วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 12:25 น.

กทม-สาธารณสุข

สคอ. หนุน มติ ครม. แก้ กม.ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน

วันศุกร์ ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.00 น.
สคอ. หนุน มติ ครม. แก้ กม.ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน 
 
 
 
นายพรหมมิททร์ กัณธิยะ  ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ  กล่าวว่า ตามที่ มติคณะรัฐมนตรีได้มีการเห็นชอบแก้กฎหมายป้องกันอุบัติเหตุทางถนน  ซึ่งมี  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) ได้นำมติที่ประชุม นปถ.เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติในหลักการ โดยสาระสำคัญของมติ นปถ.คือ 1.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้แก้ไขกฎหมายใน 5 ประเด็นสำคัญ  ได้แก่ 1.กรณีเมาแล้วขับ  2.ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 3.ใบอนุญาตขับขี่ 4. การออกใบอนุญาตรถสาธารณะ และ 5.การคาดเข็มขัดนิรภัย    นอกจากนี้ยังมีเรื่องการสนับสนุนเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์  เครื่องตรวจจับความเร็วและ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด  โดยให้เร่งดำเนินการให้เสร็จทันบังคับใช้ก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560  เพื่อลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 
 
 
                นายพรหมมิททร์ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่ายินดี และขอสนับสนุนในการแก้ไขกฎหมาย เพื่อจะได้ช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน แต่สิ่งที่กังวล คือ การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย  ที่ผ่านมายังขาดกลไกการบริหารจัดการที่มีเอกภาพระดับชาติเข้ามาสานต่อ ยังคงใช้คำว่า " ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" รับไปดำเนินการ ซึ่งข้อเท็จก็คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทบจะขยับต่อได้อย่างยากลำบาก  ถ้าทำได้จริงก็คงทำไปนานแล้ว  เรื่องนี้ยังเป็นกลไกแบบเดิมๆ ยากที่จะช่วยลดการเจ็บตายได้ทันเวลา 
 
 
                "  ทุกวันนี้เราบกพร่องทั้งระบบ มีคนตาย 50 - 70 ราย ขาดแคลนทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งเครื่องมือ ทุกข้อเสนอที่ผ่านมาดีทุกอย่างถ้าทำได้จริง  ผมเสนอให้รัฐบาลยกระดับและจัดตั้งให้มี องค์กรกลาง ที่มีทั้งคน เงิน งาน อย่างมีเอกภาพ มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ทำงานเต็มเวลาเพื่อควบคุมหรือสั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดการกับปัญหาเรื้อรังนี้เสียที  มิเช่นนั้นปัญหาผลกระทบหรือความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนของไทย ก็ยากที่คลี่คลายได้อย่างที่ควร และ  ครม. จะช่วยเติมเต็มส่วนขาดที่ยังรอคอย เชื่อว่ายิ่งปล่อยให้เนิ่นนานไป ชีวิตคนไทยก็คงต้องเสี่ยงตายกันทุกวันอย่างหลีกหนีไม่พ้น" นายพรหมมินทร์ กล่าว
 
 
                ทั้งนี้ สาระสำคัญแก้ไขกฎหมาย 5 ประเด็นคือ 1.เมาแล้วขับ แก้ไข 5 ข้อกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เกิน 20 มิลลิกรัม %ให้ถือว่าเมาในกลุ่ม 1) ผู้ขับขี่ไม่ถึง 20 ปี บริบูรณ์ 2) ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถ 3) ผู้ที่มีใบอนุญาตชั่วคราวเพิ่มโทษผู้กระทำผิดกรณีเมาแล้วขับ ขั้นต่ำเดิม 5,000 บาท เป็น 10,000 บาท แล้วให้ศาลมีอำนาจสั่งยึดรถไม่เกิน 7 วัน เจ้าของต้องชำระค่าใช้จ่ายค่าดูแลรถด้วยทำคำสั่ง คสช.ที่ 46/2558 ให้เป็นกฎหมายถาวร คือ 1) การสั่งยึดรถได้ 2) เพิ่มโทษฐานแข่งรถในทาง จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 6,000 - 20,000 บาท กำหนดแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดให้การทดสอบ ครอบคลุมการทดสอบจากลมหายใจ ปัสสาวะและเลือดจัดทำระบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลประวัติผู้กระทำผิด (ผู้กระทำผิดซ้ำ)  2. ขับรถเร็ว แก้ไข 2 ข้อ 2.1 การลดความเร็วในเขตเมืองให้เหมาะสม สอดคล้องกับถนนแต่ละประเภท  เพิ่มโทษให้สูงขึ้นเป็น 10,000 บาท (ทั้ง พรบ.จราจร และ พรบ.ทางหลวง) 
 
 
3. ใบอนุญาตขับรถ แก้ไข 3 ข้อเข้มงวดเรื่องใบอนุญาต "ออกยาก ยึดง่าย" (แก้หลักเกณฑ์การอบรม, เพิ่มการอบรมจาก ภาคทฤษฎีจาก 4 ชม. เป็น 5 ชม., ให้ผ่านการอบรมไม่น้อยกว่า 15 ชม. จากโรงเรียนสอนขับรถ) เพิกถอนใบอนุญาตให้กระทำได้ และให้สารวัตรขึ้นไปมีอำนาจชะลอการรับชำระภาษีประจำปี หาก เจ้าของไม่ไปชำระค่าปรับ กำหนดให้นายทะเบียนกรมขนส่งมีอำนาจสั่งพักใบอนุญาต เพิ่มโทษผู้ไม่มีใบขับขี่  ทั้งผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาต และเจ้าของรถที่ยินยอมให้ผู้ไม่มีใบขับขี่ ขับรถ 4. รถโดยสารสาธารณะ แก้ไข 2 ข้อ กำหนดมาตรฐานให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะต้องจัดทำรายงานข้อมูลความปลอดภัยในการขนส่ง การบำรุงรักษา เพื่อนำมาแสดงในการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี ปรับปรุงระบบเยียวยา ให้ ผู้ประกอบการทำประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มเติม สำหรับเส้นทางระหว่าง จังหวัด   และ 5. คาดเข็มขัดนิรภัย แก้ไข 1ข้อ คือ ให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง   

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข