วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 23:53 น.

กทม-สาธารณสุข

กรมอนามัย ห่วงเด็กเล็กสูดฝุ่น PM2.5 เร่งเสริมความรู้พ่อแม่ผู้ปกครอง

วันศุกร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562, 10.27 น.

กรมอนามัย ห่วงเด็กเล็กสูดฝุ่น PM2.5 เร่งเสริมความรู้พ่อแม่ผู้ปกครอง

 
 
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงเด็กเล็กได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากสภาพอากาศที่มี ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เร่งสร้างความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองและครูพี่เลี้ยงพร้อมแนะแนวทางการดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศ 
 
 
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า เด็กเล็กเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เด็กที่สัมผัสกับมลพิษทางอากาศในระดับสูงอาจมีความเสี่ยงต่อ   โรคเรื้อรังในระยะยาว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางระบบประสาทและความสามารถทางปัญญาของเด็ก เนื่องจากปอดของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีอัตราหายใจที่ถี่กว่า ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูพี่เลี้ยงควรดูแลเด็กทั้งกลุ่มปกติทั่วไปและเด็กที่มีโรคประจำตัวที่ต้องได้รับการดูแลและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด 
 
“ทั้งนี้ กรมอนามัยได้กำหนดแนวทางการดูแลเด็กเล็กสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูพี่เลี้ยง       เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ดังนี้ 1. ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5   ในเว็บไซต์กรมอนามัยwww.anamai.moph.go.th หรือแอพพลิเคชั่น Air4thai ของกรมควบคุมมลพิษ      2. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน ในช่วงที่ปริมาณ PM2.5  ตั้งแต่ระดับสีเขียว (26-37 ไมโครกรัม/   ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป  3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 6 - 8 แก้วต่อวัน  4. เด็กที่มีโรคประจำตัวควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและสังเกตอาการ หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออกให้รีบไปพบแพทย์  5. หากค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง (91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป ห้ามออกนอกบ้าน    6. ปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ 7. งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิด PM2.5 เช่น การเผาใบไม้ เผาขยะ 8.ไม่ติดเครื่องยนต์เป็นเวลานานในบริเวณบ้าน และ 9. ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดและเปิดพัดลมให้อากาศหมุนเวียน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข