วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561 11:41 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

แม่ลิ้นจี่พาชิม

แม่ลิ้นจี่ : วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 16.33 น.

..คุยกันเรื่อง “ไก่มะระ” ..

คุยก่อนชิม บ้านเมืองออนไลน์ วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560


 



    ..คุยกันเรื่อง “ไก่มะระ” ..


    

คุยก่อนชิม..ประจำสัปดาห์นี้ “แม่ลิ้นจี่” ยังคงมีเรื่องราวและข่าวสารในแวดวงร้านอาหารและโรงแรมดังมาเล่าสู่กันฟังอีกเช่นเคย และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้คุยกันถึงเรื่องของ “ไก่หุบบอน” กันไปแล้ว มาในวันนี้เราจะมาคุยกันต่อถึงเรื่องของ “ไก่มะระ” กันดูบ้าง
    

 

เมื่อพูดถึง “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ” เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักกันเป็นอย่างดีและเคยได้ลิ้มลองกันมาแล้ว ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็มีร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระอยู่มากมายหลากหลายสูตรตามแต่จะคิดค้นกันขึ้นมา แต่สรุปรวมแล้วก็คือก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเหมือนกัน แต่ก็เชื่ออีกเช่นเดียวกันว่ายังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ทราบถึงที่มาของก่วยเตี๋ยวไก่มะระขนานแท้นั้นมีเรื่องราวและความเป็นมากันอย่างไร ในวันนี้ “แม่ลิ้นจี่” ก็เลยอยากจะพูดคุยให้ฟังไว้เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับไก่มะระให้ทุกท่านได้รับทราบ
    

 

ย้อนอดีตไปกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเมื่อครั้งที่ “แม่ลิ้นจี่” ยังอยู่ในวัยเยาว์ ก๋วยเตี๋ยวไก่ในสมัยนั้นเขาจะใช้ไก่ชนิดหนึ่งที่มักนิยมเลี้ยงกันอยู่ในภาคใต้ ซึ่งไก่พันธุ์นี้ชาวบ้านจะเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินกันเอง ไม่ได้มีฟาร์มเลี้ยงเหมือนกับไก่ในสมัยนี้ ลักษณะของไก่พันธุ์นี้รูปร่างค่อนข้างจะอัปลักษณ์เล็กน้อย เพราะจะไม่ค่อยมีขนมองเห็นหนังไก่ได้ชัดเจน อีกทั้งผิวของหนังไก่จะมีลักษณะเป็นปุ่มเล็กปุ่มน้อย สรุปว่าหนังไม่เรียบเหมือนหนังไก่โดยทั่วไปว่างั้นเถอะ ซึ่งมองดูแล้วหนังไก่นี้จะเหมือนกับผิวของผลมะระ ผู้คนจึงพากันเรียกว่าไก่มะระ คุณลักษณะเด่นก็คือหนังไก่พันธุ์นี้จะหนากว่าไก่อื่นๆ รองจากชั้นหนังจะมีไขมันเล็กน้อยก่อนจะถึงเนื้อไก่ เมื่อนำไปต้มหรือนึ่งหนังไก่ที่หนานี้จะหดตัวทำให้หนังไก่ตึงเคี้ยวกินได้หนึบๆ กรุบๆ ส่วนเนื้อไก่จะแน่นแต่ไม่เหนียว ร้านอาหารในสมัยนั้นจะนิยมใช้ไก่ชนิดนี้มาทำข้าวมันไก่ หรือไม่ก็นำมาทำก๋วยเตี๋ยวไก่ จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ”
    

ในปัจจุบันนั้นจะไม่มีร้านไหนเอาไก่ชนิดนี้มาทำก๋วยเตี๋ยวไก่ขาย หรืออาจจะเป็นเพราะหาซื้อยากและไม่ค่อยมีขายจึงใช้ทางสะดวกด้วยการนำไก่พันธุ์ธรรมดามาทำขาย เท่าที่แม่ลิ้นจี่เคยเห็นก็จะมีภัตตาคารอาหารจีนบางแห่งนำไก่ชนิดนี้หรือที่เรียกว่าไก่มะระนั้นมาทำเป็นเมนูจานเด็ดนั่นก็คือ “ไก่แช่เหล้า” ซึ่งเขาจะนำไก่ไปนึ่งจนสุกเลาะกระดูกแล่เอาแต่เนื้อสไลด์มาเป็นชิ้นๆ วางเรียงมาในจานราดด้วยเหล้าจีนแช่ไว้ในตู้เย็น เมื่อลูกค้าสั่งเขาเสิร์ฟพร้อมแมงกระพรุ่นผัดกับน้ำมันงา และน้ำจิ้มที่ทำมาจากพริกจีนหรือหมาล่ารสจัดแบบจีนๆ ส่วนร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่ในสมัยนี้แม่ลิ้นจี่ไม่แน่ใจว่าจะด้วยการเข้าใจผิด หรือว่าเพราะหาซื้อไก่มะระไม่ได้เลยทำให้สูตรผิดเพี้ยนกันไป จึงทำให้ร้านต่างๆ พากันนำมะระมาใส่ในก๋วยเตี๋ยวไก่ แล้วเรียกกันว่า “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ”
  

 

เอาล่ะค่ะ..พูดคุยเรื่องไก่มะระกันไปแล้ว สัปดาห์ต่อไปเราจะมาคุยกันเรื่องของเป็ดกันดูบ้าง ซึ่งเป็ดที่จะคุยต่อไปก็คือ “เป็ดไล่ทุ่งและเป็ดอี้เหลียน” ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นไว้คุยกันในสัปดาห์ต่อไปนะคะ ส่วนในสัปดาห์นี้เรามาเข้าเรื่องของโปรโมชั่นจากห้องอาหารต่างๆ กันก่อน..เรามาเริ่มต้นร้านแรกกันที่

 

 

 

ห้องอาหารมิสสยาม โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกท่านมาลิ้มรสต้นตำรับอาหารไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก นั่นก็คือ “แกงมัสมั่นเนื้อ” ซึ่งเป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงอยู่ในกาฟย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกงแรงอยากให้ใฝ่ฝันหา” โดยมีเครื่องผสมเป็นสูตรเด็ดตามตำรับโบราณไม่ว่าจะเป็น ใบยี่หร่า กานพลู เมล็ดลูกกระวาน อบเชย ลูกจันทร์ โดยเชฟมือหนึ่งของที่นี่ได้คัดสรรเนื้อวัวส่วนน่องลายสดใหม่ นำมาตุ๋นเคี่ยวกับกะทิน้ำพริกแกงมัสมั่น ใส่มันฝรั่งต้มเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มหอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟใส่ถ้วยมาร้อนๆ ในราคาเพียง 320 บาท แวะมาลิ้มลองกันได้ตั้งแต่เวลา 11.30-22.30 น. โทรศัพท์สำรองความอร่อยได้ที่ 0-2217-0777..
    

 

 

 

ห้องอาหารเวียดนามไซ่ง่อน โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนคุณและครอบครัวมาลิ้มรสความแปลกใหม่จากเมนูสูตรต้นตำรับ ที่เชฟได้นำมาปรุงแต่งให้เป็นรสชาติที่ถูกปากคนไทย อาทิ ก๋วยจั๊บเวียดนามซี่โครงหมู และหมูพันอ้อย เชิญแวะมาลิ้มลองกันได้ตลอดเดือนมิถุนายน ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ โทรสำรองโต๊ะได้ที่ 0-2217-0808 ต่อ 5402..
    

 

 

 

ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญชวนทุกท่านมาอิ่มอร่อยโดยที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศสเปน ที่ “เชฟจวน ทันยา ดอท” ได้รังสรรค์สุดยอดเมนู “บิสซิเนสลั้นช์” จากแคว้นคาลาตันหลากหลายเมนูด้วยวัตถุดิบที่ส่งตรงจากสเปน อาทิ อาหารทะเลสดๆ เนื้อเกรดพรีเมี่ยม เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยที่มีให้เลือกถึง 5 เมนู อาหารจานหลักที่เชฟคิดค้นเมนูสุดพิเศษ 5 เมนู ปิดท้ายด้วยขนมหวานที่บ่งบอกถึงความเป็นสเปนอย่างแท้จริง และยังเพลิดเพลินกับวิวของกรุงเทพมหานครจากชั้น 54 ที่จะทำให้เราได้ผ่อนคลายและอิ่มอร่อยไปอาหารทุกเมนู ที่เชฟจะสลับสับเปลี่ยนมาให้ชิมกันทุกสัปดาห์ ในราคาบิสซิเนสลั้นช์สำหรับ 2 คอร์ส เพียงท่านละ 799 บาท++ และ 3 คอร์สท่านละ 999 บาท++ เชิญแวะมาลิ้มลองกันได้ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. โทรสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2100-6255..
    

 

 

 

ห้องอาหารเดอะ สแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สยาม สแควร์ ขอเชิญทุกท่านมาอิ่มอร่อยกับปูสดๆ จากท้องทะเลทุกมื้อค่ำวันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับปูนานาชนิดที่สามารถเลือกทานได้แบบไม่อั้น อาทิ ปูม้า ปูลายเสือ ปูทะเล ที่ทำได้ทั้งแบบนึ่งและย่าง และอิ่มต่อเนื่องกับ ปูผัดผงกะหรี่ ทาร์ตต้นหอมกับปู และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูนานาชนิดให้เลือกลิ้มลองไม่ว่าจะเป็น กุ้ง แซลมอน กราฟลักซ์ พิซซ่า พาสต้า และมุมสเต็กแสนอร่อย ในราคาเพียงท่านละ 1,150 บาท++ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งเพื่อรับส่วนลด 50% ได้ที่ http://www.novotelbkk.com/special-offers/ หรือโทรศัพท์ 0-2209-8888 ต่อ เดอะ สแควร์

 

 

    

 

ที่ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโตร เคป เฮ้าส์ กรุงเทพฯ ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ขอเชิญทุกท่านมาอิ่มเอมกับเมนูสุดพิเศษ “ทูน่าสดราดกะทิและมะนาว” ที่ปรุงโดย “เชฟจิโอวานนี่ ซาลิเซ” ชาวอิตาเลียน ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยปลาทูน่าสดใหม่ คัดสรรค์วัตถุดิบชั้นดี นำมาคลุกเคล้ากับกะทิสดรสกลมกล่อมกหวานมันหอมกลิ่นน้ำมันมะกอก ลิ้มลองกันได้ในราคาเพียง 270 บาท++ ยิ่งสั่งมาทานเคียงคู่กับไวน์ชาร์ดอนเน่ย์จะยิ่งเพิ่มความสุนทรีย์ได้มากมาย โทรศัพท์สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2658-7444 หรือเยี่ยมชเว็บไซต์ได้ที่ www.capecollection.com
    

 

 

ฟรุต คอร์ท ชั้น 18 โรงแรมใบหยก สกาย ขอต้อนรับฤดูทุเรียนฟีเว่อร์ปีนี้ด้วยเมนูใหม่แกะกล่อง “ซาลาเปาทุเรียน” ที่ทำเป็นลูกซาลาเปาเลียนแบบทุเรียนสีเขียวแป้งนุ่มหอมกลิ่นชาเขียว สอดไส้ในด้วยครีมทุเรียนสูตรพิเศษของ “เชฟลี ชุง ไท้” ชาวฮ่องกงผู้เชี่ยวชาญเรื่องติ่มซำ กลิ่นหอมด้วยการคัดพิเศษจากทุเรียนหมอนทอง อุ่นร้อนๆ ด้วยด้วยตู้นึ่งไอน้ำตลอดเวลา ที่พร้อมจะให้เราได้อิ่มอร่อยในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูทุเรียนยอดนิยมให้เลือกชิมอีกมากมาย อาทิ ทุเรียน ข้าวเหนียวทุเรียน วุ้นน้ำกะทิทุเรียน สังขยาทุเรียน ไอศกรีมทุเรียน ผลไม้ตามฤดูกาลทั้งแบบสดและแปรรูปอีกกว่า 100 รายการ แวะมาอิ่มอร่อยกันได้ในราคาท่านละ 350 บาท ในเวลา 90 นาที เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวล่ 09.00-21.00 น. พร้อมรับสิทธิพิเศษ..ขึ้นชมวิวกรุงเทพฯฟรี โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Baiyok Call Center 0-2656-3939 หรือแอดไลน์มาที่ @BAIYOKSKYHOTEL      






 

หน้าแรก » คอลัมน์