วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560 08:38 น.

กทม-สาธารณสุข

ผนึกกำลังคุมเข้มมาตรฐานโรงกลั่นสุราชุมชน จ.พะเยา

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 17.35 น.

ผนึกกำลังคุมเข้มมาตรฐานโรงกลั่นสุราชุมชน จ.พะเยา

 
 
 
 
สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า  ร่วมกับภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชนลงพื้นที่    ต.ห้วยแก้ว และ ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยาตรวจสอบโรงงานกลั่นสุราชุมชนร้านจำหน่ายสุราและการใช้มาตรการด้านกฎหมายแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจ.พะเยา
 
 
ที่ผ่านมาในทั่วประเทศมีโรงงานผลิตสุราชุมชน 3,800 ราย ครึ่งหนึ่งอยู่ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นภาคที่มีความชุกการดื่มสุราสูงสุดของประเทศถึง39.43% ในขณะที่ จ.พะเยา มีผู้ลงทะเบียนผลิตสุราเสรี 242 ราย เป็น โรงกลั่นผลิตสุรา เช่น กระแช่ สาโท ไวน์ และสุราขาว 28, 30, 35, 40 ดีกรี  
 
 
จากการที่รัฐบาลได้เอาจริงจังกับการแก้ปัญหาสุราผิดกฎหมาย ทั้งในด้านการจัดตั้งโรงงาน การชำระภาษี และการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโรงงานผลิตสุราชุมชนที่ลักลอบผลิต และจำหน่ายสุราแบบไม่ติดแสตมป์หรือสุรานอกระบบเป็นสุราเถื่อนที่ไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายต่อการบริโภคโดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นประธานแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสุรากลั่นชุมชน 
 
 
สำหรับพื้นที่พะเยา คณะทำงานฯได้ร่วมกับ ที่ทำการปกครองจังหวัดพะเยาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยาสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสรรพสามิตจังหวัด
 
 
ที่ทำการปกครองอำเภอ สถานีตำรวจภูธร ทำการสุ่มตรวจสอบโรงงานสุรากลั่นชุมชนในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานโรงงาน แก้ปัญหาสุราเถื่อนในพื้นที่ 
 
 
 
นายเกรียงไกร เตชะวรางกุล ปลัดอำเภอ สังกัดที่ทำการปกครองจังหวัดพะเยา คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.พะเยา กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการฯได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานติดตามตรวจสอบมาตรฐานโรงงานสุรากลั่นชุมชน และร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน   จ.พะเยา
 
 
เพื่อร่วมดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของจังหวัดพะเยาในการแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นรูปธรรม ตามเป้าหมายพะเยาต้องไม่เป็นจังหวัดที่มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยนำ “มาตรการ 3 ม.” ได้แก่ "มาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางปกครอง และมาตรการทางสังคม”มาใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงาน จากที่มีโรงกลั่นเหล้ามากถึง 270 โรง ปัจจุบันเหลือแค่ 160 โรง
 
 
เป็นความสำเร็จที่นายกรัฐมนตรี ยกให้เป็น “พะเยาโมเดล””และได้ขอให้จังหวัดอื่นนำกรณีศึกษานี้ไปเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือจากประชาชนตามแนวทางประชารัฐและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า
 
 
ในขั้นตอนการดำเนินงานในการตรวจสอบโรงกลั่นสุราจะใช้แนวทางออกตรวจทุกเดือนครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอซึ่งจะเน้นการแนะนำให้เป็นไปตามสุขลักษณะ การใช้ภาชนะรองรับที่ถูกต้อง และการตรวจสอบอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งจากการเข้มงวดดังกล่าวทำให้สามารถลดจำนวนโรงกลั่นที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจาก 270 โรงงาน เป็น 160 โรงงาน โดยมีแนวทางปฏิบัติ คือ สั่งให้แก้ไขเรื่องสิ่งแวดล้อม ภาชนะบรรจุ สั่งพักใบอนุญาต และยกเลิกใบอนุญาต 
 
 
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย การจัดให้มีการชิงโชคชิงรางวัล รวมทั้ง การดื่มในสถานที่ต้องห้ามตามกฎหมายและในสวนสาธารณะ เป็นต้นซึ่งมาตรการที่ทางคณะทำงานใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยเน้นการตรวจเตือน แนะนำก่อน และมีการบังคับใช้จริงจัง ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ชุดปัจจุบันจะมีการกำหนดแผนงานเพื่อการออกตรวจร่วมกันเดือนละครั้ง 9 ครั้ง ซึ่งได้ร่วมกันออกตรวจมาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข