วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562 12:22 น.

กทม-สาธารณสุข

สวช.ชู พรบ.วัคซีนฯ หนุนไทย“ผู้นำด้านวัคซีน”ระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.05 น.

สวช.ชู พรบ.วัคซีนฯ หนุนไทย“ผู้นำด้านวัคซีน”ระดับโลก

 

“สวช.” เชื่อมั่น พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ หนุนไทยเป็น “ผู้นำด้านวัคซีน” ระดับโลกได้

 

ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วและได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา จากนี้ประเทศไทยจะได้มีกลไกสำคัญช่วยให้การบริหารจัดการด้านวัคซีนของประเทศมีความเป็นเอกภาพ ต่อเนื่อง และบูรณาการนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนอันนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง และเกิดความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมได้ตามเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ซึ่งสอดคล้องทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี , แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 , นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติเข้ามาไว้ด้วยกัน

 

ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายนี้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการวิจัย พัฒนา ผลิตทั้งวัคซีนคนและสัตว์ การกระจายวัคซีนที่มีคุณภาพและเพียงพอสำหรับการใช้วัคซีนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน และเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินสามารถให้ผลิตวัคซีนตามชนิดและปริมาณที่กำหนดได้ ซึ่งจะมีบทลงโทษกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนด้วย โดยกำหนดให้ สวช. เป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานและทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ทำหน้าที่เสนอนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ตลอดทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่อคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังให้ สวช. ตั้งบริษัทลูกมาดำเนินการหรือลงทุนร่วมในกิจการด้านวัคซีนได้อีกด้วย

 

“ภายใต้กลไกตามบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับการสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนให้กับประเทศ โดยเฉพาะการผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก เพื่อใช้ในประเทศทั้งในสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน รวมถึงการสร้างรายได้เข้าประเทศจากนวัตกรรมวัคซีนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และหากเราก้าวเดินอย่างแน่วแน่ มั่นคง การจะไปถึงเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านวัคซีนและชีววัตถุในภูมิภาคอาเซียนและระดับโลกในอีก 20 ปีข้างหน้าก็คงไม่เกิน เอื้อม นับเป็นความท้าทายของประเทศไทยที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นจริงได้อย่าลืมว่าคุณภาพและสมองของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ผอ.สวช. กล่าว