วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560 17:27 น.

กทม-สาธารณสุข

กรมสุขภาพจิต แนะ ลูก-หลานจะเป็น “ยาใจ– เสาหลักเข้มแข็ง”ของแม่

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 10.53 น.

กรมสุขภาพจิต แนะ ลูก-หลานจะเป็น “ยาใจ– เสาหลักเข้มแข็ง”ของแม่

                

อธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะช่วงวันหยุดเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 3 วัน  ลูกหลานที่เดินทางกลับไปกราบแม่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม จะเป็นยารักษาใจ สร้างพลังใจและความสุข ความอบอุ่นให้ผู้ประสบภัย คลี่คลายทุกข์และสร้างความมั่นคงชีวิตได้อย่างดีที่สุด และขอให้ทำจิตใจให้เข้มแข็งเป็นแบบอย่าง ไม่แสดงความเสียใจให้ผู้ประสบภัยเกิดความเสียใจซ้ำอีก ส่วนการฟื้นฟูจิตใจหลังน้ำลดในจังหวัดนครพนม และสกลนคร ทีมจิตแพทย์เอ็มแคทพบผู้ที่มีความเครียดรุนแรงต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด 110 คน ป้องกันเกิดโรคซึมเศร้าอย่างเต็มที่

         

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าเนื่องในวันแม่แห่งชาติลูกหลานจะเดินทางกลับภูมิลำเนาไปกราบแม่  โดยเฉพาะในพื้นที่ 44 จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบ 580,352 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้วยังเหลือ 8 จังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ลูกหลานที่กลับไปกราบแม่และอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวในโอกาสสำคัญนี้    จะเป็นยารักษาใจ คลี่คลายทุกข์ คลายความกังวล ให้แก่ผู้ประสบภัยได้อย่างดีที่สุด   เนื่องจากเมื่อคนเราประสบภัยโดยทั่วไป  เราก็มักจะต้องการความมั่นคงทางร่างกาย และจิตใจเป็นลำดับแรกๆ   

 

“  ขอให้ประชาชนและลูกหลานที่กลับบ้านที่ภูมิลำเนาที่ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยกันให้กำลังใจคนในครอบครัวและเครือญาติขอให้ตั้งสติรับฟังปัญหาความทุกข์ใจของผู้ประสบภัยและเป็นเสาหลักแบบอย่างที่มีจิตใจเข้มแข็งไม่ควรแสดงความเสียใจเพื่อให้ผู้ประสบภัยเกิดความเสียใจซ้ำอีกทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประสบภัยเกิดความรู้สึกมั่นคงอบอุ่นไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอยู่อย่างเดียวดายไร้ค่า และจะเกิดพลังใจที่เข้มแข็งมีความหวังพร้อมจะรับมือเหตุการณ์ในอนาคตหากมีเกิดซ้ำ” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

 

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อไปว่า    ขณะเดียวกันลูกหลานผู้ประสบภัยก็สามารถดูแลจิตใจซึ่งกันและกันด้วยหลัก 3 ส. ประการแรกคือคอยสอดส่องสังเกตพฤติกรรมของคนใกล้ชิดที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่นมีอาการเหม่อลอย   ไม่ร่าเริงสดใส   เก็บตัวไม่สุงสิงกับผู้อื่นเหมือนเคย   ประการต่อมาคือการใส่ใจรับฟัง เพื่อให้เขาระบายความในใจออกมาให้ได้มากที่สุด และอาจสื่อสารด้วยภาษากายเช่น การโอบกอด การสัมผัส เพื่อปลอบขวัญ ปลอบโยน และประการสุดท้ายหากเห็นว่าเมื่อพูดคุย ปลอบใจแล้ว พฤติกรรมยังไม่ดีขึ้น ให้ส่งต่อไปยังผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญกว่าเรา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแก้ไขฟื้นฟูจิตใจและรับการช่วยเหลือต่อไป 

 

ทางด้านนายแพทย์กิตต์กวี  โพธิ์โน  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนมกล่าวว่านอกจากนี้ลูกหลานอาจถือโอกาสที่กลับมากราบแม่ครั้งนี้ ร่วมกันทำความสะอาด ซ่อมแซมบ้านเรือน ปรับปรุงคอกสัตว์เลี้ยงต่างๆและทานอาหารร่วมกัน จะทำให้ผู้ประสบภัยรู้สึกภาคภูมิใจและสบายใจได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งการไปวัดทำบุญ ก็อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้พบปะกันพูดคุยกัน ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน เนื่องจากวัดเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านอยู่แล้ว                    

     

สำหรับผลการดูแลฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัยในจังหวัดนครพนมและสกลนครภายหลังน้ำลดทีมจิตแพทย์เอ็มแคทได้ทำการตรวจคัดกรองความเครียดประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยไปแล้วกว่า 4,000 คน พบผู้ที่มีความเครียดในระดับรุนแรง  ต้องให้การดูแลรักษาใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษจำนวน 110 คน โดยอยู่ที่สกลนคร 100 คน และที่นครพนม 10 คน  เพื่อป้องกันไม่เกิดอาการซึมเศร้าซึ่งจะนำไปสู่การทำร้ายตัวเองได้ง่ายซึ่งเป็นไปตามแผนฟื้นฟูของกระทรวงสาธารณสุข         โดยจะติดตามอาการครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 สิงหาคม 2560 นี้   

 
 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข