทำหน้าที่น่ะดี !!!แต่พอตรวจพบก็ สามพัน ห้าพัน นั้น มันไม่สวยเอาเสียเลย ลองไปตรวจสอบดูได้ว่าฝ่ายจราจรที่ใด สน.ใดใช้เครื่องตรวจปัสสาวะเปลืองโดยไม่มีผลการจับกุมบ้าง รับรองว่าต้องเจอแถวๆชานเมืองย่านที่เลยรามคำแหงไปแน่นอน เบาๆกันหน่อยนะ ชื่อเสียงช่างโด่งดังเสียเหลือเกิน...

 

 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานแห่งชาติ ทำงานกันเสียหน่อยเถิดในเรื่องนี้ ..อย่าปล่อยให้ประชาชนไปเชื่อเรื่องราวกับการแชร์ทางโลกโซเชี่ยล ที่จริงบ้าง มั่วบ้าง สังคมจะสับสน ตำรวจจราจรก็ลำบากในการทำงาน ชาวบ้านที่ไม่รู้จริงก็จะเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก รีบทำความเข้าใจก่อนที่จะลุกลามจนคุมไม่อยู่ .....

“คนจร”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.ทีมงานเว็บไซต์บ้านเมืองขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

3. หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@banmuang.co.th

4. ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี