วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560 08:59 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

ฮวงจุ้ยพารวย

วรธนัส อัศกุลโกวิท : วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.17 น.

รู้จักพลิกแพลงในการเรียน นำไปสู่การประยุกต์ที่ใช้ได้จริงของฮวงจุ้ย ตอนจบ

 

  • กว้าชะตา

สำนัก 8 บ้านแบ่งชะตาของคนออกเป็นชะตาสี่ตะวันออกและตะวันตก เรียกว่า กว้าชะตา

กว้าชะตา คนที่เป็นข่านน้ำ เจิ้นไม้ สวิ้นไม้หรือหลีไฟจะเป็นสี่ตะวันออก เหมาะกับทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ ใต้และเหนือ ส่วนคนที่เป็นคุนดิน เกิ้นดิน เฉียนทองหรือตุ้ยทองจะเป็นสี่ตะวันตก เหมาะกับทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

 

วิธีการคำนวณกว้าชะตา มีวิธีที่ง่ายที่สุดโดยใช้สูตร ดังนี้

 

1.วิธีคำนวณกว้าชะตาของเพศชาย

นำเอาตัวเลขทุกหลังของปีเกิดมาบวกกัน แล้วคูณ 9 จะได้เป็น R

ใช้ 11 ลบกับ R จะได้เป็น X

เช่น X = 1 หรือ 9 หรือ 3 หรือ 4 ก็จะเป็นชะตาสี่ตะวันออก หาก X= 6 หรือ 2 หรือ 8 หรือ 7 จะเป็นชะตาสี่ตะวันตก หาก X =5 ก็จะมองว่าเป็น X = 2

 

2.วิธีคำนวณกว้าชะตาของเพศหญิง

นำเอาตัวเลขทุกหลังของปีเกิดมาบวกกัน แล้วคูณ 9 จะได้เป็น R

ใช้ 4 บวกกับ R จะได้เป็น Y

เช่น Y = 1 หรือ 9 หรือ 3 หรือ 4 จะเป็นชะตาสี่ตะวันออก เช่น Y = 6 หรือ 2 หรือ 8 (หรือ 5) หรือ 7 จะเป็นชะตาสี่ตะวันตก เช่น Y = 5 ก็จะมองเป็น Y = 8

 

 

 

 

  • 10 พื้นที่อปมงคล

มีนักฮวงจุ้ยนำการเลือกฮวงจุ้ยของบ้านหยินหยางที่ไม่ดี 10 แบบมารวมเป็น 10 พื้นที่อปมงคล คือ

เทียนป้าย(天败)              :         ทำให้ลูกหลานห่างไกล

เทียนซา(天煞)               :         ทำให้ลูกหลานลำบาก

เทียนฉง(天穷)               :         ทำให้ลูกหลานกำพร้า

เทียนชง(天冲)                  :         ทำให้ลูกหลานไม่รู้จักทำมาหากิน

เทียนชิง(天倾)               :         ทำให้เงินทองแตกสลาย

เทียนซือ(天湿)               :         ทำให้เจ็บป่วยยาวนาน

เทียนยวี้(天狱)               :         ทำให้ลูกหลานโง่เขลา

เทียนโก่ว(天狗)              :         ทำให้ลูกหลานทำชั่ว

เทียนหมอ(天魔)             :         ทำให้ลูกหลานยากจน

เทียนคู่(天枯)                :         ทำให้ลูกหลานสิ้นตั้งแต่ยังเด็ก

 

  • ความชั่วร้าย

ในฮวงจุ้ยเสวี๋ยนเสีย(玄学)คิดว่าสิ่งที่ไม่ดีคือความชั่วร้าย ความชั่วร้ายที่มักจะพบเห็นในชีวิตประจำวันมี

          ความชั่วร้ายสะท้อนแสง : หากมีแสงสะท้อนของแสงแดด ผิวน้ำ กระจก ส่องเข้ามาจะเป็นความชั่วร้ายสะท้อนแสง

          ความชั่วร้ายบาดเท้า : ค่อนข้างพบได้น้อยในกลางเมือง เป็นลักษณะที่อาคารอยู่ใกล้ผิวหน้า น้ำอยู่ใกล้บ้าน

          ความชั่วร้ายเคียว : หากเป็นถนน สะพานลอยที่มีลักษณะโค้งจะเรียกว่าความชั่วร้ายเคียว

          ความชั่วร้ายยอดเขาเดี่ยว : หมายถึงอาคารสูงอาคารหนึ่งที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือภูเขาพักผิงอยู่รอบสี่ด้าน

          ความชั่วร้ายทวน : เป็นพลังชี่ที่ไร้รูปลักษณ์ มักจะเป็นลักษณะของถนนที่ตรงเข้ามาเหมือนกับทวน กล่าวคือตรงข้ามประตูใหญ่ของบ้านมีทางเดินยาวตรงเข้ามา และหากใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางแล้ว มองเห็นถนนตรงหรือสายน้ำไหลตรงเข้ามาปะทะตัวเองก็ถือว่าเป็นทั้งสิ้น

          ความชั่วร้ายเสือขาว : คือเสือขาวที่ซินแสฮวงจุ้ยพูดว่ามังกรซ้าย เสือขาวขวา มาถึงฝั่งขวาของบ้านมีปรากฎการณ์ขุดดิน

          ความชั่วร้ายฟ้าสังหาร : หมายถึง 2 อาคารอยู่ใกล้กันมากเกินไปจนทำให้ตรงกลางของทั้ง 2 อาคารกลายเป็นพื้นที่ว่างที่แคบมากๆ เมื่อมองจากระยะไกลจะเหมือนกับอาคารถูกขวานที่ร่วงลงมาจากฟ้าฟันเป็นสองส่วน

 

          ความชั่วร้ายทะลุหัวใจ : หากใต้อาคารๆ หนึ่งมีการสร้างรถไฟใต้ดินหรือทางลอดข้างใต้ จนทำให้สามารถเดินผ่านใต้อาคารได้จะแปลว่าเป็นความชั่วร้ายทะลุหัวใจ

          ความชั่วร้ายเหลียนเจิน : ปกติแล้ว ฮวงจุ้ยจะเน้นการที่มีสิ่งพิงด้านหลังมาก แต่หากภูเขาที่พิงด้านหลังไม่ใช่ภูเขาที่ดี แต่เป็นก้อนหินหักพัง ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้น ทางฮวงจุ้ยเรียกว่าเป็นความชั่วร้ายเหลียนเจิน

          ความชั่วร้ายสะพาน : สะพานสูงมักจะมีลักษณะโค้ง ซึ่งทางฮวงจุ้ยแล้วสะพานจะเปรียบเสมือนกับน้ำปลอม ที่ไหลออกไป

          ความชั่วร้ายเปิดปาก : เมื่อท่านเปิดประตูบ้านตัวเองแล้วมองเห็นลิฟท์เปิดประตูขึ้นๆลงๆ เหมือนกับปากเสือ

          ความชั่วร้ายปะทะ : เมื่อพิจารณาจากแง่มุมฮวงจุ้ย บ้านที่ต่ำกว่าชั้น 5 ลงไปจะเกิดความชั่วร้ายปะทะได้ง่าย เพราะถูกเสาไฟ ต้นไม้ใหญ่ขวางเอาไว้

 

  • รูปลักษณ์และลักษณะ

ในวิชาการสำรวจดิน ได้แบ่งออกเป็นรูปลักษณ์และลักษณะ ซึ่งซินแสฮวงจุ้ยคิดว่าลักษณะคือ พันฉื่อ(尺)รูปลักษณ์คือร้อยฉื่อ รูปลักษณ์จะเล็กกว่าลักษณะ ลักษณะจะใหญ่กว่ารูปลักษณ์ ลักษณะคือทิวทัศน์ระยะไกล รูปลักษณะคือระยะใกล้ จะต้องมีลักษณะก่อนจึงจะมีรูปลักษณ์ จะต้องตั้งลักษณะก่อนจึงจะมีรูปลักษณ์ ลักษณะเกิดขึ้นมาหลังรูปลักษณ์ ลักษณะอยู่ภายใน รูปลักษณ์อยู่ภายในอก

          ลักษณะเหมือนกับกำแพงเมือง รูปลักษณ์เหมือนกับสิ่งปลูกสร้าง รูปลักษณ์คือหัวภูเขา ลักษณะคือ กลุ่มยอดเขา การจะรู้จักลักษณะนั้นยาก แต่การดูรูปลักษณ์นั้นง่าย จากใหญ่ไปเล็ก จากหนาไปบาง จากใกล้มาถึงไกล

          เงื่อนไขของซินแสฮวงจุ้ยที่มีต่อลักษณะคือ ลักษณะจะต้องโคจรยาว จะต้องชนะ จะต้องไม่หยุด หากหยุดจะไม่ดี ขณะเดียวกันจะต้องคล้อยตามด้วย ส่วนเงื่อนไขที่มีต่อรูปลักษณ์คือจะต้องไม่เปิดเผย ซ่อนลม รวมพลังชี่ และจะต้องมีลักษณะเหลี่ยมจึงจะดี

 

  • การโคจรใหญ่และเล็ก

ในตำราหวงจี๋จิงซื่อซู(皇极经世书)ได้บันทึกไว้ว่าเจี่ยจึ 60 ปีเป็น 1 หยวนที่มี 60 ปี เป็นการโคจรใหญ่ ใน 1 หยวนนั้น ทุก 20 ปีจะเป็นการโคจรเล็ก นักฮวงจุ้ยจะใช้สิ่งนี้มากำหนดความดีร้ายของพลังชี่พื้นดิน

 

  • ไท่สุ้ย(太岁)

ไท่สุ้ย หมายถึง ดาวไท่สุ้ย ซึ่งก็คือดาวไม้ในกาแล็คซี่นั่นเอง ดาวไม้เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ส่วนดาวเคราะห์ที่เหลือนั้นมีคุณภาพที่สมดุลกัน แต่ก็อยู่ภายใต้ดาวไม้ ซึ่งเส้นศูนย์สูตรเป็น 11 เท่าของโลก ดังนันดาวดวงนี้จึงมีผลกระทบที่สูงต่อโลกเป็นอย่างมาก

 

          ดาวไม้เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุด เพราะความสว่างของมันรองลงมาจากดาวทอง คนจีนโบราณจึงเรียกมันว่าดาวสุ้ย ใช้สำหรับคำนวณปี เพราะทราบแล้วว่ารอบการโคจรของมันอยู่ที่เกือบ 20 ปี จึงทำให้ 12 นักษัตรเปลี่ยนแปลงไปตามการหมุนเวียนของไท่สุ้ยด้วย ในทุกๆ ปี ดาวไม้จะมาถึงทิศทางๆ หนึ่งบนโลก แล้วจะทำให้ทิศทางนั้นมีแรงโน้มถ่วมมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ไท่สุ้ยก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทุกปีดเวย

 

  • ลานบ้าน

ในสมัยโบราณ พื้นที่บริเวณลานบ้านนั้นเป็นสถานที่ๆ ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมต่างๆ และเป็นสถานที่พบขุนนางของฮ่องเต้ รวมไปถึงเป็นสถานที่ๆ ฮ่องเต้ใช้ว่าราชการบ้านเมือง แต่สำหรับฮวงจุ้ยแล้วจะเรียกพื้นที่ๆ มีพลังชี่รวมกันซึ่งตั้งอยู่หน้าสุสาน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นและถังเคยวางแผนที่จะซ่อมแซมลานบ้าน แต่เพราะหลักการที่เกี่ยวกับลานบ้านนั้นมีอยู่หลากหลายมาก จึงทำให้สุดท้ายแล้วก็ก่อสร้างไม่สำเร็จ

          ในวิชาฮวงจุ้ย เรียกหน้าประตูบ้านหรือด้านหน้าของบ้านหยินว่าลานบ้าน เป็นจุดที่มีพลังชี่รวมกัน ลานบ้านในสมัยโบราณจะสะอาด กว้าง ซ่อนลม และเก็บพลังชี่ได้ดี และในวิชาสำรวจพื้นดินก็คือจะต้องเลือกลานบ้านที่ดีก่อน จากนั้นค่อยกำหนดสุสาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการเลี่ยงจากความชั่วร้ายเข้าหาความดี

          ลานบ้านแบ่งออกเป็นลานบ้านใหญ่ กลางและเล็ก ดังนี้

          1.ลานบ้านเล็ก : หากเป็นสุสานลักษณะนูนขึ้น เหมือนถ้ำ หรือยื่นออกมา พื้นที่ๆ บริเวณรอบๆสุสานต่ำลงไป ขณะฝนตกมีน้ำไหลจากบนลงล่างไปฝั่งซ้ายขวา แล้วเชื่อมกันที่ใจกลางส่วนล่างของสุสาน จะเรียกว่าลานบ้านเล็ก

          2.ลานบ้านกลาง : หมายถึง พื้นที่ค่อนข้างไกลออกไปในบริเวณด้านหน้าสสาน มีภูเขามังกรและเสือขาวโอบกอด ซึ่งในจุดที่ภูเขามังกรและเสือโอบกอดแล้วมีน้ำไหลมารวมกันนั้นก็คือ ลานบ้านกลาง

          3.ลานบ้านใหญ่ : หมายถึงบริเวณที่มีน้ำมารวมกันภายในภูเขาอั้น(案山)

          ลักษณะของลานบ้านนั้นจะต้องสมบูรณ์ วกกลับ สูงต่ำชัดเจน รอบสี่ด้านเรียบเสมอ ตรงกลางบุ๋มลงไป หากเป็นลักษณะที่เรียบ สะอาด รอบสี่ด้านสูง จะถือเป็นลานบ้านที่มงคลมาก หากเป็นแนวนอนจะต้องนอนอย่างดี หากตรงก็จะต้องตรงอย่างดี หากเหลี่ยมก็จะต้องเหลี่ยมอย่างดี จึงจะถือว่าเป็นลานบ้านที่มงคล

          สิ่งที่สำคัญที่สุดของลานบ้านก็คือลานบ้านกลาง ปกติแล้วจะพบเห็นลักษณะที่ลานบ้านทั้ง 3 แบบต่างก็สวยงาม หากสามารถทราบได้ว่าลานบ้านกลางมงคลก็จะกำหนดสุสานได้ และหากลานบ้านเล็กและใหญ่ก็สวย จะแสดงว่าสุสานนี้มงคลยิ่งกว่าเดิม

 

  • เข็มทิศฮวงจุ้ย

เข็มทิศในได้รวมเอาความหมายของเส้นต่างๆ ของฟ้าดินเอาไว้

ปกติแล้วเข็มทิศจะประกอบไปด้วยจานดินและฟ้า มีเข็ม 5 เข็ม มีเข็มพบ เข็มกลาง มีจานเงิน จานทอง มีจานใน จานนอก มีจานฟ้า ดิน คน มีซินแสฮวงจุ้ยบางคนใช้เข็มหลักวัดฟ้า มีบางคนใช้เข็มหลักวัดมังกร มีบางคนใช้เข็มพบวัดดิน มีบางคนใช้เข็มพบกำหนดทิศทางนั่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีหลักการใช้ที่ตายตัว ซินแสฮวงจุ้ยต่างก็ใช้สิ่งที่ตัวเองเรียนมาและเคารพจากอาจารย์ของตัวเอง

          จานดินจะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม มีเส้นบวกอยู่ด้านบน ตรงกลางมีวงกลมบุ๋มลงไป

จานฟ้าเป็นลักษณะกลม นูนขึ้นมาเล็กน้อย บริเวณวงกลมบนจานดินนั้นจะหมุนได้         ตรงกลางของจานฟ้ามีเข็มแม่เหล็กที่ส่วนใหญ่แล้วจะชึ้ไปทิศใต้

          จานดินและฟ้าของเข็มทิศนั้นเป็นสัญลักษณ์ของฟ้ากลมดินเหลี่ยม

          เข็มแม่เหล็กบนจากฟ้านั้น ซินแสฮวงจุ้ยจะเรียกว่าเข็มหลัก ทิศทางที่เข็มนี้ชี้ไปไม่ใช่ทิศใต้ แต่เพื่อเป็นการตรวจสอบทิศใต้ จึงมีเข็มพบขึ้นมาอีก ซึ่งระหว่างเข็มพบและเข็มหลักจะกลายเป็นแม่เหล็กที่เอนมุม

          สิ่งที่สำคัญที่สุดขณะดูเข็มทิศคือการดูเข็ม หากต้องการทราบทิศทางของบ้านหรือสุสานก็จะต้องตั้งเข็มทิศไว้บนป้ายสุสานหรือตรงกลางของใต้ประตูบ้าน หรือบริเวณใจกลางของลานบ้าน รองด้วยข้าวหนาประมาณ 3 นิ้ว อัดให้ข้าวมีผิวเหมือนกับผิวน้ำ จากนั้นวางเข็มทิศลงไป แต่ต้องไม่ให้รอบด้านมีวัตถุโลหะด้วย จากนั้นใช้น้ำทำควาสะอาดจานฟ้า หมุน 3 ครั้งแล้วดูว่าเข็มหันไปทิศทางเดียวกันหรือไม่ —— เส้นจึอู่ (子午)

          เฉกเช่นกับการจับชีพจรของแพทย์แผนจีน ได้แบ่งการสั่นเคลื่อนไหวของเข็มออกเป็น 8 แบบ

หนึ่ง     ถาง(搪)  ลอย ไม่แน่นอน ไม่อยู่ในเส้นกลาง แสดงว่าใต้ดินมีวัตถุโบราณ

สอง     เหิง(横)  ไม่อยู่ในเส้นจึอู่ แสดงว่าใต้ดินมีโลหะ

สาม     ชี(欺)    เข็มหมุนตลอดเวลา       

สี่        ท่าน(探) ลอยครึ่งจมครึ่ง  

ห้า      ม่อ(没)   หมายถึ งใต้ดินมีเครื่องทองแดง    

หก      จู๋(逐)    เข็มลอยและเคลื่อนไหว

เจ็ด      เช่อ(测)  เอนไปตะวันออกหรือตก  

แปด     เจิ้ง(正)  อยู่เส้นตรงกลางซึ่งจะมงคล

          หากซินแสฮวงจุ้ยต้องการทดสอบทิศทางของน้ำ ก็ต้องใช้เส้นแดงใจกลางเข็มทิศ (อาจจะเป็นเส้นขาว) ชี้ไปยังจุดที่ปากน้ำเชื่อมกัน แล้วค่อยหมุน ให้เข็มแม่เหล็กและเส้นใต้ทะเลขนานกัน จากนั้นดูเส้นแดงว่าชี้ตัวอักษรอะไรบนจานกลมก็สามารถกำหนดความดีร้ายของทิศทางตามหลักการฮวงจุ้ยได้ หากทิศทางไม่เหมาะสมก็จะต้องปรับเข็มทิศจนกว่าจะมงคล

          เพราะซินแสฮวงจุ้ยบางคนมักจะชอบแกล้งทำ จึงทำให้เข็มทิศที่เดิมใช้สำหรับวัดทิศทางเท่านั้นมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม สัมพันธ์ไปถึงไท่จี๋ หยินหยาง ปากว้า 5 ธาตุ เหอถู ลั่วซู น่าเจี่ย เทียนซิน 28 กลุ่มดาว ภูเขาแม่น้ำ ทิศทาง ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้คนเกิดความสับสนมาก

          แต่เราก็สามารถมองเห็นถึงความฉลาดของซินแสฮวงจุ้ยจากในเข็มทิศเช่นกัน พวกเขานำความสัมพันธ์ของฟ้า ดินและคนมาเชื่อมต่อกัน นำความสัมพันธ์ของแม่เหล็กที่มีอยู่ในผืนโลกแสดงออกมาให้เห็น และอธิบายออกมาอย่างมีระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่านับถือมาก

 

  • การเลือกความมงคล

การเลือกความมงคลนั้นเป็นการเลือกเวลาและพื้นที่เพื่อก่อให้เกิดความมงคล โดยเนื้อหาในการเลือกนั้นค่อนข้างจะกว้าง โดยหลักแล้วจะเป็นการเลือกวันมงคล วันขุดดิน ก่อสร้าง เดินทาง แต่งงาน เปิดร้าน ฯลฯ

    พฤติกรรมและแนวความคิดการเลือกความมงคลนั้นมีอยู่มานานแล้ว แต่สำหรับประเทศจีนปรากฎเป็นครั้งแรกในยุคของมนุษย์ถ้ำปักกิ่ง

คนโบราณจะใช้ผงแร่หินสีแดงสาดเป็นวงรอบๆ ศพคนตาย จากพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ทราบได้ว่าการเลือกความมงคลไม่ได้เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นประเพณีด้วย ดังนั้นแล้ว ชื่อของเทพเจ้าต่างๆ ที่พบเห็นในตำราเลือกความมงคลก็เกี่ยวข้องกับฮ่องเต้ในสมัยอดีต หรืออาจะเกี่บข้องกับกลุ่มสังคม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ภูเขาแม่น้ำ หรือมนุษย์ก็มีใช้โดยทั่วไป

          การเลือกความมงคลเป็นสิ่งที่แสดงถึงการดำรงชีวิตของมนุษย์ ธรรมชาติได้เสนอเงื่อนไขที่ดีต่างๆให้มนุษย์ แต่ขณะเดียวกันก็ให้สิ่งที่ไม่ดีต่อมนุษย์ด้วย ซึ่งจะต้องหลีกเลี่ยงและเอาชนะ สำหรับการเลือกความมงคลนั้นจะใช้กันจือ(干支)เป็นพื้นฐาน ใช้ปากว้า 9 ดาว 28 กลุ่มดาว เทียนดิน ตี้จือ 5 ธาตุ ปี เดือน วัน เวลา มาสันนิษฐานความดีร้า เพื่อให้มนุษย์สามารถทำกิจกรรมต่างๆในเวลาที่ดี ก่อเกิดความปลอดภัย ไร้อุปสรรค และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการวิ่งตามฟ้า ดิน คนรวมเป็นหนึ่งของคนในสมัยโบราณ

 

  • ศัพท์เฉพาะต่างๆที่เกี่ยวกับการเลือกวัน

ขุดดิน : ขณะก่อสร้างบ้านหยาง เวลาที่ใช้พลั่วขุดลงไปเป็นครั้งแรกในทิศทางมงคลเรียกว่า การขุดดิน

ตั้งฐาน : หมายถึงเมื่อขุดฐานกำแพงแล้ว เวลาที่ใส่ก้อนหินก้อนแรกดลงไปในทิศทางมงคลก็คือการ

ตั้งฐาน

          ตอกเสาเข็ม : วันเวลามงคลในการตอกเสาเข็มหรือคานบ้าน

          ตั้งประตู : ปกติแล้วหมายถึงทิศทางประตูหลัก

          ตั้งเตา : หมายถึงการติดตั้ง ซ่อมแซม เคลื่อนย้ายเตาทำอาหาร

          โยกย้าย : หมายถึงการย้ายบ้าน

          ใส่ไฟ : ปกติแล้วหมายถึงการย้ายเข้าบ้าน ในสมัยโบราณ การใส่ไฟเป็นพิธีอย่างหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ก็ยังคงพบเห็นได้

          ก่อสร้าง ซ่อมแซม : สร้างหรือซ่อมแซมบ้าน

          เพาะปลูก : หมายถึงการปลูกและการตัดเพาะพืช

          ขุดบ่อน้ำ : การขุดท่อ บ่อน้ำ

          เปิดตลาด : หมายถึงวันแรกของการเปิดกิจการค้าขาย

          ทำความสะอาด : หมายถึงการทำความสะอาดบ้าน

          เปิดโกดัง : ก็คือการเปิดโกดัง

          ทำคาน : คือการตัดไม้มาทำคานบ้าน

          ซ่อมกำแพง : หมายถึงการทาสีกำแพง

          ซ่อมถนน : ก็คือการซ่อมถนน

          รื้อบ้าน : หมายถึงการรื้อถอนบ้านเก่า สร้างกำแพง

 

 

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับฮวงจุ้ยผ่านทางเฟซบุคได้ที่ เพจฮวงจุ้ยอาจารย์หม่า

 https://www.facebook.com/pages/ฮวงจุ้ยอาจารย์หม่า และสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการเรียนฮวงจุ้ยฟรี

ได้ที่  อาคารอาจารย์หม่า  โทร. 088-2774051-60