วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561 12:11 น.

กทม-สาธารณสุข

“หนังตาตก เคี้ยวลำบาก เห็นภาพซ้อน” อย่าชะล่าใจ!

วันเสาร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 10.11 น.
“หนังตาตก เคี้ยวลำบาก เห็นภาพซ้อน” อย่าชะล่าใจ!
อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
 
 
หากการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ เริ่มมีอาการผิดปกติรบกวน เช่น หนังตาตก เคี้ยวลำบาก เห็นภาพซ้อน อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติในการทำงานของกล้ามเนื้อ และหากมีอาการหายใจลำบากร่วมด้วยจำเป็นต้องรีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
 
 นพ.ปิยะ เชิญถนอมวงศ์ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่าการทำงานของกล้ามเนื้อ เริ่มจาก “สมอง” สั่งงานผ่าน“เส้นประสาท” โดยจะหลั่ง “สารสื่อประสาท” ไปจับกับ “ตัวรับสารสื่อประสาท” เพื่อให้กล้ามเนื้อแต่ละมัดทำงาน โดยอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น อาจเป็นอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชนิด MG (Myasthenia Gravis) อันเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ยับยั้งการทำงานของ “สารสื่อประสาท” ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
 
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG อาการแสดงของโรค สามารถเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แต่มักพบบ่อยบริเวณใบหน้า เช่น หนังตาตก เห็นภาพซ้อน เคี้ยวลำบากกลืนลำบาก พูดลำบาก และอาการที่รุนแรง คือ หายใจลำบาก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
 
อาการของโรคอาจมีความรุนแรงมากขึ้น หรือเบาลงได้ในแต่ละช่วงของวัน สัมพันธ์กับการใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้น ๆ (ยิ่งใช้มาก ยิ่งอ่อนแรงมาก) แต่โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG นี้ จะไม่พบอาการชา หรืออาการปวดร่วมด้วยแต่อย่างใด
 
การวินิจฉัยและการรักษา
 
การวินิจฉัย จำเป็นต้องได้รับการตรวจจากห้องปฏิบัติการ กับอายุรแพทย์ระบบประสาทโดยเฉพาะ ในส่วนของการรักษา มีตั้งแต่ระดับการประคับประคองอาการ ไปจนถึงการผ่าตัดรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และดุลยพินิจของแพทย์ โดยจำแนกการรักษาออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
 
1. รักษาด้วยยา Mestinonออกฤทธิ์ยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาท ทำให้สารสื่อประสาททำงานกับตัวรับสารสื่อประสาทได้ดีขึ้น
 
2. รักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ออกฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ แต่ยากลุ่มดังกล่าว มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก
 
3. รักษาด้วยการฟอกเลือดเพื่อกำจัดภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติออกจากร่างกาย แต่มักรักษาด้วยวิธีนี้ในระยะวิกฤติเท่านั้น
 
4. รักษาด้วยยาอิมมูโนโกลบูลิน ออกฤทธิ์จับกับภูมิคุ้มกันที่เป็นสาเหตุของโรค ทำให้อาการอ่อนแรงดีขึ้น
 
5. รักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทมัสออก เนื่องจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG สัมพันธ์กับโรคเนื้องอกต่อมไทมัส ซึ่งผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG ทั้งที่มีและไม่มีเนื้องอกต่อมไทมัส อาการจะดีขึ้นหลังได้รับการผ่าตัดต่อมไทมัสออก และสามารถลดการใช้ยากดภูมิคุ้มกันลงได้
 
การผ่าตัดต่อมไทมัสโดยศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก
 
ต่อมไทมัส ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย แต่จะเริ่มทำงานน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
 
โดยตำแหน่งของต่อมไทมัสนั้นอยู่ภายในทรวงอก (ภายใต้กระดูกสันอก ระหว่างปอด 2 ข้าง ด้านหน้าต่อหัวใจ และหลอดเลือดทรวงอก) การผ่าตัดนำต่อมไทมัสออก เพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG จึงจำเป็นต้องกระทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและทรวงอก เนื่องจากศัลยแพทย์สาขานี้มีความชำนาญในตำแหน่งดังกล่าว เอื้อให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด โดยการผ่าตัดมีทั้งวิธีดั้งเดิม และการผ่าตัดเทคนิคใหม่ ที่นอกจากรอยแผลจะมีขนาดเล็กแล้ว ผู้ป่วยยังฟื้นตัวได้เร็วด้วยเช่นกัน
 
การผ่าตัดเทคนิคใหม่ “แผลเล็ก ฟื้นตัวไว”
การผ่าตัดวิธีดั้งเดิม เป็นการผ่าตัดผ่านการตัดกระดูกสันอกตรงกลาง (ขนาด 15-20เซนติเมตร) ข้อดีคือไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ข้อเสียคือ ผู้ป่วยจะมีแผลใหญ่กลางหน้าอก และมีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายการผ่าตัดเทคนิคใหม่แบบส่องกล้อง เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก (ขนาด 1-2 เซนติเมตร) จำนวน 3-4 แผลบริเวณทรวงอก ซึ่งแผลขนาดเล็กทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย จึงฟื้นตัวได้เร็ว มีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนน้อยกว่า แต่กรณีผู้ป่วยที่มีเนื้องอกต่อมไธมัสขนาดใหญ่อาจไม่สามารถผ่าตัดด้วยวิธีนี้ได้
 
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยจำนวน 80% ที่ได้รับการผ่าตัดนำต่อมไทมัสออก อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจะดีขึ้น และจำนวน 60-70% อาจมีช่วงสงบของโรค และอาจไม่ต้องรับประทานยาต่อ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการผ่าตัดนำต่อมไทมัสออกนั่นเอง
 
 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข