วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562 06:42 น.

อาชญากรรม

ตร.เฉียบ! รวบโจรสาวสุดแสบ ฉกเงินมหาลัยนับสิบทั่วประเทศ10ปี

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562, 11.13 น.
ตร.เฉียบ! รวบโจรสาวสุดแสบ
 
 ฉกเงินมหาลัยนับสิบทั่วประเทศ10ปี
 
               
ตำรวจนครปฐม โชว์ผลงานชิ้นโบแดง บุกรวบสาวสุดแบบ ย่องแฝงตัวเข้ามหาวิทยาลัยนครปฐม 3 แห่ง ได้เงิน 2.1 ล้านบาท สารภาพก่อเหตุมาแล้ว 10 ปี เลือกมหาวิทยาลัยเป็นเป้าไม่น้อยกว่าสิบ แห่ง โดยเป็นโจรมืออาชีพ อาศัยแฝงตัวเข้าไปในอาคารเวลากลางวันก่อนจะใช้เวลากลางคืนก่อเหตุฉกเงิน โดยทำคนเดียวเอาเงินไปเล่นพนัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบเงินเหลือในบัญชีไม่มาก แต่คาดทรัพย์สินที่โจรกรรมมามีหลายล้านบาท เตรียมเชิญผู้เสียหายมาชี้ตัวได้ คาดมีมหาศาล
 
               
เมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 23 มีนาคม 62 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พันตำรวจเอกปิติ นฤขัตรพิชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พันตำรวจเอกทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผู้กำกับการตำรวจภูธรกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พันตำรวจโทไกรศรี จุฬพรรค์ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พันตำรวจโทธนัญชัย อาจชัยชาญ สารวัตรกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครปฐม ชุดสืบสวนตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ร่วมกันแถลงข่าวพร้อมควบคุมตัว นางสางแอม มาสิงห์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224/1 ม.1 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 203/2562 ลงวันที่ 21 มีนาคม 62 ในข้อหา ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าช่องทางซึ่งโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า พร้อมด้วยของกลางเงิน สด 4 หมื่นบาทเศษ สร้อยคอทองคำฝังพลอย ค้อน ไขควง และอุปกรณ์งัดแงะประตูหน้าต่าง กระเป๋าเป้ และถุงมือดำ เสื้อผ้าอีกหลายรายการ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ โรงแรมเอราวัณ ห้องพักที่ 126 ต.ห้วยจระเข้  อ.เมือง จ.นครปฐมเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 23 มีนาคม 62 ที่ผ่านมา
 
               
พันตำรวจเอกปิติ นฤขัตรพิชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เผยว่า การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ว่ามีคนร้ายได้เข้าไปลักทรัพย์สินภายในอาคารของมหาวิทยาลัยหลายรายการ ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกับทีก่อเหตุกับที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 โดยได้ทรัพย์สินไปรวมกว่า 2 ล้านบาท และยังมีเหตุที่คล้ายกันที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 23 สิงหาคม 61 โดยได้ทรัพย์สินไปประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท ซึ่งวันนี้ 23 มีนาคม ได้รับการประสานจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ว่ามีคนร้ายที่มีหมายจับเข้ามาพักพิงในจังหวัดนครปฐม จึงได้ตามบุกรวบตัวได้พร้อมของกลางหลายรายการ ซึ่งเมื่อสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ถึงกับอึ้งเมื่อว่า นางสาวแอม นั้นกำลังก่อเหตุมาทั่วประเทศ ทุกภาคของประเทศไทย โดยเอาทรัพย์สินไปเล่นการพนันและใช้จ่ายกับครอบครัวโดยมีบุตรแล้ว 2 คน
 
               
ด้าน พันตำรวจเอกทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผู้กำกับการตำรวจภูธรกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่าเบื้องต้นเมื่อได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้นำข้อมูลเก่าที่ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานงานไว้ และสั่งการให้มีการแกะรอย กระทั่งพบว่า คนร้ายคือ นางสาวแอม ได้มาพักในโรงแรม จึงได้บุกตามรวบตัว ซึ่งการก่อเหตุของนางสาวแอม นั้นเป็นที่ติดตามตัวได้ยากเนื่องจากมีการก่อเหตุคนเดียว โดยจะอาศัยทำตัวแฝงเป็นชาวบ้านไม่น่าสนใจและเข้าตระเวน สอดส่องดูตามสถานที่ราชการ โดยเน้นที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เนื่องจากเป็นที่กว้างใหญ่มีคนจำนวนมากและจะทำตัวเข้าไปซ่อนตามอาคารต่างๆ กระทั่งเมื่อมืดก็จะออกมามาค้นทรัพย์สินและหลบออกมาในช่วงเช้าโดยอาศัยการเดินเท้าและขึ้นรถโดยสารหลบสายตาของผู้คนและเจ้าหน้าที่ ซึ่งตอนนี้พบว่า 10 ปีน่าจะมีสถาบันการศึกษาต่างๆโดนเจ้าลักทรัพย์มหาศาล และที่ติดตามยากเนื่องจากเป็นการทำงานแบบตัวคนเดียวเป็นโจรหญิงที่ชำนาญในการงัดแงะและแฝงตัว ก่อนจะถูกมาตามรวบตัวได้ในวันนี้ โดยก่อนมาก่อเหตุครั้งล่าสุดได้เดินทางโดยขึ้นเครื่องบินมาจากบ้านทางภาคตะและนั่งรถโดยสารสลับเดิน เข้าออกในมหาวิทยาลัยก่อนจะได้ทรัพย์สินไปได้
 
               
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นางสาวแอม ไปชี้จุดที่ก่อเหตุที่คณะเภสัชกร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ โดยมีเจ้าหน้าที่และพนักงานอาจารย์ มาคอยดูตัวเนื่องจากตกเป็นผู้เสียหายมานานนับปี และมีมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท โดยบอกว่าคิดว่าจะไม่ได้ตัวแล้วเนื่องจากเงียบหายไปนานและยังคิดว่าเป็นคนในที่เข้ามาลักทรัพย์สินไป เนื่องจากทางเข้าออกทุกประตูนั้นมีความรัดกุมต้องใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าออกเท่านั้น และทางเดินภายในก็วกวนยากต่อการที่คนนอกจะเข้าไปได้ แถมคนร้ายเมื่อได้ลักเงินสดไป ยังมีการกรีดซองเงินสดและนำเงินออกไปโดยยังมีเวลาเรียงซองทิ้งไว้อย่างสวยงาม ซึ่งแม้จะมีกล้องวงจรปิดหลายตัว แต่คนร้ายก็ยังมีการหมุนกล้องหนีได้ทุกตัว แต่มีแค่จับภาพตอนเดินได้เท่านั้น ซึ่งยังมีรายงานว่าบางแห่ง คนร้ายยังมีการเอาร่มมาวางบังกล่องวงจรปิดในช่วงก่อเหตุด้วย
 
               
ขณะที่ นายสุรเดช ภู่ทองคำ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกว่า คนร้ายนั้นน่าจะเป็นมืออาชีพเพราะปกติการจัดระบบรักษาความปลอดภัยนั้นจะมีกระบวนการที่เข้มงวดอยู่แล้ว ซึ่งทุกประตูจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าอย่างน้อย 2 คนทุกประตู คนร้ายน่าจะแฝงตัวมากลางวันปะปนกับนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ และหลบออกไปช่วงเช้าแต่ยังสงสัยว่า อาคารต่างๆ นั้นมีการปิดไว้อย่างดี แต่คนร้ายก็สามารถงัดแงะเข้าไปเอาของได้ด้วย ซึ่งถ้าก่อเหตุกลางคืนและหลบหนีทันทีก็น่าจะไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่เพราะหลังสี่ทุ่มก็จะปิดทุกประตู มีการตั้งด่านตรวจถ้าไม่ใช่นักศึกษาที่มีบัตรจะไม่สามารถเข้าออกได้
 
               
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์ว่าหากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เคยประสบกับเหตุการณ์คล้ายกันนี้สามารถมาแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจแต่ตอนนี้เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินในบัญชีธนาคารพบว่าเหลืออยู่ไม่มาก ซึ่งจะมีการขยายผลสืบไปหาทรัพย์สินที่ยังอาจจะหลงเหลือต่อไป และที่ทราบจากการรับสารภาพของคนร้ายนั้นได้ก่อเหตุมาทั่วประเทศทุกภูมิภาค นับสิบปี มีสถานศึกษามากกว่าสิบแห่งที่ถูกลักทรัพย์ มีมูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งคนร้ายยังไม่เคยต้องโทษในการถูกจับกุมและครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกจับด้วย

หน้าแรก » อาชญากรรม