วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562 08:00 น.

อาชญากรรม

วิญญาณลูกสท.เฮี้ยน! สิงร่างพี่สาว“ห้ามเผา”

วันพุธ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562, 20.52 น.

 

วิญญาณลูกสท.เฮี้ยน!
สิงร่างพี่สาว“ห้ามเผา”

 


จากกรณี เมื่อเวลาประมาณ 03.40 น. วันที่ 19 ม.ค.62 ร.ต.อ.ชาตรี ชูวิเชียร รอง สว.(สอบสวน) สภ.วิชิตได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณ ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี หรือถนนเลียบคลองบางใหญ่ ม.1 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ก่อนถึง เตาเผาขยะมูลฝอย เทศบาลนครภูเก็ต ประมาณ 100 เมตร หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เข้าตรวจสอบ ก่อนลงพื้นที่พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิกร สมสุข ผกก.สภ.วิชิต และพ.ต.ท.พีรพันธ์ มีมาก รองผกก. (สอบสวน) สภ.วิชิต ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่กลางถนน พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือนาย ธีรศักดิ์ แซ่อ๋อง อายุ 29 ปี ชาว ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตเป็นบุตรชายของนาย เจริญ แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฏาเขต 1 อ.เมือง ภูเก็ต โดยสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีเทา สภาพนอนหงาย อยู่ข้างรถจยย.ยามาฮ่า เอ็ม สแลซ สีน้ำเงินขาว ป้ายทะเบียน 1 กญ ภูเก็ต 1514 ซึ่งยังเปิดสวิสต์กุญแจค้างไว้ ตรวจสอบพบมีบาดแผลถูกกระสุนไม่ทราบขนาดเจาะที่ขมับด้านซ้าย 1 นัด เลือดไหลนองพื้น ที่เอวของผู้เสียชีวิตมีซองกระสุนปืนลูกซองแบบเข็มขัดรัดเอว 1 เส้นพร้อมกระสุน 7นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐานก่อนให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 


จากการสอบสวนทราบว่า นายธีรศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจากฝั่งสำนักงานขนส่งจังหวัด ก่อนจะมีรถเก๋งสีดำไม่ทราบป้ายทะเบียนขับตามมา ก่อนที่คนในรถจะชักอาวุธปืนจ่อยิงผู้เสียชีวิต 3 นัด กระสุนเจาะขมับ 1 นัดจนจยย.ล้มคว่ำ ก่อนคนร้ายจะขับรถหลบหนีไป ต่อมา ในวันที่ 21 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิตได้ออกใบแถลงข่าว ในรายละเอียดแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.20 ม.ค. ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายธีรศักดิ์ ผู้เสียชีวิต คือ นายจักรกฤษ หรือดิว แสงสะอาด อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ที่ 4 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา และ นายจักรกฤษฯ ได้มามอบตัวสู้คดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวนนายจักรกฤษ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและประกันตัวไปโดยมีหลักทรัพย์ประกันตัว ในขณะนี้ สภ.วิชิต ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดของผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

 


 


ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา( 23 ม.ค.62) ที่ศาลาเอนกประสงค์ของวัดกะทู้ หมู่ที่ 4 ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นายธีรศักดิ์ หรือโม ได้มีการสวดพระอภิบังสุกุลศพ และประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง ก่อนทำการเคลื่อนศพไปยังเมรุเพื่อทำการฌาปนกิจ ได้มีญาติๆ เพื่อนสนิทของนายธีรศักดิ์ และกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายเจริญ ผู้เป็นพ่อ มาร่วมในพิธีจำนวนมาก ทันทีที่เสร็จพิธีทางสงฆ์ ได้เวลาเคลื่อนศพออกจากศาลาไปยังเมรุซึ่งอยู่ด้านหลังวัด ผู้ร่วมฌาปนกิจก็ได้มีการตั้งขบวนและเดินแห่โลกศพไปยังไปอย่างโศกเศร้า

 

 

ขณะเดียวกันเพื่อนๆของนายธีรศักดิ์หรือโม ก็มีการนำรถจักรยานยนต์ 3 คัน ซึ่งเป็นของรักของหวงมาเบิ้ลเครื่องจนเสียงดังสนั่นเพื่อเป็นการส่งอาลัยแก่เพื่อนรัก แต่ทันทีที่นำศพเข้าสู่เมรุและเตรียมการเผาอยู่นั้น ปรากฏว่า นางสาวแตง(ไม่ทราบชื่อจริง) ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆของโม ได้เกิดอาการตั่วสั่น และหวีดร้องเสียงดัง ญาติๆต้องช่วยกันจับตัวไว้ โดยเมื่อจับใจความสำคัญ พบว่า  เสียงตะโกนดังกล่าวระบุว่า ตนเองคือ วิญญาณนายธีรศักดิ์ โม และไม่ต้องการให้เผาเด็ดขาด ถึงแม้นายเจริญ ผู้เป็นพ่อจะพยายามเข้าไปขอ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงสอบถามความเห็นญาติๆก่อนตัดสินใจยกเลิกการเผาศพตามคำขอและจะเก็บศพไว้ที่วัดก่อนไม่มีกำหนด ทำให้ร่างของพี่สาวเริ่มมีอาการสงบลง จึงพาตัวพี่สาวไปพบกับพระสงฆ์เพื่อรดน้ำมนต์  
 


นายเจริญ เปิดเผย ว่า ตนเองเชื่อว่า นายธีรศักดิ์บุตรชายไม่ต้องการให้เผาศพเนื่องจากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงจะต้องเก็บศพไว้ต่อไม่มีกำหนด ในส่วนของคดีนั้นตนเองยังรู้สึกคาใจ ว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหาประกันตัวออกไป และไม่ชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อตนเองก่อนหน้านี้ และนอกจากนี้ตนเองไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นใคร จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของครอบครัว “ความจริงก่อนหน้านี้มีความคิดที่จะแห่โลงศพไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย แต่เมื่อมาพิจารณาแล้วก็รู้สึกไม่ดี คิดว่าเพื่อความสงบสุขของภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่อยากให้เสียภาพลักษณ์ จึงขอพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแทน”

 


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า บุตรชายของตนมีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงก่อนนั้น แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธปืนของลูกชาย มันหายไปไหน?  ผู้เสียชีวิตไม่สามารถโยนปืนทิ้งเองได้ ขณะเดียวกันก็มีแค่พยานอีกฝ่าย ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงคำให้การและหลักฐานได้   หลังจากนี้ตนเองจะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งนี่เกิดขึ้นกับลูกชายผม ซึ่งเป็นคนทำงานการเมืองท้องถิ่นหรือคนของสังคมแต่ยังไม่มีความยุติธรรม และถ้าเกิดขึ้นกับชาวบ้านตาสีตาสา ก็ยิ่งเชื่อว่าไม่มีความยุติธรรมแน่นอน จึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่  ตนเองมีลูกชายคนเดียว เลวบ้างดีบ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตามฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ให้ความเป็นธรรมกับตนและลูกด้วย ซึ่งตนเองหวังพึ่งกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่ากฏหมายไทยจะมีความยุติธรรม

หน้าแรก » อาชญากรรม