วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 17:52 น.

ยานยนต์

  • ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2560, 09.48 น.

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่

 

เอกลักษณ์แห่งความสปอร์ต พรีเมียม    ผสานขุมพลังเครื่องยนต์ VTEC TURBO

 
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่งมาพร้อมกับรูปทรงในสไตล์แฮทช์แบ็กที่ดูสปอร์ตพรีเมียม ผสานด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ VTEC TURBO ที่ให้สมรรถนะในการขับขี่ดีเยี่ยม และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีอีกด้วย
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้รับการพัฒนาโดยมีโครงสร้างพื้นฐานของตัวถัง และเครื่องยนต์เดียวกันกับฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น  ทั้งนี้ ในส่วนของการออกแบบและงานด้านวิศวกรรม รวมถึงการผลิตและงานขาย ยังได้รับความร่วมมือจากฮอนด้าในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แท้จริงในแต่ละภูมิภาค โดยทีมวิจัยและพัฒนาได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์การขับเคลื่อนที่คืนพลังความเป็นหนุ่มสาวให้กับลูกค้า (Dynamic Rejuvenation) ซึ่งทีมวิศวกรมือหนึ่งของบริษัททั้งในประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาต่างร่วมกันมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้ซีวิคเป็นยนตรกรรมคอมแพคท์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเซกเมนต์  ทั้งยังได้เทียบเคียงมาตรฐานกับยนตรกรรมระดับหรู โดยได้ทำการทดสอบภายใต้การใช้งานจริงร่วมกับรถยนต์หรูของยุโรป เพื่อตั้งมาตรฐานในด้านการขับขี่ การบังคับควบคุม เสียง การสั่นสะเทือน ความกระด้าง (NVH) คุณภาพภายในห้องโดยสาร รวมถึงความปราณีตในการออกแบบตัวรถ
 
 
 
คำขวัญที่ว่า OTOKOMAE
 
คำว่า “OTOKOMAE” กลายเป็นคำขวัญของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ซึ่งไม่เพียงแค่สื่อให้เห็นถึงความหรูหราสง่างามเท่านั้น แต่ยังคงสื่อถึงความงามจากภายในทั้งในแง่ของความคิดและจิตใจ ซึ่งผสานเข้ากับ
วิถีการใช้ชีวิต การที่จะสร้างสรรค์ให้ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ สามารถสะท้อนความเป็น OTOKOMAE ได้อย่างแท้จริงนั้น ทีมวิศวกรผู้พัฒนาต้องนำเอาเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มีอยู่ในรถยนต์ระดับหรูมาใช้ โดยเฉพาะ
ในส่วนของการออกแบบที่ไม่จำกัดเพียงแค่การมีรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจเท่านั้น แต่ลักษณะของเส้นสาย และส่วนโค้งเว้าที่ได้ถูกนำมาใช้นั้นจะต้องสามารถสื่อความหมายพร้อมกับสร้างสรรค์ประโยชน์ในเชิงเทคนิคด้วยเช่นกัน
 
นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังได้ทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ บนถนนออโตบาห์น ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว นับเป็นการตั้งเป้าหมายสมรรถนะการขับขี่ภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งทีมผู้บริหารระดับสูงยังได้เปิดโอกาสให้ทีมวิศวกรผู้พัฒนาเดินหน้าสร้างสรรค์กันได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นจะมีคุณภาพดีเยี่ยมเกินราคาที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามสมรรถนะของในการขับขี่ยังได้รับการพัฒนาและทดสอบภายใต้เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เกินกว่าระดับปกติ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

 

 

การออกแบบภายนอก
 
รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Exciting Hatch!”  เน้นการออกแบบในสไตล์ที่ล้ำสมัย โดยใช้โครงสร้างร่วมกันกับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ลักษณะตัวถังยังคงให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง ผสานกับเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด ซึ่งออกแบบมาให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ เอื้อประโยชน์ทั้งในเรื่องความประหยัดน้ำมันและช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ใช้ตัวถังส่วนหน้า และมีระยะฐานล้อเดียวกันกับ ซีวิค ใหม่ รุ่นปัจจุบัน แต่ระยะตัวถังตั้งแต่เสากลาง หรือ B-Pillar ไปจนถึงด้านท้ายของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ โดยแนวเส้นหลังคาด้านท้ายจะมีความสูงมากกว่ารุ่นซีดาน เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย
ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ในขณะที่ระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านท้ายของตัวรถสั้นลงเพื่อให้อารมณ์ความสปอร์ต ตามแบบฉบับรถยนต์สไตล์ยุโรป
 
ภาพโดยรวมของตัวรถเมื่อมองจากด้านข้างถูกออกแบบให้กว้าง และต่ำลงในสไตล์สปอร์ต โดยมีตัวถังที่กว้างขึ้น 30 มิลลิเมตร ตัวรถมีความสูงลดลง 20 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้แนวเส้นหลังคามีความ
เพรียวขึ้น  นอกจากนี้ การออกแบบให้บริเวณช่วงล้อมีขนาดใหญ่ และมีหน้ากว้างมากขึ้น ช่วยให้เกิดการทรงตัวที่ดี ขณะที่ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น ระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นลง และการปรับปรุงพื้นที่ห้องโดยสารใหม่ ช่วยสร้างสัมผัสพลังแห่งการขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี
 
การออกแบบด้านหน้าตัวรถของฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ เน้นความสปอร์ต และหรูหรา  โดยบริเวณด้านหน้าตัวรถมีระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นลง มาพร้อมกับช่องรับอากาศบริเวณกันชนหน้าที่สวยงามโดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตรูปรังผึ้ง ที่มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่
ในเวลากลางวันแบบ LED ผสานกับลวดลายเส้นสายบนตัวถังที่พาดผ่านตั้งแต่ด้านหน้าตัวรถยาวไปบรรจบกับขอบไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED  ในส่วนของกันชนท้ายถูกออกแบบให้มีเหลี่ยมสันที่สวยงาม พร้อมเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาในสไตล์สปอร์ตด้วยช่องระบายอากาศดีไซน์รูปรังผึ้ง
 
 
 
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
 
 
ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ออกแบบภายใต้แนวคิด “Daring ACE Design” โดยยังคงยึดหลัก “Man Maximum, Machine Minimum” ที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก รวมถึงการพัฒนาให้มีระยะฐานล้อที่เพิ่มขึ้นและตัวถังที่กว้างขึ้น ทำให้ห้องโดยสาร ของ ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ กว้างขวางสะดวกสบายกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน การออกแบบ เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียมไปพร้อมกัน  ผสานกับเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่ออันทันสมัย
 
แผงหน้าปัดมาพร้อมมาตรวัด ประกอบด้วยมาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล ส่วนแผงหน้าปัดด้านบนออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้พื้นที่ช่วงหัวเข่าของที่นั่งด้านคนขับกว้างขวางขึ้น และ
แผงคอนโซลกลางได้รับการออกภายใต้แนวคิด “Tech Center” ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางเทคโนโลยี
โดยด้านบนแยกออกเป็น 2 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับช่องเชื่อมต่อ
ได้อย่างเป็นระเบียบ
 
โครงสร้างตัวถังของ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีลักษณะที่ยาวและกว้างขึ้น รวมถึงระยะ ฐานล้อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ฝากระโปรงหน้ายังถูกปรับให้ลดต่ำลง และการออกแบบให้เสากระจก บังลมหน้า หรือ A-Pillar บางขึ้น ช่วยลดปัญหาการบดบังทัศนวิสัยบริเวณด้านหน้า และยังช่วยให้มุมมองบนเส้นทางด้านหน้ากว้างขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายยิ่งขึ้น เมื่ออยู่ภายในห้องโดยสาร สำหรับเบาะที่นั่งด้านหน้า ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับหลักสรีระศาสตร์ โดยเบาะที่นั่งคนขับอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ ช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจและอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนผู้โดยสารด้านหลังสามารถมองเห็นด้านหน้าได้อย่างชัดเจนขึ้น เนื่องจากการออกแบบรูปทรงส่วนบนของเบาะที่นั่ง
คู่หน้าให้มีลักษณะที่แคบลง และหมอนรองศรีษะที่มีขนาดกะทัดรัด
 
นอกเหนือจากความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารแล้ว ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยังให้พื้นที่บรรจุสัมภาระด้านท้าย 414 ลิตร โดยพนักพิงของเบาะหลังสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 ซึ่งหากปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังลงทั้งหมด จะช่วยเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังมาพร้อมม่านปิดสัมภาระที่สามารถเลือกปิดเก็บได้ทั้งซ้ายหรือขวา เพื่อป้องกันการมองเห็นสัมภาระที่อยู่ด้านท้าย
 
 
 
เครื่องยนต์
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาที โดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมการออกแบบท่อไอดีแบบตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้  ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร โดย 3 เทคโนโลยีหลักของ VTEC TURBO ที่ให้สมรรถนะอันทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ได้แก่
 
1. ระบบหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชั่น และท่อไอดีแบบตรง
 
โดยปกติของเครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไป จะมีการส่งอากาศที่มีแรงดันสูงเข้าไปในเครื่องยนต์ ทำให้อุณหภูมิและความดันภายในเครื่องยนต์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ชะงัก แต่ในเครื่องยนต์ VTEC TURBO ของฮอนด้า ใช้เทคโนโลยีหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชั่น โดยฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบและการไหลของไอดีแบบตรง ช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง
 
2. ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย
 
เครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไปให้กำลังที่รอบเครื่องยนต์ต่ำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ไม่เต็มที่ แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO นี้มี Valve Timing Control (VTC) เพื่อควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้ทำงานสัมพันธ์กัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ
 
3. เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า
 
หนึ่งในปัญหาของเครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไป คือ เทอร์โบตอบสนองช้าหลังจากเหยียบคันเร่ง จึงทำให้มีการปล่อยพลังงานไอเสียมากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณไอดีให้สูงขึ้น แต่เครื่องยนต์ VTEC TURBO มีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่งเครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจ
 
 
 
ระบบส่งกำลัง
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT (Continuously Variable Transmission) ที่โดดเด่นในเรื่องของความนุ่มนวล และให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนด้วยความเร็วคงที่ในช่วงรอบต่ำ และการที่ชุดเกียร์มีระยะอัตราทดที่กว้างจึงช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูง
 
เกียร์ CVT ประกอบด้วยทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนพูลเลย์ ซึ่งสามารถปรับระยะอัตราทดได้กว้าง และพูลเลย์ทั้ง 2 ตัวนี้จะถูกเชื่อมด้วยสายพานที่ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง ด้านในของตัวพูลเลย์จะมีหน้าผิวสัมผัสที่เอียง ซึ่งตัวสายพานจะสัมผัสกับพื้นที่ตรงส่วนนี้และหมุนรอบอย่างต่อเนื่อง โดยที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางแปรผันกับการปรับระยะกางของพูลเลย์ ตามอัตราทดที่เหมาะสมระหว่างพูลเลย์ขับและพูลเลย์ตาม อัตราทดของเกียร์ CVT จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่จะอยู่ในช่วงของอัตราทดเกียร์ต้น และ อัตราทดเกียร์ปลายที่ถูกกำหนดเอาไว้
 
การกำหนดช่วงอัตราทดเกียร์สำคัญอย่างมากสำหรับเกียร์ CVT ซึ่งแตกต่างจากเกียร์อัตโนมัติแบบเดิมที่มีการกำหนดอัตราทดเกียร์ในแต่ละจังหวะเกียร์ไว้แล้ว นอกจากนี้ระบบเกียร์ CVT ของ ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ จะปรับอัตราทดเกียร์จากจังหวะหนึ่งไปอีกจังหวะหนึ่งได้อย่างแม่นยำและราบรื่น เพราะมีระบบสมองกลคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเกียร์เพื่อเลือกอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่  แตกต่างจากการเลือกอัตราทดเกียร์ของเกียร์อัตโนมัติทั่วไปที่ใช้การประมาณการณ์อัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมกับสภาพการขับขี่
 
 
 
ระบบแชสซีส์
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้ออกแบบตัวรถบนพื้นฐานโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่ง และมีน้ำหนักเบา โดยระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ รวมถึงระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีจุดยึดบนซับเฟรมหลังที่แข็งแรงขึ้น และให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยม โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำ บูชยางแบบไฮดรอลิกมาใช้ทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งใช้กับรถยนต์รุ่นใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และช่วยลดแรงสั่นสะเทือน รวมทั้งยังมีการใช้เหล็กกันโคลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น และลดอาการโคลงตัวของรถได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น
 
ระบบช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการขับที่เน้นสมรรถนะ และการตอบสนองต่อการขับเคลื่อนที่ฉับไว ทั้งยังให้ความนุ่มนวลและการทรงตัวที่ดี โดยแขนปีกนกล่างเชื่อมต่อเข้ากับซับเฟรมด้านหน้าและตัวถังผ่านทางบูชที่มีการบรรจุของเหลวเอาไว้ภายใน ซึ่งช่วยขจัดปัญหาเรื่องเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง (NVH) ที่มาจากถนน
 
ระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์ ประกอบไปด้วยแขนยึดเหล็กปั๊มขึ้นรูป ดุมล้อ ที่ผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย และเหล็กกันโคลง  ปีกนกหลังมีขนาดที่ใหญ่และยาวขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน  ในส่วนของเทรลลิงอาร์มจะถูกติดตั้งอยู่ที่โครงสร้างตัวถังผ่านทางบูชที่มีการบรรจุของเหลวเอาไว้ภายใน เพื่อช่วยลดเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง (NVH) ในขณะขับขี่ โดยที่ยังคงความแม่นยำในการควบคุมรถเอาไว้
 
ดูอัลพิเนี่ยน หรือแกนพิเนี่ยนคู่ พร้อมพวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ที่สามารถปรับอัตราทดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถ โดยยังคงซึ่งความสะดวกสบายที่เหนือระดับ โดยแกนพิเนี่ยนคู่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองให้ดีขึ้น และหากเปรียบเทียบกับระบบบังคับเลี้ยวที่มีแกนพิเนี่ยนเป็นแบบเดี่ยวจะพบว่า ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนี่ยนแบบแกนพิเนี่ยนคู่ พร้อมระบบเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า จะประมวลผลด้วยข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาจากผู้ขับขี่ผ่านทางพวงมาลัยร่วมกับข้อมูลที่ถูกส่งมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงบิดแบบ Non-Contact ได้รับข้อมูลจากการที่ผู้ขับขี่หมุนพวงมาลัย กล่อง ECU จะทำหน้าที่ในการตัดสินว่ามอเตอร์ไฟฟ้าควรจะช่วยเพิ่มแรงในระดับใด ผลลัพธ์ที่ได้คือ การทำงานที่ต่อเนื่อง และเป็นธรรมชาติกว่าพวงมาลัยที่ใช้แกนพิเนี่ยนแบบเดี่ยว
 
 
 
หลักอากาศพลศาสตร์ ทีมวิศวกรผู้พัฒนาได้พยายามหาแนวทางในการยกระดับให้ ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ดูโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียวสอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์มากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ระดับคอมแพ็คท์ ด้วยการสร้างสมดุลในการทรงตัวที่ดีระหว่างการใช้ความเร็วสูง และลดแรงฉุดที่เกิดขึ้นในขณะที่รถกำลังลดความเร็วให้ต่ำลง ความสำเร็จดังกล่าวนี้เป็นผลมาจากการออกแบบและการจัดระเบียบทิศทางการไหลของกระแสลมที่เกิดขึ้นทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวถังเพื่อช่วยลดแรงยกตัวที่กระทำต่อตัวรถเมื่อแล่นด้วยความเร็วสูง
 
ในส่วนของค่า CdA ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) กับพื้นที่หน้าตัดด้านหน้า (A) ได้รับการปรับปรุงจนทำให้ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีความโดดเด่นในเรื่องนี้กว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน (จากการทดสอบภายในของฮอนด้า)
 
การออกแบบที่เสากระจกบังลมหน้า รวมถึงกันชนหน้า-หลัง ช่วยลดกระแสลมหมุนวนที่เกิดขึ้นในขณะที่อากาศกำลังไหลผ่านตัวถัง ในส่วนของกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ช่วยลดปัญหาเรื่องการสูญเสียปริมาณลมที่ไหลผ่านเข้ามาเพื่อช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ทีมวิศวกรผู้พัฒนายังได้ออกแบบและปรับปรุงในส่วนต่างๆ ที่จะส่งผลต่อความเพรียวลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ อาทิเช่น การปรับลดระยะ โอเวอร์แฮงค์บริเวณตัวถังด้านหน้าลง หม้อพักไอเสียที่ติดตั้งแผ่นเหล็กรูปทรงเพรียวลม การลดช่องว่างบริเวณรอยต่อของตัวถังให้เหลือน้อยที่สุด และการติดตั้งสปอยเลอร์บริเวณด้านล่างฝากระโปรง เป็นต้น
 
 
 
เทคโนโลยีอันล้ำสมัย สะดวกสบายในทุกการขับขี่
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ
·       ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) 
·       พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ 
·       มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT  ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุม บนพวงมาลัย 
·       ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
·       ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
·       ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
·       ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) สามารถสั่งการได้จากระยะไกลเพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะที่เครื่องยนต์สตาร์ทติดอยู่ ประตูรถจะยังคง ล็อกเช่นเดิม และรถจะยังไม่อยู่ในสถานะที่พร้อมออกตัวได้ จนกว่ากุญแจรีโมทและผู้ขับขี่จะอยู่ภายในตัวรถ และกดปุ่มสตาร์ทการทำงานของเครื่องยนต์ภายในรถอีกครั้ง
·       เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง 
·       เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
·       ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
 
มาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือระดับ มั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ
 
·       โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง 
·       กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
·       ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags
·       เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และเข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง 
·       ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) 
·       ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) 
·       ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) 
·       ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) 
·       ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย 
 
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย
ที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ
 
·       สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
·       ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) เพียงใช้นิ้วดึงสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง
·       ระบบ Auto Brake Hold เมื่อกดปุ่มเปิดให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อให้อัตโนมัติ หลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็น ต้องเหยียบเบรกค้างไว้
·       ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
 
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ มาในรุ่น HATCHBACK TURBO ราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก)  และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
 
 
 
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/civichatchback
 
 
 
หมายเหตุ: สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

หน้าแรก » ยานยนต์