วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561 10:58 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

แม่ลิ้นจี่พาชิม

แม่ลิ้นจี่ : วันศุกร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 20.18 น.

“แม่ลิ้นจี่พาชิม” ออนไลน์ วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560

 .. แวะชิม..ตำมั่วไทย-มาม่าหมูแซ่บ ..

.. ที่ร้านลุงใหญ่ ไทย-อีสาน สี่แยกวังหิน

 

 

 

 

พบกันอีกเช่นเคยกับ “แม่ลิ้นจี่พาชิม” ในบ้านเมืองออนไลน์ที่คอยสรรหาเมนูจานอร่อยจากทั่วทุกสารทิศมาแนะนำให้ทุกท่านได้พากันแวะไปลิ้มลอง..!

           

เมนูอร่อยน่าชิม..ประจำวันนี้ “แม่ลิ้นจี่” เจ้าเก่าขอเอาใจท่านที่ชื่นชอบรับประทานอาหารอีสานรสแซ่บและเมนูสารพัดตำแวะมาอิ่มอร่อยกันที่ “ร้านลุงใหญ่ ไทย-อีสาน” สาขาวังหิน ฟังแค่ชื่อร้านก็คงจะบ่งบอกกันได้เป็นอย่างดีว่าที่ร้านนี้เขาจะต้องมีทั้งอาหารไทยและอาหารอีสานให้เราได้ลิ้มลอง ซึ่งที่นี่เขาจะมีอาหารสารพัดให้เราได้เลือกชิมกว่า 100 ชนิดในเมนู..!

 

 

โดยเฉพาะอาหารจานเด่นของร้านนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นอาหารประเภท “ส้มตำ” ที่มีอยู่มากกว่า 20 รายการไม่ว่าจะเป็น ส้มตำปูปลาร้า ตำไทย ตำข้าวโพดไข่เค็ม ตำโคราช ตำปลากรอบ ตำปลาดุกฟู ตำทะเล ตำปูม้า ตำหอยดอง ฯลฯ ซึ่งก็คงจะเป็นที่ถูกปากถูกใจของคุณสาวๆ ที่ชอบอาหารรสแซ่บ นอกจากนี้ท่านที่ไม่ชอบทานอาหารอีสานที่ร้านนี้ก็ยังมีอาหารไทยให้เลือกสั่งอยู่มากมาย เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา ปีกไก่ทอดน้ำปลา หอยแมลงภู่อบ ยำหอยแคลง กุ้งคั่วพริกเกลือ ปูนิ่มทอดกระเทียม ฯลฯ

 

นอกจากนี้ “ร้านลุงใหญ่ ไทย-อีสาน” เขาจะมีสาขาแรกอยู่ในย่านดินแดง ส่วนที่สาขาวังหินนี้เพิ่งจะเปิดบริการกันมาได้ประมาณ 3 เดือน รสชาติอาหารอีสานของที่นี่จะไม่ใช่รสชาติของอาหารอีสานแบบพื้นบ้าน แต่จะเป็นรสชาติอาหารอีสานที่ปรับแต่งรสชาติให้คนภาคอื่นๆ สามารถรับประทานกันได้ สถานที่ตั้งของร้านนั้นจะเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านนอกจะมีระเบียงให้ลูกค้าได้เลือกนั่งอยู่หลายมุมมองในบรรยากาศแบบโอเพ่นแอร์ โซนด้านในร้านจะเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีผนังเป็นกระจกใสมองเห็นทัศนียยภาพภายนอกได้ชัดเจนไม่อึดอัด ด้านข้างร้านสามารถจอดรถยนต์ได้สะดวกสบายหลายสิบคัน ทำให้เรากลืนกินอาหารได้ลงคออย่างไม่ต้องกังวลว่าจะถูกล็อคล้อ เพราะตำรวจจราจรพื้นที่นี้ค่อนข้างขยันขันแข็งล็อคล้อกันต่อหน้าต่อตาเจ้าของรถ เลยทำให้ร้านค้าในย่านนี้พากันปิดกิจการไปหลายร้านเพราะลูกค้าพากันขยาดไม่กล้ามาใช้บริการ

 

ส่วนเมนูอร่อยน่าชิมของร้านนี้ก็มีกันอยู่หลายชนิดอย่างที่ “แม่ลิ้นจี่” ได้สาธยายให้ฟังกันไปตั้งแต่แรก แต่ที่จะแนะนำให้สั่งมาลิ้มลองกันในวันนี้ก็เป็นเมนูแบบเรียบง่ายแต่ไม่ว่าใครมาก็ต้องสั่ง..เรามาเริ่มจานแรกกันที่

 

 

 

มาม่าหมูแซ่บ..ถ้าใครเป็นอดีตนักศึกษาที่อยู่ตามหอพักก็คงจะคุ้นเคยกับมาม่ากันเป็นอย่างดี ฟังชื่ออาหารก็ดูธรรมดาแต่มาม่าของที่นี่เขาไม่ธรรมดาซึ่งไม่สามารถหากินกันได้ในหอพัก เขาจะนำน้ำต้มยำที่ปรุงมาแบบน้ำข้นรสชาติจัดจ้านที่มีทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกสด ผักชีฝรั่ง น้ำมันพริกเผา ใส่มาในหม้อที่มีไฟร้อนรนอยู่ด้านล่าง ใส่เส้นมาม่าลวกสุก หมูสับปั้นเป็นก้อนกลมคล้ายลูกชิ้น ใส่หมูตุ๋น คอหมูย่าง ไข่ไก่อีกสองฟอง มะนาวสไลด์ รอให้ทุกอย่างสุกได้ที่ช่วยกันตักใส่ถ้วยแบ่งกันกินสองคนจนอิ่มแปร้ แค่ราคาหม้อละ 130 บาท

 

 

 

ตำมั่วไทยใส่ปู..เขาจะนำกระเทียมไทยและพริกขี้หนูสดโขลกในครกแค่พอแหลก ใส่เส้นมะละกอ ขนมจีน มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง กุ้งแห้ง ปูเค็ม มะเขือเปราะ ปลากรอบ หมูยอ คลุกเคล้าจนเข้ากันปรุงรสชาติออกหวานนำตามสไตล์ของส้มตำไทย ตามด้วยรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และรสหวานนิดๆ ติดปลายลิ้น เสิร์ฟมาในจานปริมาณแบบไม่ขี้เหนียว จานนี้ไม่ต้องกินแกล้มกับผักสดเพราะมีเครื่องปรุงอยู่มากมาย ในราคาแค่จานละ 90 บาท

 

 

 

ปีกไก่ทอดน้ำปลา..เป็นเมนูที่เด็กๆ ก็ทานได้ส่วนผู้ใหญ่ก็ชื่นชอบ โดยเขาจะนำปีกไก่ปรุงรสด้วยน้ำปลาดีเล็กน้อย คลุกเคล้ากับผงแป้งแค่พอเคลือบหนังไก่ ก่อนนำไปทอดในน้ำมันใหม่ร้อนฉ่าจนปีกไก่สุกเหลือง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่มาหนึ่งถ้วย ความอร่อยอยู่ที่ปีกไก่ส่วนที่เป็นหนังเคี้ยวกินได้กรอบกรุบสนุกปากติดรสชาติเค็มเล็กน้อย ส่วนเนื้อในยังคงนุ่มเนียนไม่แห้งแข็ง สั่งมากินคู่กับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ หรือสั่งมากินเป็นกับแกล้มกับเมรัยช่างถูกปากถูกใจเป็นยิ่งนัก ในราคาจานละ 100 บาท

 

 

 

ตำข้าวโพดไข่เค็ม..เป็นเมนูตำแบบฟิวชั่น โดยเขาจะนำพริกสดและกระเทียมไทยโขลกในครกแค่พอแหลก ใส่มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว กุ้งแห้ง ข้าวโพดหวาน ราดด้วยน้ำส้มตำที่เขาปรุงรสไว้เสร็จสรรพคลุกเคล้าทุกอย่างจนเข้ากัน ปรุงรสชาติออกเปรี้ยวนำเล็กน้อย ตามด้วรสหวาน เค็ม และเผ็ด ตักใส่จานวางเคียงข้างด้วยไข่เค็มผ่าซีกพร้อมเสิร์ฟ ในราคาจานละ 80 บาท

 

 

 

ตำหอยดอง..เอ้า.แถมให้อีกจานสำหรับคนที่ชอบอาหารอีสานรสแซ่บ จานนี้ถ้าคนธาตุอ่อนไม่ควรรับประทานแต่ว่ามันน่าหม่ำจะอดใจยังไงไหว เขาจะนำพริกสดกระเทียมโขลกรวมกันในครกใส่เส้นมะละกอ มะเขือเทศ กุ้งแห้ง ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ใส่หอยแมงภู่ดอง คลุกเคล้าจนเข้ากันปรุงรสชาติออกเค็มนำ เปรี้ยวและเผ็ดเล็กน้อย เสิร์ฟมาในจานที่มีประมาณกำลังดี ในราคาจานละ 70 บาท

 

นี่แค่เพียงเล็กน้อยที่บอกเล่ามาให้ฟัง สะดวกกันเมื่อไรก็ขอเชิญแวะเวียนมาเยี่ยมชิมกันเองได้ “ร้านลุงใหญ ไทย-อีสาน” จะเปิดบริการกันทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. สถานที่ตั้งจะอยู่ใกล้สี่แยกวังหินเขตลาดพร้าว กทม. จุดสังเกตจะอยู่ตรงข้ามกับห้างแม็คโครสาขาวังหิน หรือโทรศัพท์มาสอบถามเส้นทางกันได้ที่ 09-3914-2954

 

สำหรับวันนี้คงต้องขอแนะนำกันแต่เพียงแค่นี้ แล้วพบกับ “แม่ลิ้นจี่พาชิม ปีที่ 16” ได้ใหม่ในบ้านเมืองออนไลน์สัปดาห์ต่อไปนะคะ..!               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าแรก » คอลัมน์