วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561 04:29 น.

กทม-สาธารณสุข

รพ.จุฬาลงกรณ์ รักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีล่าสุด

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 10.57 น.

รพ.จุฬาลงกรณ์ รักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีล่าสุด
แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

         

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานแถลงข่าว  "รพ.จุฬาลงกรณ์ รักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีล่าสุด แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ณ โถงชั้น 1 อาคาร ส.ธ. เพื่อตอกย้ำความก้าวหน้าการรักษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีความแม่นยำ ปลอดภัยต่อผู้มารับบริการ



           

 

ศ.นพ.สุทธิพงศ์  วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มุ่งมั่นยกระดับการรักษาโรคสำหรับประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้วางยุทธศาสตร์ในการบริหารงานบริการทางการแพทย์ที่เหนือระดับ รองรับการบริหารงานในระดับอาเซียนและระดับนานาชาติ รวมถึงพยายามอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้านให้ผู้มารับบริการทุกระดับชั้นให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยโรงพยาบาลมีวิสัยทัศน์ คือ "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  เป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ ที่มีคุณธรรม ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ" และมีแผนยุทธศาสตร์ ในการยกระดับความสามารถทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลของประเทศในด้านการบริการ (Service) ให้มีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อนด้วยความเชี่ยวชาญพิเศษพร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาชั้นสูงที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งฝ่ายจักษุวิทยาได้นำเครื่องมือวิเคราะห์ วางแผนก่อนผ่าตัดและกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล โดยเฉพาะเครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียม มาใช้ในขณะสลายต้อกระจก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยให้แม่นยำและสามารถมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับระบบการตรวจวินิจฉัยและสลายต้อกระจกครบวงจรดังกล่าวสามารถใช้กับผู้ป่วยอย่างไร ขอให้หัวหน้าฝ่ายจักษุวิทยาชี้แจงต่อไป

    รศ.นพ.ปริญญ์  โรจนพงศ์พันธุ์ หัวหน้าฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัย และการรักษาต้อกระจกครบวงจร มากถึง 6 ชุด เป็นระบบ CATARACT SUITE & LASER ABERROMETER ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ระบบดิจิตอลและเครื่องมือวัดเลนส์แก้วตาเทียม ที่ใช้ในขณะสลายต้อกระจกที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการทำงานจะประกอบด้วย
     

1.ชุดเครื่องมือวิเคราะห์วางแผนก่อนผ่าตัด และกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล ซึ่ง ประกอบด้วย
       

-เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียมรุ่นล่าสุดที่มีเลเซอร์ประกอบ สามารถวัดสัดส่วนดวงตาได้แม่นยำ และตรวจเช็คความผิดปกติทางจุดศูนย์กลางของจอรับภาพ และถ่ายภาพเส้นเลือดรอบกระจกตาเพื่อใช้ประกอบระบบดิจิตอล
         

-เครื่องวิเคราะห์ความเอียงของกระจกตา สำหรับวางแผนการเลือกชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมเพื่อแก้สายตาเอียงและวัดกำลังของกระจกตาในการคำนวณค่าเลนส์
           

- Reference Unit สำหรับถ่ายภาพดวงตาผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด พร้อมกับทำการวัดข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัด เช่น ค่าความโค้งกระจกตา รูม่านตา  แกนการมองเห็นของดวงตา ฯลฯ  แล้วนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ วางแผนการผ่าตัดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
           

- Digital Marker เครื่องกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล ข้อมูลผู้ป่วยแต่ละรายจาก Reference Unit จะถูกส่งผ่านมายังเครื่อง Digital Marker ซึ่งอยู่ในห้องผ่าตัด ขณะผ่าตัดเครื่องจะสร้างภาพระบบดิจิตอลให้แพทย์ทราบตำแหน่งที่จะสร้างแผลผ่าตัด กำหนดขนาดถุงหุ้มเลนส์ที่ต้องการเปิด  กำหนดตำแหน่งและแกนของเลนส์เทียมที่ใส่ทดแทนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ
           

2. เครื่องเลเซอร์ต้อกระจก  (Femtosecond Laser) เป็นการนำเครื่องนี้เข้ามาช่วยเสริมในบางขั้นตอนของการผ่าตัดของต้อกระจกตามวิธีมาตรฐานที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการสลายเลนส์ตาที่ขุ่นมัวและดูดออก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลที่ได้จาก Reference Unit
             

3.เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification machine) หลังจากทำการเปิดแผลขนาดเล็กที่กระจกตา ขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เปิดถุงหุ้มเลนส์ และแบ่งเลนส์แล้ว  แพทย์จะใช้เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง โดยสอดหัวสลายและดูดต้อกระจกผ่านแผลที่กระจกตา  เพื่อส่งผ่านคลื่นเสียงความถี่ สูงที่ทำให้เลนส์สลายและถูกดูดออกไปจากถุงหุ้มเลนส์จนหมด  จึงจะทำการใส่เลนส์เทียมเข้าทดแทน ปัจจัยสำคัญในขั้นตอนนี้คือการควบคุมสภาวะต่าง ๆ ภายในลูกตาให้คงที่ ทั้งความดันในลูกตา พลังงานที่ใช้ อุณหภูมิในลูกตา ฯลฯ เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัย     
           

4.เครื่องตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time (laser Aberrometer) เป็นเครื่องที่ใช้ในการตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัด  สามารถวัดได้ทั้งก่อนใส่เลนส์เทียม ระหว่างการใส่เลนส์เทียมให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ และเมื่อใส่เลนส์เทียมในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว เครื่องนี้จะเป็นการแนะนำและยืนยันตำแหน่งของการใส่เลนส์เทียม องศาของเลนส์ และกำลังของเลนส์เทียมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าสายตาตามที่วางแผนไว้  ซี่งการใช้เครื่องในการตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time ร่วมกับชุดเครื่องมือวิเคราะห์วางแผนก่อนผ่าตัดและกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล จะเป็นการร่วมกันในการตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของการเลือกใช้เลนส์เทียมและการวางตำแหน่งเลนส์เทียม เพื่อให้ผลของการผ่าตัดออกมาได้ตามที่ต้องการอย่างดีที่สุด

       

รศ.(พิเศษ)นพ.ภาคภูมิ คัมภีร์พันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึง เครื่องสลายต้อกระจกด้วยเลเซอร์ (Femtosecond Laser Cataract Surgery Machine) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการรักษาต้อกระจก โดยใช้ร่วมกับการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบมาตรฐาน ( Phacoemulsification )  มีคุณสมบัติที่สำคัญคือสามารถฉายแสงเลเซอร์ลงไปบนกระจกตา ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยเลซอร์จะตัดถุงเยื่อหุ้มเลนส์ตาด้านหน้า และตัดเนื้อเลนส์ตาเป็นชิ้นที่เล็กไว้ล่วงหน้าเพื่อลดพลังงานที่จะใช้จากเครื่องผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบมาตรฐาน และยังสามารถใช้เลเซอร์ตัดกระจกตาแทนการใช้ใบมีด เพื่อช่วยเปิดแผลทั้งในบริเวณที่จะใช้เครื่องมือสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูงใส่เข้าไป หรือยิงเลเซอร์ลงบนผิวกระจกตา ในกรณีที่ต้องการให้เลเซอร์ปรับลดค่าสายตาเอียงที่อาจเหลืออยู่บนผิวกระจกตาโดยปรับตำแหน่งตามที่คำนวณไว้ ซึ่งจะช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และครบวงจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยลดอาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เช่น ลดพลังงานที่ใช้ในการสลายต้อกระจก และ การผ่าตัดมีการฟื้นตัวได้เร็ว ทำให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมองเห็นได้เร็วขึ้น

           

รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเดือนเมษายน 2558 ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ ได้ย้ายมาจากอาคาร ภปร 11 มาเปิดให้บริการ ณ อาคาร 14 ชั้น ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ เป็นศูนย์รวมการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสายตาผิดปกติ ให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติชนิดต่างๆ อาทิ สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, สายตายาวตามอายุ, โรคกระจกตาโก่ง รวมทั้งเป็นศูนย์วิเคราะห์และให้การรักษาปัญหาตาแห้งทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นการบริการที่ ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ โดยเน้น "คุณภาพและความปลอดภัย" โดยศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ ใช้อุปกรณ์ในการตรวจวิเคราะห์ และใช้เลเซอร์ในการรักษาที่มีคุณสมบัติเฉพาะและมีความแม่นยำสูงในการผ่าตัดแก้ไขปัญหาโรคความผิดปกติทางสายตาทั่วไปและที่ซับซ้อน และในกรณีที่เป็นผู้ป่วยที่มีสายตาผิดปกติแต่ยังไม่เหมาะสมที่จะทำการสลายต้อกระจก หรือกรณีที่ได้ทำผ่าตัดต้อกระจกไปแล้ว แต่ยังมีปัญหาสายตาสั้น ยาว เอียง หรือสายตายาวตามอายุหลงเหลืออยู่ ทางศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ ก็สามารถที่จะทำการแก้ไขให้ได้ผลที่ดียิ่งขึ้น  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหากผู้ป่วยที่มีปัญหาสายตา เมื่อมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว ฝ่ายจักษุวิทยาสามารถที่จะแยกแยะและแก้ไขปัญหาให้ผู้ป่วยได้ครบวงจรอย่างเป็นมาตรฐาน ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย

     

นางพรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเสริมว่า วิวัฒนาการในด้านการรักษาสายตาผิดปกติมีความก้าวหน้าล้ำสมัยไปอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมา ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเป็น "แห่งแรกในประเทศไทย"และยังเป็นโรงพยาบาลที่มีการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตามากที่สุดในประเทศ รวมถึงมีศูนย์เลเซอร์รักษาสายตาที่ทันสมัย มุ่งเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริการด้านการแก้ไขสายตาผิดปกติอย่างครบวงจร และกำลังดำเนินการจัดตั้งศูนย์โรคต้อกระจก โดยปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ถือว่าเป็นสถานบริการทางการแพทย์ที่มีความทันสมัยที่สุดในเทคโนโลยีการรักษาต้อกระจกในอาเซียน สามารถรองรับผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงเป็นแหล่งการเรียนการสอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ


เพื่อให้การบริการผู้ป่วยที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งตอกย้ำวิสัยทัศน์คือ "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ ที่มีคุณธรรม ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ" เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในด้านบุคลากร อุปกรณ์ที่ครบครันทันสมัยและแผนงานที่มีประสิทธิภาพ สมดังปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มุ่งสู่ "โรงพยาบาลอันวิจิตร ต้องกับความนิยม ทั้งกอปรไปด้วยเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดีที่สุด อันเท่าเทียมกับนานาประเทศ"

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข