วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561 17:41 น.

ยานยนต์

ฮอนด้าเปิดสนามทดสอบในประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 17.37 น.

ฮอนด้าเปิดสนามทดสอบในประเทศไทย

 
 
บริษัท ฮอนด้าอาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (หรือ HRAP) จัดพิธีเปิดสนามทดสอบ ฮอนด้าอาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิคปราจีนบุรี อย่างเป็นทางการ ณ  สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ร่วมด้วย มร. ชิโร ซะโดะชิมะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มร. ชินจิ อาโอยามะประธานเจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด
 
 
มร. โยชิฮารุ  อิตาอิกรรมการผู้จัดการและผู้แทนกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด มร. ฮิเดโอะ
โคมูระประธานบริษัท ฮอนด้าอาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัดและพนักงานกลุ่มบริษัทฮอนด้า ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด
 
 
สนามทดสอบฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรีเป็นสนามทดสอบแบบครบวงจรที่มีเอกลักษณ์และได้รับการออกแบบมาสำหรับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียโดยเฉพาะ ด้วยเงินลงทุน 1,700 ล้านบาทสำหรับการก่อสร้างสนามทดสอบที่ประกอบด้วย 8 สนาม บนพื้นที่กว่า 500 ไร่(หรือประมาณ 800,000 ตร.ม.)โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่3 ที่มีสนามทดสอบของฮอนด้าต่อจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 
สนามทดสอบแห่งใหม่นี้ใช้สำหรับการทดสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยจะมีการทดสอบในหลายรูปแบบ เช่นการควบคุมรถ การทรงตัว และสมรรถนะโดยรวมเพื่อนำผลทดสอบไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะจำหน่ายในภูมิภาคนี้สนามทดสอบแห่งใหม่นี้ จึงมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ฮอนด้าในประเทศไทย และในตลาดเอเชียและโอเชียเนียในอนาคต ทางฮอนด้ายังมีแผนที่จะนำยานยนต์จากภูมิภาคอื่นมาทดสอบที่นี่ด้วยเช่นกัน
 
 
ดร. อรรชกา สีบุญเรืองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่รัฐบาลไทยให้การส่งเสริมเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การลงทุนสร้างสนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรีแห่งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งในการสนองตอบต่อทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทย ด้วยการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”
 
 
มร. ชินจิ อาโอยามะ ประธานเจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัดกล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียมาโดยตลอด และยังเป็นฐานสำคัญในการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้วย 
ซึ่งสนามทดสอบปราจีนบุรีแห่งนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ด้วยการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และการพัฒนายานยนต์ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่น เกินความคาดหวังของลูกค้าทั้ง
ในประเทศไทย และในภูมิภาคนี้”
 
 
มร. โยชิฮารุ  อิตาอิกรรมการผู้จัดการและผู้แทนกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด กล่าวว่า “ถนนในสนามทดสอบของฮอนด้า ได้รับการออกแบบขึ้นโดยการจำลองสภาพถนนในรูปแบบต่างๆ เราเชื่อว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบผลิตภัณฑ์ ณ สนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี แห่งนี้ จะมีส่วนช่วยให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ที่สามารถส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าได้ ทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสนุกในทุกการขับขี่อย่างแท้จริง”
 
 
สนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรีแห่งนี้ประกอบด้วยสนามทดสอบที่จำลองสภาพถนนและลักษณะภูมิประเทศในรูปแบบต่างๆ 8 สนาม โดยความยาวรวมประมาณ8 กิโลเมตร
ซึ่งแบ่งเป็นสนามทดสอบรูปแบบต่างๆ ดังนี้
 
 
 
 
1) สนามทดสอบรูปวงรี(Oval Course):
สนามทดสอบรูปวงรีความยาว 2.18 กิโลเมตรใช้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในขณะขับด้วยความเร็วสูง 
รวมถึงการทดสอบอื่นๆ เช่น ระดับเสียงของลมที่เข้ามาในห้องผู้โดยสาร และการควบคุมพวงมาลัย
 
2) สนามทดสอบทางโค้ง (Winding Course):
สนามทดสอบทางโค้งความยาว 1.38 กิโลเมตรใช้ทดสอบสมรรถนะโดยทั่วไป รวมถึง การทดสอบประสิทธิภาพของระบบเบรก และการควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง สนามทดสอบทางโค้งนี้มีการจำลองถนนที่มีการขึ้น-ลง และถนนที่มีมุมอับสายตา รวมมีทางโค้งทั้งหมด 17 โค้ง
 
3) สนามทดสอบไดนามิกส์(Vehicle Dynamics Area):
สนามทดสอบที่เชื่อมต่อกับสนามทดสอบรูปวงรีใช้ทดสอบการควบคุมการทรงตัวของรถขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง และทดสอบประสิทธิภาพของการเบรก ขณะเข้าทางโค้งแบบหักศอก
 
4) สนามทดสอบที่มีน้ำท่วมขัง (Wet Course):
สนามทดสอบที่จำลองสภาพถนนที่เปียกและลื่น ใช้ทดสอบผลกระทบของน้ำท่วมขังที่มีต่อสมรรถนะของรถยนต์ ประกอบด้วยPool Road, Splash Road, Wet Brake Road โดยสนามนี้สามารถปรับระดับความลึกของน้ำได้ตั้งแต่ 0-1,000 มิลลิเมตร เพื่อจำลองสถานการณ์น้ำท่วม ที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยในทวีปเอเชีย โดยเป็นการทดสอบการกันน้ำและผลกระทบต่อห้องเครื่องยนต์
 
5) สนามทดสอบสภาพพื้นผิวถนนในรูปแบบต่างๆ (Ride Road Course):
สนามทดสอบนี้จำลองสภาพพื้นผิวถนนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียใช้ทดสอบสมรรถนะทั่วไปบนพื้นผิวถนนที่แตกต่างกัน โดยมีถนนลักษณะต่างๆ ถึง 8 รูปแบบด้วยกัน อาทิ ถนนคอนกรีต (Concrete Highway) ถนนยางมะตอยที่มีพื้นผิวชำรุด (Noise Road) และถนนลาดเอียง (Camber Road) 
 
6) สนามทดสอบที่มีพื้นผิวพิเศษ(Special Surface Courses):
สนามทดสอบนี้ได้รับการออกแบบและสร้างด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ เพื่อจำลองพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ใช้ทดสอบความทนทานของช่วงล่างรถยนต์ โดยมีพื้นผิวถนนลักษณะต่างๆ ถึง 8 รูปแบบด้วยกัน อาทิถนนที่จำลองลูกระนาด (Speed Breaker) และถนนคอนกรีตที่มีพื้นผิวขรุขระ (Concrete Rough Road) 
 
7) สนามทดสอบทางลาดชัน (Slope Course):
สนามทดสอบทางลาดชัน ใช้ทดสอบความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์ และประสิทธิภาพของระบบเบรก
 
8) สนามทดสอบทางตรง (Straight Course):
 
 
 
สนามทดสอบทางตรงความยาว 1.2 กิโลเมตร ใช้ทดสอบอัตราการประหยัดน้ำมัน และอัตราการเร่งความเร็วหลังจากออกตัว
สนามทดสอบแห่งนี้ยังมีพื้นที่สนามหญ้าซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะใช้ทดสอบผลิตภัณฑ์ดูแลสนามหญ้าของฮอนด้าอีกด้วย
สนามทดสอบปราจีนบุรีแห่งนี้ จะมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ฮอนด้า เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต
เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาของฮอนด้า และบริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด
 
 
ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายแรกที่เปิดหน่วยงานวิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากการก่อตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2531ต่อมาจึงได้ก่อตั้งหน่วยงานวิจัยด้านรถยนต์ในประเทศไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 เพื่อพัฒนาและจัดหาชิ้นส่วนภายในประเทศและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการผลิตรถยนต์อีกด้วย ต่อมาได้ขยายบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์และการควบคุมคุณภาพ
 
 
ในปี พ.ศ. 2548 หน่วยงานวิจัยด้านรถยนต์ของฮอนด้าได้จดทะเบียนนิติบุคคลในชื่อ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (HRAP) โดยปัจจุบันรับผิดชอบดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนารถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย