วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 07:19 น.

อาชญากรรม

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" เฮลั่น ! ศาลสั่ง กสทช. คืนเงิน 1,500 ล้าน

วันอังคาร ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561, 15.11 น.

 

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" เฮลั่น ! ศาลสั่ง กสทช. คืนเงิน 1,500 ล้าน

 

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" เฮลลั่น ! ศาลปกครองกลางพิพากษาสั่ง กสทช. คืนเงิน 1,500 ล้าน เหตุไม่ปฏิบัติตามสัญญา เจ้าตัวเดินหน้าฟ้องต่อเรียกค่าเสียหาย 700 ล้าน ด้าน "ผอ.สำนักกฎหมาย กสทช." ยื่นอุทธรณ์สู้ต่ออีกเฮือก

 

ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาในคดีที่ นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ไทยทีวี จำกัด หรือ เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของบริษัทไทยทีวี เป็นโมฆะทั้งหมด และเพิกถอนหนังสือ กสทช. ฉบับลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 , ฉบับลงวันที่ 5 มิถุนายน 2558 ที่ให้บริษัทไทยทีวีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่งวดที่ 2 และฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ที่ยกเลิกให้บริษัทไทยทีวีได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่พร้อมกับให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ให้ใช้คลื่นความถี่ และให้สั่ง กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพจำนวน 16 ฉบับ ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 รวมทั้งคืนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่บริษัทได้ชำระไปแล้วเป็นเงิน 365,512,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 บาทต่อปี นับแต่วันฟ้องจนชำระเสร็จสิ้นและค่าเสียหายจากการกระทำของ กสทช. จำนวน 713,828,282.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

 

โดยศาลปกครองกลางพิพากษาว่า กสทช. กระทำผิดสัญญาที่ได้ประกาศชี้ชวนไว้กับบริษัท ไทยทีวี จำกัด จริง บริษัทไทยทีวี จำกัด จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา

 

แต่วันบอกเลิกสัญญาพ้นกำหนดการจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 ที่บริษัทได้มีการดำเนินการกิจการทีวีดิจิตอลไปแล้วจึงต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 2 จำนวน 258 ล้านบาท ส่วนหนังสือค้ำประกันธนาคารกรุงเทพจำนวน 16 ฉบับ ซึ่งเป็นค่างวด ตั้งแต่งวดที่ 3 เป็นต้นไป ให้ กสทช. คืนให้กับบริษัท แต่ถ้าไม่สามารถคืนไม่ได้ ก็ให้ชดใช้เป็นเงินแทน อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองกลางไม่ได้ให้ กสทช. ชดใช้ค่าเสียหายตามที่บริษัทเรียกร้อง เพราะภาวะการขาดทุนเกิดจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ

 

นางพันธุ์ทิพา เปิดใจลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า พอใจที่ศาลชี้ว่า กสทช. ทำผิดจริง ทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า กสทช. ทำผิดจริง ซึ่งศาลให้ กสทช. คืนแบงค์การันตีให้บริษัทไทยทีวีในงวดที่ 3, 4, 5 และ 6 มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ศาลไม่ได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 700 ล้านบาทตามที่ขอไป จึงจะยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติมในส่วนนี้ โดยมั่นใจว่า มีเอกสารที่ชี้ให้เห็นว่า กสทช. ทำผิดสัญญาจนทำให้เกิดความเสียหาย

 

"เชื่อว่าเราไม่ใช่คนที่ไม่เก่ง ไม่ใช่คนที่อ่อนแอ หรือไม่มีสายป่าน ขาดทุนแล้วจึงเลิก แต่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนเก่ง มีความสามารถ เพียงแต่สิ่งที่ กสทช. ทำไม่ได้เอื้อ และเป็นอุปสรรคจนทำให้เกิดความเสียหาย ประวัติการทำธุรกิจเกือบ 40 ปี ไม่เคยขาดทุนแม้แต่บาทเดียว ทำไมเราจึงจะมาโง่วันนี้ กลายเป็นคนมองธุรกิจไม่เป็น อ่อนแอ เป็นเรื่องที่กระทบภาพลักษณ์มาก การสู้วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้ช่องอื่น ๆ ก็ลำบากหมด บางคนครอบครัวแตกแยก ถึงขนาดเกือบฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของ กสทช. ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง และแม้ว่า กสทช. ชุดที่อนุมัติเรื่องทีวีดิจิตอลจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น" นางพันธุ์ทิพา กล่าว

 

ด้าน นายสมบัติ ลีลาพตะ ผอ.สำนักกฎหมาย กสทช. ระบุ ทาง กสทช. จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน เนื่องจากเห็นว่า ศาลยังไม่ได้นำข้อเท็จจริงบางส่วนมาประกอบการพิจารณาเช่นรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน ที่กำหนดว่าโครงข่ายจะมีการขยายได้ปีละเท่าใด และกรณีที่บริษัทไทยทีวีอ้างว่า โครงข่ายของกรมประชาสัมพันธ์มีปัญหาแต่จริง ๆ ทางไทยทีวีใช้โครงข่ายของผู้ประกอบการรายอื่น

หน้าแรก » อาชญากรรม