วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560 10:17 น.

กทม-สาธารณสุข

ชู “ภูเก็ตโมเดล”ต้นแบบการจัดการความปลอดภัยทางถนน

วันศุกร์ ที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.16 น.

ชู “ภูเก็ตโมเดล” ต้นแบบการจัดการ

ความปลอดภัยทางถนนของไทย ลดการตายจากอุบัติเหตุได้ 50% 

 



สธ.-สสส.-สอจร. ชู “ภูเก็ตโมเดล” ต้นแบบการจัดการความปลอดภัยทางถนนของไทย ลดการตายจากอุบัติเหตุได้ 50% พร้อมโชว์ศักยภาพให้ต่างชาติได้เรียนรู้ 
 

 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในพิธีปฐมนิเทศการศึกษาเพื่อการศึกษาดูงาน  3 พื้นที่ต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดภูเก็ต ว่า อุบัติเหตุทางถนนสร้างความสูญเสียจำนวนมาก ซึ่งการลดความสูญเสียจากการบาดเจ็บทางจราจรเป็นปัญหาและวาระเร่งด่วนที่สำคัญ โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน และผลักดันให้ประเทศสมาชิกเร่งแก้ปัญหาและลดอัตราการเสียชีวิตลงให้ได้ 50% ซึ่งรัฐบาลไทยได้ร่วมประกาศทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ผ่าน 5 เสาหลัก คือ 1.ด้านบริหารจัดการ 2.ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางถนน 3.ด้านยานพาหนะปลอดภัย 4.ด้านผู้ใช้รถใช้ถนน และ 5.ด้านการรักษาและเยียวยาหลังเกิดเหตุ โดยสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนของไทย จากฐานข้อมูล 3 แหล่งสำคัญ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อมูลมรณะบัตรและหนังสือรับรองการตาย ของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ในปี 2559 คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งสิ้น 22,356 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 34.4 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดย 3 ใน 4 ของผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย และกลุ่มอายุ 15-29  ปี มีอัตราการเสียชีวิตมากที่สุด 

 

 

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ทุกปีมีผู้พิการรายใหม่จากเหยื่ออุบัติเหตุ 5,000 คน ในทุกวันมี 42 ครอบครัวสูญเสียสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว และในทุกวันยังมีอีก 15 ครอบครัวที่ต้องดูแลสมาชิกพิการจากอุบัติเหตุไปตลอดชีวิต ความสูญเสียเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุข ทั้งการทุ่มงบประมาณและบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข สร้างความเสียหายเศรษฐกิจโดยรวมกว่าสองแสนล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ปัญหาอุบัติเหตุจราจรเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ หากดำเนินให้การแก้ไขปัญหาได้เร็วจะลดความสูญเสียเหล่านี้ลงได้ ที่สำคัญประเทศไทยจะหลุดจากอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรสูงที่สุดในโลกได้” นพ.ศุภกิจ กล่าว 

 

 

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย สสส. ได้สนับสนุนการทำงานป้องกันอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปี 2546 สนับสนุนข้อมูลวิชาการเพื่อนำไปสู่การเสนอนโยบายสาธารณะ สร้างเครือข่ายประชาคมทำงานกับชุมชน และรณรงค์สังคมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีไม่ใช่แค่เฉพาะเทศกาลสำคัญเท่านั้น สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของ จ.ภูเก็ต ซึ่งเคยติดอันดับมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเป็นลำดับ 1 ใน 5 ของประเทศเมื่อปี 2540-2549 ด้วยการทำงานที่เข้มแข็งโดย สสส. สนับสนุนการทำงานผ่าน “คณะทำงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด” (สอจร.) มีทุกหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจราจร ทำให้วิเคราะห์และแก้ไขได้ตรงเป้าหมายชัดเจน และทำให้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จ.ภูเก็ต สามารถลดอัตราการตายเกือบ  ร้อยละ 50 โดยเริ่มจากร่วมกันวิเคราะห์และแก้ไข “จุดเสี่ยง” ที่พบบ่อยซ้ำซาก ทำให้ลดการตายของภูเก็ตลงได้       30% ขณะที่ตำรวจเน้นการบังคับใช้กฎหมายทั้งการสวมหมวกนิรภัย ดื่มแล้วขับ ตรวจจับความเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีมาเสริมการทำงาน เช่น เครื่องยิงตรวจวัดความเร็ว (Speed Gun) กล้องตรวจจับผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (Red Light Camera) เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ส่งผลให้จำนวนการเรียกตรวจและดำเนินคดีดื่มแล้วขับเพิ่มจากเดิมกว่า 10 เท่า โดยในปี 2559 จ.ภูเก็ต สามารถลดจำนวนผู้บาดเจ็บลงได้  3.5% และลดผู้เสียชีวิตลงได้  8.8 % 

 

 

“ทุกวัน มีรถออกใหม่จำนวน 2,332 คัน และมีรถจดทะเบียนทั้งหมดกว่า 35 ล้านคัน ในขณะที่เครื่องตรวจวัดความเร็วมีเพียง 1-2 เครื่องต่อจังหวัด ทำให้ปัญหาเรื่อง ความเร็ว ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดเหตุและการเสียชีวิต  ผู้ขับขี่ 1 ใน 5 ที่มีทัศนะว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถได้ ถ้ามีสติ และ 1 ใน 3 ระบุว่า เคยดื่มแล้วขับในรอบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ทุกๆ วันมี 8-10 คนที่ต้องตายบนถนนจากคนดื่มแล้วขับ การขับเคลื่อนงานแบบภาคีเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพ ทำให้ลดอัตราความสูญเสียลง และพิสูจน์ว่า หากจุดจัดการระดับพื้นที่ ซึ่งใกล้ชิดปัญหามากที่สุด มีความเข้มแข็ง จัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังทุกวัน ประเทศไทยจะลดการตายลงได้เกินครึ่ง” ดร.สุปรีดา กล่าว  

 

 

 ขณะที่นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก    ด้านความปลอดภัยทางถนน และรองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด สนับสนุนโดย สสส. กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายถือเป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนของ จ.ภูเก็ต ลดลง โดยระยะแรกในปี 2553 ได้ใช้มาตรการสวมหมวกนิรภัย 100% บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ควบคู่การประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ทำให้อัตราการสวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบาดเจ็บที่ศีรษะลดลงจาก  37.1% ในปี 2554 เหลือ 20.6% ในปี 2558 ที่สำคัญ มีจุดเด่นคือ การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎจราจร สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและลดข้อจำกัดของกำลังคนที่ไม่เพียงพอได้มาก 

 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข