วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562 19:16 น.

กทม-สาธารณสุข

จิตแพทย์ ห่วงครอบครัวป้ายแดง ย้ำเตือน!!อย่าใช้“ความเงียบ”

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562, 10.53 น.
จิตแพทย์ ห่วงครอบครัวป้ายแดง  ย้ำเตือน!!อย่าใช้“ความเงียบ”
แก้ปัญหา ชี้ !!ยิ่งทำให้ความกดดันสะสม พร้อมระเบิด!!    
   
วันที่ 14 เมษายน เป็นวันครอบครัว สถิติล่าสุดปี 2560 ไทยมีคู่รักจดทะเบียนสมรสเป็นครอบครัวใหม่เกือบ 3 แสนคู่ เฉลี่ยวันละ 815 คู่ จิตแพทย์แนะใช้ 2 หลักครองเรือน ถนอมรักยั่งยืน ครอบครัวใหม่เข้มแข็ง     ให้ซื่อสัตย์ไว้วางใจกัน  ไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวกัน เปิดใจรับฟังความเห็นต่าง ย้ำเตือนอย่าใช้ความเงียบแก้ปัญหาครอบครัว ชี้ยิ่งส่งผลร้ายทำให้สะสมความกดดันพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ และไม่ใช้ถ้อยคำที่ท้าทายกันด้วยอารมณ์หรือทิฐิ ทำให้ความสัมพันธ์เปราะบาง แตกหักง่าย  
 
นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน  ผู้อำนวยการรพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา  ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 14 เมษายนทุกปี เป็นวันครอบครัว  ซึ่งครอบครัวนั้นเป็นระบบสังคมที่เล็กที่สุดของมนุษย์  เป็นสถาบันแรกที่มีความสำคัญมากในการพัฒนาคุณภาพประชากรไทยในอนาคต  เพื่อให้สังคมไทยเจริญก้าวหน้าประชาชนทุกคนมีความสุข  ซึ่งขณะนี้แนวโน้มจำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยลดลงเรื่อยๆ  ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขรายงานในปี 2560 มีเด็กเกิดใหม่ทั่วประเทศเฉลี่ยนาทีละ 1.2 คน  ลดลงกว่าปี 2556  ที่เกิดเฉลี่ยนาทีละ 1.4 คน และข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานล่าสุดในปี 2560 มีผู้จดทะเบียนสมรสทั่วประเทศ 297,501 คู่ เฉลี่ยวันละ 815 คู่  โดย 3 จังหวัดที่มีสถิติการจดทะเบียนสมรสมากที่สุดในประเทศ อันดับ 1 คือกทม.  45,577 คู่   รองลงมาคือชลบุรี  15,795 คู่ และนครราชสีมา 10,741 คู่   
นายแพทย์กิตต์กวี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้คน 2 คนที่มาจากต่างครอบครัว ต่างการเลี้ยงดูกันมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยืนยาวได้นั้น  ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน เรียนรู้ ยอมรับซึ่งกันและกัน และปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตคู่  วิธีการที่จะทำให้ครอบครัวมีความมั่นคงและอบอุ่น    ไม่มีความขัดแย้งทางความคิดและอารมณ์  มีคำแนะนำให้คู่สมรสใหม่ยึดหลักการครองเรือน 2 ประการ   ประการแรกคือ การใช้กฎหลักครอบครัว  ได้แก่ 1. ช่วยกันแบ่งเบาภาระในบ้าน ให้รู้หน้าที่ตนเอง  2. บริหารจัดสรรการเงินแต่ละส่วน  เช่น เงินออม เงินใช้จ่ายรายวัน ใช้ในยามฉุกเฉิน และกำหนดคนรับผิดชอบ 3. ใส่ใจให้เวลากับครอบครัวดูแลซึ่งกันและกัน  4. ช่วยกันแก้ปัญหา และ5. ห้ามทำร้ายร่างกายกันยามโกรธหรือทะเลาะกันโดยเด็ดขาด 
ประการที่ 2 คือการส่งเสริมให้ความรักมีความหวานชื่นและมั่นคง มี 8 ข้อ  ได้แก่ 1. ให้ยึดสัญญาใจและทำตามกฎหลักครอบครัว  2. ชื่นชมเมื่อทำดี  ใช้คำขอบคุณและขอโทษให้เป็นนิสัย  3. ทำบ้านให้รื่นรมย์ คือทั้งที่พักใจและให้ความอบอุ่น  4. ซื่อสัตย์และไว้วางใจกัน  5. ให้เกียรติและไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน   6.  ไม่ควรคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะต้องรู้ใจเราเสมอไป  7. คิดว่าครอบครัวของเขาคือครอบครัวของเราด้วย  และ 8. เปิดใจรับฟังกัน ยอมรับความเห็นต่าง  
“ เมื่อมีปัญหาครอบครัว  วิธีการแก้ที่ไม่ควรนำมาใช้อย่างยิ่ง คือความเงียบ  ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าได้ผลดี แต่ข้อเท็จจริงนั้น วิธีการนี้เปรียบเสมือนเป็นการหนีปัญหา เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไขให้คลี่คลาย   ยิ่งจะทำให้ปัญหาเกิดการสะสม เสมือนหมกปัญหาไว้  มีความเก็บกดและกดดันในใจมากขึ้น อาจระเบิดได้ตลอดเวลาเมื่อมีสถานการณ์มากระตุ้น  วิธีการที่ดีที่สุด ควรหันหน้าเข้าหากัน แม้จะโกรธหรือใช้อารมณ์โต้เถียงกัน แต่ก็นำไปสู่การแก้ปัญหานั้นๆได้ ”นายแพทย์กิตต์กวีกล่าว    
นอกจากนี้เรื่องใกล้ตัวที่สุดที่ทุกครอบครัวควรให้ความใส่ใจก็คือการสื่อสารพูดคุยกัน  การสื่อสารทางบวกถือว่าเป็นกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสามี-ภรรยา ไม่ควรใช้ถ้อยคำในลักษณะท้าทายกันด้วยอารมณ์หรือทิฐิ  ที่ได้ยินได้บ่อยในสังคมไทย เช่น  ถ้าแน่จริงก็เก็บของออกไปเลย, พูดแบบนี้ก็เลิกกันไปดีกว่า ,เงียบไปเลย ,ก็เป็นซะแบบนี้ถึงได้ดักดานอยู่แบบนี้,ถ้าฉันแต่งงานกับแฟนเก่า ป่านนี้คงสบายไปแล้ว  ,ที่มีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะแกนี่แหละ  เป็นต้น รวมทั้งการพูดเชิงดูถูกเหยียดหยามพ่อแม่ญาติพี่น้องอีกฝ่าย คำพูดที่กล่าวมานี้จะเสียดแทงบั่นทอนจิตใจอารมณ์ความรู้สึก จะทำให้ความสัมพันธ์เปราะบางลง แตกหักได้ง่ายขึ้น และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการหย่าร้างกัน    นายแพทย์กิตต์กวีกล่าว  
...

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข