วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 12:58 น.

ยานยนต์

มาสด้ามาแรงไตรมาสแรกพุ่งทะยานขึ้น 6%

วันพฤหัสบดี ที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2560, 15.32 น.

มาสด้ามาแรงไตรมาสแรกพุ่งทะยานขึ้น 6%

หนุนนโยบายรัฐ 4.0 เตรียมศึกษารถยนต์ไฟฟ้า

 

               

มาสด้า  เปิดเผยตัวเลขยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าในไตรมาสแรกของปีนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ยอดขาย 3 เดือนแรกทะลุถึง 11,562 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 6% ส่วนยอดขายเดือนมีนาคมนั้นโตขึ้นกว่า 30% ในขณะที่มาสด้า2 รุ่นปรับใหม่ 2017 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กกวาดยอดขายเกือบ 3,000 คัน สูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว เติบโตเพิ่มขึ้น 47% ย้ำมาสด้าเดินมาถูกทาง เผยทิศทางธุรกิจปีนี้ต้องยกระดับการบริการหลังการขาย การบริการ ความพร้อมด้านอะไหล่ และปรับภาพลักษณ์โชว์รูมใหม่ เตรียมก้าวสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียม ประกาศเดินหน้าสนองนโยบายภาครัฐ ประเทศไทย 4.0 เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เตรียมศึกษาโครงการรถไฟฟ้าอย่างละเอียด

 

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทยว่า จากตัวเลขยอดขายรถยนต์รวมทั้งตลาดตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมามีทิศทางที่สดใสมากขึ้น ส่งผลให้ไตรมาสแรกกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง นี่คือสัญญาณที่ดีหากมองถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เริ่มมองเห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์หลังจากที่อึมครึมต่อเนื่องมานานหลายปี หลังจากนี้ทุกฝ่ายต้องเร่งมือเตรียมความพร้อมเพื่อสอดรับกับทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น นอกจากนี้โครงการรถไฟฟ้าที่เพิ่งผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีนั้น มาสด้าต้องเร่งศึกษาในรายละเอียดเพราะสอดรับกับแผนการผลิตของมาสด้าในระยะกลาง

 

ยอดขายรถยนต์ถือเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอีกหนึ่งปัจจัย เพราะอุตสาหกรรมรถยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์นั้นมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท โดยทำการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่าย  ภายในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะโปรดักซ์แชมเปี้ยนอย่างรถปิกอัพขนาด 1 ตัน และรถอีโคคาร์ที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ทั้งนี้ประเทศไทยนั้นถือเป็นแหล่งผลิตสำคัญอันดับ 1 ของอาเซียน ในแต่ละปีมียอดการผลิตสูงกว่า 2 ล้านคัน เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก อาทิ ในภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ซึ่งนำเอาเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลเข้าสู่ประเทศ  และสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลก

 

ในช่วงปี 2557-2559 ตลาดในประเทศเกิดการชะลอตัวหลังจากสิ้นสุดโครงการรถคันแรก การดึงดีมานด์ในอนาคตมารวมไว้ภายในช่วงเวลาของโครงการรถคันแรก มีผลให้ภาระหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้นสูง และกดดันให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการฯ โดยยอดจาหน่ายรถยนต์ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8-9 แสนคันต่อปี เทียบกับ 1.3-1.4 ล้านคันต่อปี ในช่วงที่มีโครงการฯ และยอดผลิต ลดลงมาอยู่ที่ 2 ล้านคันต่อปี เมื่อเทียบกับ 2.4 ล้านคันต่อปี ในช่วงก่อนหน้า สำหรับปีนี้คาดว่าตลาดรถยนต์ของประเทศจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยคาดการณ์ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 8 แสนคัน หรือเติบโตเล็กน้อยประมาณ 6-8%

 

สำหรับยอดขายรถยนต์มาสด้าเฉพาะเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมทั้งสิ้น 5,015 คัน เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2559 มียอดขายอยู่ที่ 3,871 คัน โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุดได้แก่รถยนต์นั่งมาสด้า2 มียอดขายสูงถึง 2,904 คัน ทุบสถิติใหม่มียอดขายสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวเป็นต้นมา เติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 47% รองลงมาได้แก่รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร มียอดขายจำนวน 822 คัน เพิ่มขึ้น 37% และมาสด้า3 ที่เพิ่มเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา 520 คัน เพิ่มขึ้น 32% สูงสุดในรอบ 15 เดือน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 500 คัน และมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 267 คัน และรถสปอร์ต มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 จำนวน 2 คัน

 

นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเห็นได้ว่ายอดขายรถยนต์มาสด้าทั้ง 3 รุ่น เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เราได้ปรับโฉมใหม่และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจนล้นคัน รวมทั้งสกายแอคทีฟ-วีฮีเคิล ไดนามิกส์ และระบบคบคลุมการทรงตัวอัจฉริยะ จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล เข้ามาในรถทั้ง 3 รุ่น คือ มาสด้า2 มาสด้า3 และมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

ในขณะที่ยอดขายรถยนต์มาสด้าในไตรมาสแรกของปีนี้เริ่มเห็นแววความสดใสเด่นชัดมากขึ้น โดยปิดตัวเลขสูงถึง 11,562 คัน สูงสุดในรอบ 4 ปี หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2559 มียอดขายอยู่ที่ 10,904 คัน โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุดได้แก่รถยนต์นั่งมาสด้า2 มียอดขายสูงถึง 6,633 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 14% รองลงมาได้แก่รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร มียอดขาย 1,791 คัน เพิ่มขึ้น 17% รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 1,324 คัน เพิ่มขึ้น 11% รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 1,015 คัน และมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 795 คัน ส่วนรถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 จำนวน 4 คัน

             

ยอดขายรถยนต์มาสด้าที่แรงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมกราคมนั้นสะท้อนให้เห็นว่า รถยนต์มาสด้านั้นเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกๆ เดือนยังแสดงให้เห็นว่ามาสด้านั้นต้องแข่งขันกับตัวเองอย่างหนัก ความมุ่งมั่นของชาวมาสด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทำให้มาสด้าได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่ให้ทั้งสมรรถนะความแรงและการประหยัดน้ำมันเป็นเลิศอย่างเช่นเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ประกอบกับรูปลักษณ์โดดเด่นสวยงามในแบบ โคโดะ ดีไซน์ ก็ทำให้มีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ หันมามองแบรนด์มาสด้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทิศทางธุรกิจของมาสด้าในปีนี้จะมุ่งพัฒนาบริการหลังการขายที่ครบวงจรทั้งด้านรูปลักษณ์ของโชว์รูม ศูนย์บริการ การพัฒนาบุคลากร และการสำรองอะไหล่ เพื่อรองรับกับปริมาณรถยนต์มาสด้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเปิดตัวมากว่า 2 ปีในเมืองไทย

 

  นาย ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์  ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด  กล่าวเสริมว่า   ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นผลพวงจากการสื่อสารกับลูกค้าในทุกๆ ช่องทาง โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ แต่มาสด้าเน้นไปที่การได้ทดลองขับแล้ว ต้องลองของจริง กอปรกระแสความนิยมของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากผู้บริโภคและผู้ใช้งานจริง สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟได้อย่างที่ต้องการ และมีการบอกต่อและแนะนำไปยังเพื่อนและคนในครอบครัว ทำให้เป็นกระแสและการตอบรับในวงกว้าง เป็นการสื่อสารจากผู้บริโภคถึงผู้บริโภคด้วยกัน เป็นช่องทางการสื่อสารใหม่นอกเหนือจากการสื่อสารการตลาดที่บริษัทฯทำ รวมถึงการเน้นให้ผู้บริโภคได้ทดสอบทดลองขับรถมาสด้าเพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าใจถึงตัวรถก่อนการตัดสินใจซื้อ