วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561 02:37 น.

อาชญากรรม

สาวเทศบาลหัวหินวอนตำรวจช่วย หลังรถเก๋งตนเองถูกสวมทะเบียนที่แม่ฮ่องสอน

วันอังคาร ที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 21.54 น.

 

สาวเทศบาลหัวหินวอนตำรวจช่วย
หลังรถเก๋งตนเองถูกสวมทะเบียนที่แม่ฮ่องสอน

 

 

วันที่ 9  ตุลาคม 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ann Songtip  โพสต์ข้อความระบุว่า มีปัญหาไม่สามารถจ่ายภาษีเพื่อต่อทะเบียนรถยนต์ได้ตามปกติ  เนื่องจากรถยนต์ตนเองถูกสวมทะเบียน มีคนนำไปใช้ในหลายจังหวัด ต่อมามีใบสั่ง 2 ใบ จากตำรวจทางหลวง แจ้งข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ล่าสุดยืนยันว่ายังไม่สามารถเสียภาษีรถยนต์ประจำปีได้  เนื่องจากมีบุคคลนำหมายเลขทะเบียนรถยนต์ของตัวเองไปต่อภาษีแล้ว

 

นางสาวกรรณิการ์หรือแอน สงทิพย์ อายุ 34 ปี ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ เทศบาลเมืองหัวหิน เปิดเผยว่าได้ซื้อรถยนต์มือหนึ่งยี่ห้อโตโยต้า วิออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 3431 เพชรบุรี กว่า 6 ปี จาก จ.เพชรบุรี  ซึ่งเป็นรถคันแรกที่เก็บหอมรอมริบจากการทำงานเพื่อซื้อมาใช้งาน   ต่อมาระหว่างเดือนมีนาคม - เมษายน  2560 มีใบสั่งจากสถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 7 ส่งมาที่บ้าน 2 ใบ แจ้งว่าขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พร้อมภาพรถยนต์ทั้งยี่ห้อ รุ่นรถ สีรถ ทะเบียนตรงกันทั้งหมด แต่ผิดปกติบริเวณกระจังหน้ารถไม่เหมือนกัน  ตนงุนงงและยืนยันว่าไม่ได้เดินทางไป จ.สงขลา ในช่วงดังกล่าวจึงแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.หัวหิน  จึงต่อทะเบียนประจำปีได้ตามปกติ  ต่อมาครบกำหนดต่อทะเบียนรถเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา  จึงไปติดต่อที่สำนักงานขนส่ง สาขาปราณบุรี แต่ไม่สามารถดำเนินการได้  เจ้าหน้าที่แจ้งให้ไปติดต่อสำนักงานขนส่ง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้จดทะเบียนรถยนต์ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่ารถยนต์ได้ต่อทะเบียนไปแล้ว เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 61 ที่สำนักงานขนส่ง จ.แม่ฮ่องสอน สาขาแม่สะเรียง  พร้อมแนะนำให้ตนนำเอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์ไปยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบ  แต่มีปัญหา เนื่องจากเพิ่งนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่บริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง สาขาหัวหิน  หากจะนำเล่มทะเบียนรถไปตรวจสอบต้องชำระหนี้ทั้งหมด  1.7  แสนบาท  ขณะนี้ยอมรับว่ายังไม่มีเงินจ่าย  เมื่อขอให้พนักงานบริษัทช่วยเหลือด้วยการเดินทางนำเล่มทะเบียนไปเป็นพยาน  เจ้าหน้าที่แจ้งว่าบริษัทไม่มีนโยบายในเรื่องนี้

 

นางสาวกรรณิการ์ กล่าวอีกว่าตอนนี้หมดปัญญาอยากให้หน่วยงานรัฐหรือตำรวจเร่งหาต้นตอของผู้สวมทะเบียนรถตนเนื่องจากเกรงว่ามีการทำเป็นขบวนการ  หรือกรมการขนส่งทางบกช่วยตรวจสอบการพิมพ์ข้อมูลเข้าระบบซึ่งอาจมีข้อมูลผิดพลาดคลาดเคลื่อน ยอมรับว่าเครียดเนื่องจากปัจจุบันไม่สามารถนำรถไปใช้งานได้ตามปกติ และ เกรงว่าจะมีบุคคลอื่นนำรถยนต์เลขทะเบียนตรงกันและต่อทะเบียนภาษีแล้วไปทำผิดกฎหมาย.

หน้าแรก » อาชญากรรม