วันอังคาร ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561 04:43 น.

อาชญากรรม

ล่าโจรกระชากกระเป๋าสาวร้านเหล้า

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561, 08.04 น.

 

ล่าโจรกระชากกระเป๋าสาวร้านเหล้า

 

ที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.อ.ประเทือง น้ำดอกไม้ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายกระชากกระเป๋าที่ถนนมาลัยแมนสายอู่ยา-อู่ทอง หมู่ 4 ต.สวนแตง จึงไปตรวจสอบพร้อม กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สายตรวจตำบลสวนแตง ที่เกิดเหตุเลยโค้งบางกุ้ง ก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท.ประมาณ 500 เมตร พบผู้เสียหายชื่อ น.ส.ฉันทนา ซื่อสัตย์ อายุ 18 ปียืนรออยู่ด้วยอาการตกใจกลัว

 

จากการสอบถามเบื้องต้นผู้เสียหายเล่าว่าตนทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ อยู่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุพรรณบุรี ก่อนเกิดเหตุหลังจากร้านเลิกตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านจะไปหาแฟนที่บ้านสวนแตง โดยขับมาตามถนนสายดังกล่าว ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม.มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสวมเสื้อคลุมผ้าร่มสีดำ นุ่งกางเกงยีนขาสามส่วนขี่ตามประกบจากนั้นคนร้ายได้เปิดหน้าหมวกกันน็อค พร้อมกับชวนพูดคุยโดยคนร้ายทำทีเป็นถามว่าจะไปไหนตนจึงตอบไปว่าจะไปหาแฟน และตนได้ถามคนร้ายกลับไปว่าแล้วเธอบ้านอยู่ที่ไหนจะไปไหนคนร้ายตอบว่าบ้านอยู่ที่ตลาดศรีบัวบาน กำลังจะไปอู่ทองและคนร้ายพยายามให้ตนจอดรถคุยกันตนไม่ยอมจอดพยามขับหนีคนร้ายจึงขับตามและพยายามชวนไปหลับนอนด้วยตนบอกไม่ไปจะไปหาแฟน

 

กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายจึงแสดงตัวเป็นคนร้ายทันทีโดยการกระชากกระเป๋าสะพายแบบหลุยส์ ซึ่งวางอยู่ที่พักเท้าอย่างแรงจนไฟเลี้ยวหน้าหลุดรถจักรยานยนต์ของตนแทบล้มโดยก่อนลงมือก่อเหตุคนร้ายได้พูดทิ้งท้ายว่าเธอไม่ไปกับเรานี่ภายในมีกระเป๋าสตังค์มีเงินสด 800 บาทบัตรเอทีเอ็ม มีเงินอยู่ประมาณ 3,000 กว่าเครื่องสำอางและเครื่องไอแพด ของร้านหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถย้อนศร กลับเข้าทางตัวเมืองสุพรรณบุรี ขณะเกิดเหตุมีพลเมืองดีขับขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านมาพบและช่วยตนขี่รถจักรยานยนต์ช่วยติดตามแต่ไม่ทันคนร้ายหลบหนีไปได้ ตนจึงขี่จักรยานยนต์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมยามและโทรศัพท์ไปบอกแฟนหนุ่มให้มารับ

 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าจากการสอบสวนผู้เสียหายจากคำให้การของเบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่าเป็นวัยรุ่นขี้ยาที่ขี่รถจักรยานยนต์ ขี่รถจักยานยนต์ซุ่มอยู่ตามมุมมืดคอยดูเหยื่อที่เป็นผู้หญิงขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว แล้วตามประกบเมื่อสบโอกาสจึงลงมือหรือค้นร้ายอาจจะเคยรู้จักกับผู้เสียหายจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามพูดคุยกันเป็นระยะทางเกือบ 3 กม.ก่อนจะลงมือก่อเหตุโดยไม่ใช้อาวุธและไม่ได้ทำร้ายผู้เสียหายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สืบหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆตามคำให้การของผู้เสียหายเพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

 

หน้าแรก » อาชญากรรม