วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561 07:40 น.

กทม-สาธารณสุข

บันทึกจดหมายเหตุแห่งชาติ งานพระบรมศพรัชกาลที่๙

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 07.30 น.
บันทึกจดหมายเหตุแห่งชาติ งานพระบรมศพรัชกาลที่๙
วธ.รวมเล่มจัดแสดงทั่วปท.
 
 
 
พระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้คณะแพทย์ศิริราชบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด เดินทางมาร่วมกราบสักการะพระบรมศพต่อเนื่องเป็นวันที่ 44 ด้าน วธ.จัดทำจดหมายเหตุฉบับประชาชนเสร็จแล้ว 3 ชุดๆ ละ 3 เล่ม มีช่างภาพอาชีพ-ประชาชนร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์กว่า 480 คน
 
 
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59 ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นวันที่ 61 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ คณะแพทย์และพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิริราช สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ
 
 
เวลา 07.00 น. ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 12 ธันวาคม รวมถึงหน่วยงานที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ได้แก่ คณะแพทยพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ ด้วย
 
 
เวลา 10.30 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เป็นประธานในการถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม ซึ่งมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ
 
 
สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของวันที่ 11 ธ.ค.ตั้งแต่เวลา 04.45-22.33 น.ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 45,329 คน รวม 43 วัน มีจำนวน 1,623,954 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงินจำนวน 4,291,272.50 บาท รวม 43 วัน มียอดเงินทั้งสิ้น 124,922,863.75 บาท
 
 
บรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.50 น. พสกนิกรจำนวนมากพร้อมใจสวมใส่ชุดดำไว้ทุกข์ เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ใช้โอกาสช่วงวันหยุดยาวพากันมาเป็นหมู่คณะและครอบครัว ทั้งนี้ พสกนิกรที่มากราบสักการะพระบรมศพทุกคนยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ขณะที่บรรยากาศบริเวณด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี ของพระบรมมหาราชวัง มีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้าชมภายในพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วจำนวนมาก โดยมีตำรวจท่องเที่ยวคอยอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลตลอดเวลา
 
 
ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่มาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เบื้องหน้าพระบรมโกศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ขณะเดียวกัน มีน้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน
 
 
สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้า เวลา 07.00 น. ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง 1,500 ถ้วย, กาแฟสด 2,500 แก้ว, นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น. กระเพาะปลา 1,000 ถ้วย, มะกะโรนีซอสหมู 1,000 จาน, ข้าวยำไก่แซบ 1,000 จาน และข้าวอบจักรพรรดิ 1,000 จาน ราดหน้าหมูนุ่ม 4,000 จาน มื้อบ่าย เวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง, อาหารว่าง 1,000 กล่อง, เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง, มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ปลาทะเลผัดพริกขิง 1,000 จาน, ไก่ทอด-หมูทอดสมุนไพร 1,000 จาน
 
 
ที่บริเวณเต็นท์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ท่าราชวรดิฐ พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำน้ำดื่มและอาหารมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางเข้า-ออก จากการเข้าสักการะพระบรมภายในพระบรมมหาราชวัง โดย พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า จากที่พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าที่ระลึกมาวางจำหน่ายบริเวณท่าพระจันทร์และใกล้เคียง บก.ปคบ.จัดทำประวัติผู้ค้าไว้แล้วกว่า 200 ราย พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าอย่าเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค โดยให้แสดงป้ายราคาสินค้าไว้อย่างชัดเจน และร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง4รายและบุคคลต่างด้าวมาขายสินค้าอีก 2 รายส่งดำเนินคดีไปแล้วตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ
 
 
พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า ในส่วนแหล่งผลิตที่ปลอมแปลงเหรียญที่ระลึกทาง ปคบ.ได้สำรวจจุดไว้แล้ว รอตัวแทนกรมธนารักษ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแหล่งผลิตผู้ส่งผู้ค้า ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ตนประสานงานกับ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป. และ บช.ก. เพื่อบูรณาการเข้าจับกุม จากนั้น พล.ต.ต.ประเสริฐ และ พ.ต.ท.อัครเดช เกตุเอี่ยม รองผกก.1 บก.ทท.เดินตรวจความเรียบร้อยบริเวณท่าพระจันทร์และโดยรอบพระบรมมหาราชวัง
 
 
วันเดียวกันที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)จัดเสวนาและแถลงข่าว “รวมพลังบันทึกจดหมายเหตุแห่งชาติ เนื่องในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ.ได้ดำเนินการรวบรวม ภาพเหตุการณ์ เนื่องในงานพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ทั้งในส่วนกลาง ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เพื่อจัดทำจดหมายเหตุฉบับราชการ และจดหมายเหตุฉบับประชาชน เบื้องต้นได้จัดทำประมวลภาพเหตุการณ์ งานพระบรมศพ หรือจดหมายเหตุฉบับประชาชนแล้วเสร็จ จำนวน 3 ชุด แต่ละชุดมีทั้งหมด 3 เล่ม แบ่งเป็นเล่มที่ 1 เหตุการณ์ในส่วนกลาง เล่มที่ 2 ภาพเหตุการณ์ในส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด และเล่มที่ 3 ภาพเหตุการณ์ในต่างประเทศ จัดพิมพ์ทั้งหมด 5,000 ชุด ส่งไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุแห่งชาติทั่วประเทศ
 
 
ด้าน น.ส.นันทกา พลชัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดทำจดหมายเหตุงานพระบรมศพ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกและครั้งประวัติศาสตร์ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบันทึกภาพ นอกจากนี้ได้ประสานกับช่างภาพอาชีพจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย สมาคมช่างภาพแห่งประเทศไทย ร่วมกันบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญของชาติกว่า 480 คน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการบันทึกเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากจดหมายเหตุ ถือเป็นเอกสารสำคัญของชาติที่ใช้บันทึกข้อมูลและภาพเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไว้ สำหรับบอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตและให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ จนถึงขณะนี้มีภาพจากช่างภาพมืออาชีพและสมัครเล่นส่วนเข้ามาร่วมจัดทำจดหมายเหตุแล้วกว่า 40,000 ภาพ