วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561 22:47 น.

กทม-สาธารณสุข

แพทย์ยัน“สะเก็ดเงิน” ไม่ใช่โรคติดต่อ ใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561, 12.05 น.

 

แพทย์ยัน“สะเก็ดเงิน”
ไม่ใช่โรคติดต่อ ใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติ

 

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ติดต่อ แต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม จัดเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาดแต่ป้องกันการกำเริบของโรคได้ ด้วยการดูแลร่างกายให้แข็งแรงหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง  

 

วันที่ 18 ม.ค.61 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์  กล่าวว่า จากการที่โลกโซเชียลได้แชร์กรณี สาวป่วยโรคสะเก็ดเงิน จนบุคคลรอบข้างรังเกียจคิดว่าเป็นโรคร้าย ส่งผลกระทบต่อภาวะจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมากนั้น ทางการแพทย์ขอชี้แจงว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบได้ทุกเพศ ทุกวัย เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วกว่าปกติ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของผิวหนังจึงไม่สมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาดแต่มีช่วงระยะเวลาที่อาการของโรคจะสงบ

 

 

ทั้งนี้บุคคลในครอบครัว เพื่อนร่วมงานและสังคม ไม่ควรรังเกียจ แต่ควรให้กำลังใจผู้ป่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนังเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคผิวหนังระดับประเทศ สามารถให้การรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผู้ป่วยยังสามารถรับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ โดยใช้ได้ทุกสิทธิการรักษา

 

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ  ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการที่พบคือ มีผื่นแดงหนาขอบเขตชัดเจน มีสะเก็ดเงินปกคลุม เมื่อขูดลอกสะเก็ดออกจะพบจุดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง มักเป็นบริเวณข้อศอก หัวเข่า หน้าแข้ง ผื่นอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่กระจายทั่วร่างกาย ศีรษะจะมีผื่นแดงลอกเป็นขุยขาวคล้ายรังแค ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น บาดแผลบนผิวหนัง ถูกของมีคมทำให้เป็นแผลหรือเพียงรอยถลอกเล็กน้อย อาจทำให้เกิดผื่นของโรคที่บริเวณนั้น  

 

เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาด การรักษาต้องวางแผนระยะยาวและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค ถ้าเป็นผื่นไม่มากรักษาโดยใช้ยาทา หากไม่ดีขึ้นอาจใช้ร่วมกับการฉายแสงอัลตราไวโอเลต ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงอาจให้ยารับประทานร่วมด้วย ซึ่งยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงไม่ควรซื้อมาทาหรือรับประทานเอง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรดูแลตนเอง ดังนี้ ผู้ป่วยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยนอนหลับพักผ่อนวันละ 6-8 ชั่วโมง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายประจำหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่เครียด จะสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข