วันพุธ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 14:31 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

คนจร

ลบเหลี่ยมลูบคม : วันศุกร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 14.54 น.

ระวังผิดคิว???...

 
 
เห็นภาพกองกำลังตำรวจลุยตรวจค้นตลาดเครื่องสำอางใหญ่แถวดอนเมืองแล้วรู้สึกสงสัยเสียเต็มประดาว่าครานี้ตำรวจลุยจริงถึงเพียงนี้เชียวหรือ!!! มันมีอะไรแอบแฝงอยู่อีกหรือไม่??? แต่หลังจากที่ตามข่าวมาหลายวันก็พบว่า จะอย่างไรก็ช่างเถิดอย่างน้อยวงการที่ทำมาค้าขายกับเครื่องสำอางค์ปลอมหรืออาหารเสริมที่มอมเมาประชาชนอยู่คงได้ตะหนักว่า ต่อไปคงจะกอบโกยกับความสวยงามที่หลอกลวงไม่ได้ง่ายๆ อีกแล้ว !!!!
 
 
 
 การกวาดล้างครั้งนี้มันก็มีมุมมองที่ทำให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นหลายอย่าง ผู้ค้ารายย่อยที่ค้าขายอยู่ในตลาดแห่งนี้ที่ไม่ใช่ผู้ผลิต รับสินค้ามาขายโดยบางคนไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าอะไรถูกหรือผิดกฎหมาย เขาขายกันได้ก็ขายบ้าง เลข อย. คืออะไร เลขไหนคืออาหารเสริมเลขไหนของน้ำปลา ไม่รู้ รู้เพียงขายได้ ขายดี รู้เพียงครบเดือนจ่ายค่าเช่า จ่ายค่า(ที่เรียกว่า)ส่วนกลาง หลายร้าน หลายเจ้าจึงน่าสงสารแต่ทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อกฎหมายบอกว่าผิด ก็ต้องผิด คิดเสียว่าเป็นบทเรียนราคาแพงก็แล้วกัน หลายร้านก็จำหน่ายแต่เครื่องสำอางที่ถูกต้อง เราก็ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะทุกวันนี้ยิ่งถือคติ “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย” ก็ยังคงต้องใช้เครื่องประทินผิวกันต่อไป ส่วนพวกที่ผลิตขึ้นมาเองก็คงต้องดำเนินคดีให้เฉียบขาดต่อไป ปัญหาที่พบอีกอย่างหนึ่งคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับเรื่องของ อาหารและยา ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลก ประการใดจะให้รู้ไปเสียทุกเรื่องคงเป็นซุปเปอร์แมนกันหมด แต่เจ้าหน้าที่ของ อย. ช่างน้อยนิดเสียเหลือเกินในการที่จะควบคุมตรวจสอบ กำลังตำรวจเกือบพันนาย กับเจ้าหน้าที่ อย.หลักสิบ จึงทำให้การตรวจสอบ ตรวจค้นล่าช้า เราจะแก้ไขกันอย่างไรดี เพราะการตรวจสอบอาหารและยาหาใช่มีเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น ต่างจังหวัดน่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ ครั้นจะอบรมตำรวจให้รู้เรื่องพวกนี้อย่างลึกซึ้งก็คงยากเพราะเป็นความรู้เฉพาะทาง การจะตั้งตำรวจทุกนายให้เป็นเจ้าพนักงานตาม พรบ.อาหารและยา จึงเป็นไปไม่ได้ และก็เป็นดาบสองคม ตำรวจที่ดีก็ดีไป เจอตำรวจคิดไม่ซื่อก็จะเหมือนติดดาบ ติดปีกให้นักบินทั้งหลายได้ออกหากิน ช่างน่าปวดหัวนัก... ก็คงต้องเป็นอย่างนี้ต่อไปสำหรับบ้านเราเมืองเรา ไม่ใช่แค่อาหารและยา เท่านั้น สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมอีกเกลื่อนเมือง เจ้าหน้าที่ มอก.ก็มีแค่กระหยิบมือ ครั้นจะหวังพึ่งพา บก.ปคบ.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค) งานนี้นายพลผู้มากบารมี คงประจักษ์แล้วกับตัวเองว่าพึ่งพาได้หรือไม่.....
 
 
 รู้สึกชื่นชมการปฎิบัติการครั้งนี้แม้จะมีอะไรอยู่ข้างหลังก็ตาม กวาดให้สิ้น ใครจะนินทาว่านายพลตำรวจตรีเป็นพระเอก พลตำรวจเอกเป็นพระรอง ก็ช่างเขาเถิด ทำแล้วชาวบ้านได้ประโยชน์ก็ทำไป แต่การเป็นพระเอกมากเกินไปก็ระวังไว้หน่อยก็ดีว่า มันจะผิดคิว คนจะหมั่นใส้เสียเปล่าๆ .... 
 
                                                                                   “คนจร”