วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 17:01 น.

สัมภาษณ์

ศูนย์ดำรงธรรม..ทางสายหลักบำบัดทุกข์ประชาชน

วันพุธ ที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2560, 09.23 น.

ศูนย์ดำรงธรรม..ทางสายหลักบำบัดทุกข์ประชาชน

 

 

ถาม - ในปี 2560 กระทรวงมหาดไทยมีโครงการ หรือแผนงาน หรือปัญหาอะไรที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษบ้าง

 

ตอบ - ความจริงไม่ว่าจะเป็นปี 2560 ที่จะถึงนี้ หรือจะปีไหนๆ ก็แล้วแต่ จริงๆ แล้วครับ คนที่รับราชการหรือเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ที่ถูกต้องเลยนั้นคือ มีเป้าหมายของชีวิตในการทำงาน เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุขเพิ่มมากขึ้น มีความทุกข์ลดน้อย และดีที่สุดคือทำให้ความทุกข์หมดลงไป อย่างที่เราถูกสอนถูกยึดมาจนเป็นอุดมการณ์ คือเรื่องของการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ซึ่งเราก็ต้องทำให้มันเข้มข้นขึ้น เพราะชีวิตยิ่งผ่านไปมันก็เหลือน้อยลง อีกอย่างหนึ่ง ถ้าอยากเห็นประเทศชาติมีความมั่นคง ยั่งยืน และมีความเจริญรุ่งเรือง มันก็จะต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุขเพิ่มมากขึ้น เพิ่มมากขึ้นจนสุดกำลัง เพราะฉะนั้นในส่วนตัวเองผมมองว่าปี 2560 เป็นปีที่น่าจะมีความหวังและมีความสุขเพิ่มมากขึ้น

 

ซึ่งความหวังที่ว่านั้น ตามโรดแม็พของรัฐบาลนั้นมุ่งหวังที่จะให้ประเทศชาติมีประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ทุกคนอยากจะเห็น นักธุรกิจก็ดี พี่น้องเกษตรกรก็ดี ชาวไร่ ชาวนาก็ดี ก็อยากเห็น โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่ผ่านมานั้นทุกคนน่าจะพอได้บทสรุปและได้บทเรียนจากความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งไม่ควรนำไปสู่ความขัดแย้งจนทำให้ประเทศชาติวุ่นวายและไม่มีทางออก ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมานั้นการที่เรามีความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองไม่แตกแยก แต่ว่าถ้าจะดีที่สุดนั้นบ้านเมืองจะต้องเป็นประชาธิปไตย และก็เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพราะฉะนั้นในปี 2560 ตามโรดแม็พของรัฐบาลนั้นจะช่วยส่งเสริมสังคมให้มีความหวังและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

 

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเองนั้น ผู้นำของเราคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และก็ท่านอธิบดีของทุกกรม ผมมั่นใจว่าทุกคนนั้นมีจิตเจตนาที่อยากเห็นพี่น้องประชาชนมีความสุขตามอุดมการณ์ของพวกเรา เท่าที่ผ่านมา ท่านได้วางผู้นำของกระทรวงเรา นำเอารากฐานที่ดีมาสร้างให้คนในกระทรวงมีความตระหนัก เช่น อุดมการณ์บำบัดทุกข์บำรุงสุข เรื่องของการทำงานโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน หรือที่เรารู้จักกันในนามของประชารัฐสิ่งนี้คือสิ่งที่ท่านผู้นำพยายามนำมาให้เราใช้ หมายความว่าการทำงานของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้แกนนำของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเป็นลักษณะที่ไม่โดดเดี่ยวและไม่รวบอำนาจ เป็นวิธีการที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ได้ร่วมกำหนดวิธีการ กำหนดประเด็นที่เราจะทำงานร่วมกัน

 

อย่างไรก็ตาม เราอยากเห็นกลไกในส่วนของภูมิภาคของรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น เพื่อการเป็นผู้นำในพื้นที่ ซึ่งมีความสำคัญ เราอยากเห็นผู้นำในพื้นที่ที่มีความชัดเจนของอำนาจในการแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ที่เป็นเอกภาพ แต่อำนาจที่ว่าก็มาจากการร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยผู้นำคนนั้นต้องได้รับมอบอำนาจอย่างชัดเจนจากส่วนกลาง เป็นแม่ทัพในการแก้ไขปัญหาที่ใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และทำแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นโดยรวมๆ แล้ว ผมว่ามีความหวังว่าบ้านเมืองเราจะดีขึ้น

         

ถาม - ตามโรดแม็พของนายกรัฐมนตรีที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่การจัดการเลือกตั้งจะช่วยให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นมามากน้อยอย่างไร

         

ตอบ - แน่นอน เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว บ้านเมืองย่อมจะดีขึ้น เพราะผมยังไม่ได้ยินมีใครเถียงสักคนว่าไม่ดี หรือแม้แต่คนเห็นต่างก็เชื่อว่าจะดีขึ้น ประชาธิปไตยนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งที่ยอมรับของสังคมโลก แต่เพียงบางจังหวะที่บ้านเมืองเราสะดุดยุดลงนั้น ก็เพราะสังคมมีความแตกแยกมาก ก็เลยมีความจำเป็น

           

ถาม - ในปัจจุบันผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลและเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่นั้น ได้มีการรับนโยบายรัฐบาลหรือนโยบายกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติได้เป็นจริงเป็นจังแค่ไหน

         

ตอบ - ในข้อเท็จจริงนั้นมันก็มีปนเปกันไปมัน จะให้สมบูรณ์ไปทุกอย่างเลยมันคงไม่มีในสังคม คนในบ้านเดียวกัน สังคมเดียวกัน ยังเชื่อฟังพ่อแม่ไม่เหมือนกันเลย อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้ว ผู้นำท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ทุกคน ทุกตำแหน่งมีกรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายให้เดินอยู่แล้ว ผู้นำท้องถิ่นเขาก็อยากเห็นบ้านเมืองเขามันดี ขณะเดียวกันเราก็อยากเห็นการทำงานในส่วนภูมิภาคมีความเข้มแข็ง เพราะในภูมิภาคไม่ได้มีแค่กระทรวงมหาดไทยกระทรวงเดียว แต่มันมีทุกกระทรวงที่ต้องลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งการมีผู้นำที่มีอำนาจจากตัวแทนรัฐบาลกลางลงไปในพื้นที่จะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           

แม้ทุกวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำหน้าที่ผู้นำในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ว่าปัญหาหนึ่งที่ทางเราเจอ คือหน่วยงานในภูมิภาคในพื้นที่นั้นมันมีการมอบหมายอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลไม่เต็ม 100% ถ้าพิจารณาในหลักของการบริหาร ให้มองดูกองทัพง่ายที่สุด ซึ่งกองทัพนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของการยกย่องผู้นำ แต่การจะให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นไม่ใช่มีอำนาจเด็ดขาดเพียงคนเดียว เพียงแต่ว่าเป็นปัจจัยส่งเสริมในภาวะผู้นำ ซึ่งภาวะผู้นำที่รับมอบโดยกฎหมายที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลดีในการแก้ปัญหา

 

ถาม - การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมในการให้บริการประชาชนร้องทุกข์ที่ผ่านมาได้ผลมากน้อยอย่างไร

           

ตอบ - ช่วยได้มากครับ เพราะว่าช่องทางในการรับเรื่องร้องทุกข์มีไปถึงระดับอำเภอแล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 มีมติให้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอขึ้นทุกอำเภอ 878 อำเภอ และกำหนดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องให้ความร่วมมือ และช่วยเหลือนายอำเภอในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนให้ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และทันต่อสถานการณ์ ซึ่งจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

 

ที่สำคัญคือมีการบริหารจัดการที่ชัดเจน หากรับเรื่องร้องทุกข์มาแล้ว เราจะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกหากเป็นงานบริการก็จะมีคำตอบให้ที่ศูนย์ดำรงธรรมเลย ไม่ใช่โยนกันไปกันมาเหมือนแต่ก่อน ในส่วนที่สองคือการแก้ไขปัญหาก็ต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งทุกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมกำลังมาช่วยกันในระยะเวลาที่ชัดเจน อันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะมีผลดีกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ตัวเลขเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมเพิ่มขึ้นหลายเท่าในปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะชาวบ้านใช้บริการแล้วเห็นผล แม้ว่าจะส่งผลให้ทางกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานหนัก แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนมีความสุข ถือว่าเราได้ช่วยทำให้ทุกข์ของชาวบ้านลดลง ความสุขของชาวบ้านเพิ่มขึ้น และหน้าที่ที่หนักขึ้นนั้น ไม่ใช่เฉพาะมหาดไทยเท่านั้น แต่ทุกหน่วยงานที่มาทำงานร่วมกันก็มีงานที่หนักขึ้น กระทรวงมหาดไทยเป็นแค่ตัวกลาง เป็นศูนย์กลาง เป็นเจ้าภาพหลักที่ชัดเจน เพื่อที่แจกงานย่อยๆ แม้ว่าจะเป็นงานของอีกกระทรวง แต่ถือว่าเป็นการช่วยกันทำงาน

 

ซึ่งการขับเคลื่อนของกระทรวงมหาดไทย ที่ได้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการประชาชนมี 7 ภารกิจหลัก และตั้งแต่เปิดศูนย์ดำรงธรรม เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 มาจนถึงปัจจุบัน มีประชาชนมาใช้บริการทั่วประเทศแล้วจำนวน 2,986,470 เรื่อง สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ 2,946,098 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 98.65

 

นอกจากนี้ศูนย์ดำรงธรรมเรายังได้สนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล อาทิ การช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้คำแนะนำ ให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ข้อมูลด้านการเกษตร โรคระบาดพืช ราคาพืชผล ความรู้ทางการเกษตร หรือให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

 

ต้องขอบคุณรัฐบาล คือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ให้นโยบายทุกหน่วยงานเข้าใจคำว่า Single Command หรือการขับเคลื่อนนโยบายแบบเบ็ดเสร็จ การมีผู้นำในพื้นที่ที่มีเอกภาพ ที่รัฐบาลสั่งทุกกระทรวง ทบวง กรม ว่าต้องให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือกับศูนย์ดำรงธรรม ทั้งในแง่ของการส่งคน ในแง่กรอบเวลา อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่างานนโยบายมีเจ้าภาพ ขณะที่รัฐบาลสามารถติดตามผลการดำเนินได้ง่าย และที่สำคัญช่วยให้ประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้น

 

สุดท้ายนี้ในวาระขึ้นปีใหม่ 2560 ผมเห็นว่าเราได้รับพระราชทานพรจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 จากผู้นำศาสนา จากผู้นำรัฐบาล จากพ่อแม่เรา ถือว่าเราได้พรเยอะที่สุดแล้ว ผมขออนุญาตไม่อวยพรปีใหม่ แต่ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในปี 2560 ที่จะถึงนี้ ขอให้พวกเราช่วยกันทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น ทำครอบครัวตัวเองให้ดีขึ้น แล้วมันจะส่งผลให้ประเทศชาติเราโดยรวมดีขึ้นแน่นอน แล้วอีกอย่างที่สำคัญ เมื่อดีแล้วอย่างลืมช่วยเหลือสังคม ดูแลเพื่อนบ้านและคนรอบข้างที่ยังลำบากอยู่ น่าจะเป็นพรที่ดีที่สุดของชีวิต ผมขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ