วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560 23:02 น.

อาชญากรรม

  • DSIติดเทปพิเศษอายัดอาคารในวัดพระธรรมกาย

DSIติดเทปพิเศษอายัดอาคารในวัดพระธรรมกาย

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 18.17 น.

DSIติดเทปพิเศษอายัดอาคารในวัดพระธรรมกาย

 

 

เมื่อเวลา 16.30น.วันที่ 18ก.พ.60 พ.ต.ท.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดี DSI ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายที่บริเวณประตู 1 ถนนเลียบคลองสามเพื่อนำสก๊อตเทปแบบพิเศษของสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ dsi ไปติดบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ dsi ได้ตรวจค้นแล้ว เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายของกลางและบุคคลภายนอกเข้าไปในบริเวณพื้นที่โดยมีพระภิกษุสงฆ์และเจ้าหน้าที่ของวัดพระธรรมกายเข้าตรวจสอบในการดำเนินการครั้งนี้

 

จากการปฎิบัติการของเจ้าที่ได้ตรวจค้นเพื่อค้นหาพระธัมมชโย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ และในครั้งนี้ได้ดำเนินการเอาสก๊อตเทปชนิดพิเศษเพื่อมาปิดอาคาร ในพื้นที่อาศัยของฝ่ายสงฆ์วัดพระธรรมกายบนพื้นที่ 198 ไร่ จำนวน 15 แห่ง ซึ่งเป็นห้องที่ทางวัด พระธรรมกายใช้เก็บวัสดุสิ่งของ ส่วนห้องที่จำเป็นอย่างเช่นที่พักสองหรือที่พักของพระที่มีอาการอาพาธเจ้าที่ดีเอสไอก็จะอนุญาตให้ยังใช้งานได้อยู่ ซึ่งหากสก๊อตเทปชนิดนี้ถูกแกะออกจะทราบในทันทีเนื่องจากเป็นสก๊อตเทปชนิดพิเศษเมื่อแกไปแล้วจะมีสีแดงติดอยู่เป็นหลักฐานว่าสก๊อตเทปถูกทำลายหรือประตูที่ปิดไว้ถูกเปิดหรือใช้งาน โดยห้องต่างๆจะถูกอายัดไว้เป็นหลักฐานจนกว่าการตรวจค้นของ เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอจะเสร็จสิ้น

 

 DSI ยังตรึงในวัดพระธรรมกายและพื้นที่ใกล้เคียง

 

 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความเคลื่อนไหวที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ยังคงตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายบางจุดร่วมถึงบริเวณรอบวัดใกล้เคียง แม้การปฏิบัติการตรวจค้นจะไม่พบบุคคลตามหมายจับ แต่ทางปฏิบัติยังต้องมีการตรวจค้นและสืบสวนต่อ

 

ด้านศิษยานุศิษย์ที่เดินทางมายังวัดพระธรรมกายแต่เจ้าหน้าที่ยังคงไม่อนุญาตให้เข้าวัด จึงต้องนั่งสวดมนต์กันบริเวณข้างวัดใกล้กับประตู 5 ของวัดพระธรรมกาย ส่วนบริเวณประตู 4 ถนนเลียบคลองสามมีเจ้าหน้าที่วัดของพระธรรมกายได้พาเจ้าหน้าที่ dsi เข้าไปตรวจสอบอาคารดาวดึงส์อีกครั้ง หลังจากตรวจสอบครั้งที่แล้วทางเจ้าหน้าที่ได้อายัดอาคารดาวดึงส์พร้อมตู้ hyperbaric chamber ที่คาดว่าเอาไว้ใช้ในการรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย ไว้ตรวจสอบอีกครั้ง

 

ทางด้านหมู่บ้านตะวันธรรมถนนเลียบคลองสองทางเจ้าหน้าที่ dsi ได้เข้าตรวจสอบภายในหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณรอบๆ วัดพระธรรมกาย ยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหาร แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงตรึงกำลังอยู่ตลอด โดยไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือประชาชนผ่านในเส้นทางรอบรอบบริเวณวัดพระธรรมกายเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าป้องกันเหตุแทรกซ้อน

 

 

DSI แถลงผลค้นวัดธรรมกายไม่พบพระธัมมชโย

 

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 17 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ นายธันว์ พีรวุฒิ ผู้ช่วยโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ร่วมแถลงผลการเข้าตรวจค้นในพื้นที่ของวัดพระธรรมกาย ในวันที่สองยังไม่พบพระธัมมชโย บุคคลตามหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเริ่มลดกำลังลงตามลำดับ

 

ด้านพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ กล่าวว่า การปฏิบัติการตรวจค้นใน 2 วันที่ผ่านมาในพื้นที่โซนเอบีและซีทุกอาคารทุกคล่องแล้ว ไม่พบบุคคลตามหมายจับ แต่อย่างไร ก็ตามยังมีการปฏิบัติการตรวจค้นบริเวณพื้นที่ควบคุมภายนอกบริเวณวัดพระธรรมกายอยู่

 

จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะตู้ hyperbaric chamber ในห้องที่เคยเป็นที่พักรักษาตัวของพระธัมมชโยอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายบริเวณอาคารดาวดึงส์จึงมีเหตุจำเป็นต้องอายัดอาคารดังกล่าวพร้อมทั้งควบคุมพื้นที่ห้ามมิให้มีผู้ใดเข้าออกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ และภาษาอังกความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบและจัดกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและภัยแทรกซ้อนในพื้นที่สำคัญ

 

ด้วยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอุโมงค์พื้นที่ใต้อาคารภาวนา 60 ปี ว่าอาจเป็นเส้นทางใช้หลบหนีเพื่อออกนอกเขตวัด พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าชุดนำเข้าตรวจค้น ได้ประสานวัดพระธรรมกายนำสื่อมวลชนท้าพิสูจน์ทราบร่วมกันแล้วพบว่าเป็นที่สำหรับจัดเก็บและใช้บำบัดน้ำที่ถูกนำไปใช้เป็นน้ำตกบริเวณด้านบนของอาคารที่มีความสูงประมาณตึก 12 ชั้นมีทางเข้าบริเวณด้านหน้าอาคารภายในเป็นเส้นทางเดินรูปตัวยูแยกซ้ายและขวาระยะทางด้านละประมาณ 1.5 กม. ปลายทางทั้งสองด้านเป็นทางตัน เข้าออกทางเดียวไม่ปรากฏทางออกทางอื่นและสื่อมวลชนได้ทำการเก็บภาพ

 

แม้การปฏิบัติการตรวจค้นจะไม่พบบุคคลตามหมายจับแต่ทางปฏิบัติ ยังมีการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมต่อไปหากผู้ใดพบเบาะแสความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาตามหมายจับ ขอให้แจ้งข้อมูลมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษทางสายด่วน 1202 โทรฟรีทั่วประเทศ

 

ในนามของกรมสอบสวนคดีพิเศษผู้บัญชาการเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษทุกท่านขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้จนเสร็จสิ้นและขอบคุณผู้สังเกตการณ์จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติการปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือเกิดการกระทบกระทั่งจนมีการบาดเจ็บหรือสูญเสีย.

  

DSI-พระวัดพระธรรมกายพาสื่อทัวร์อุโมงค์ไม่พบทางลับ

 

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ก.พ. 60 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย และพระไพบูลย์ อธิมะโต นำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและสื่อมวลชน เข้าเดินเยี่ยมชมและตรวจค้นภายในใต้อาคารภาวนา 60 ปี พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) ซึ่งอยู่ในส่วนโซน C หลังมีกระแสข่าวว่า วัดพระธรรมกายมีอุโมงค์ลับเชื่อมต่อออกไปยังภายนอกได้

 

ด้านพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ภายในอาคารดังกล่าวเป็นส่วนงานบำบัดน้ำเสีย และส่วนของงานปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำไปยังด้านบนอาคารด้านนอก สร้างน้ำตก จำนวน 12 ชั้น ด้านบนอาคารภาวนา 60 ปี โดยภายในอุโมงค์มีเครื่องปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำ ทั้งหมดจำนวน 250 เครื่อง มีระยะทาง 2 ฝั่ง ฝั่งละ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นอาคารโค้งรูปตัวยู จากการตรวจสอบภายในพบว่าทั้ง 2 ฝั่ง ไม่มีช่องทางลับหรือทางออกสู่ภายนอกวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด.

 

ค้นวัดธรรมกายวันที่ 2 ยังไร้เงา “ธัมมชโย”  

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ก.พ. 60 DSI เข้าค้นวัดพระธรรมกาย วันที่ 2 เน้นพื้นที่ส่วนของมูลนิธิธรรมกาย ทั้งโซน B มีขนาด 130 ไร่ และ C มีพื้นที่ขนาดถึง 2,000 ไร่ โดยพร้อมพาสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตุการณ์ เบื้องต้นไม่พบพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายตามหมายจับ
 

 

 


 
โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งชุดปฏิบัติการออกเป็น 4 ชุด พร้อมผู้สื่อข่าวสังเกต โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางวัดพระธรรมกาย เป็นผู้นำเข้าตรวจค้น พร้อมกันทั้ง 8 จุด ประกอบด้วย วิหารหลวงปู่สด, อาคารธรรมกายสากล,  วิหารคดและธรรมกายเจดีย์, อาคารที่จอดรถ9ชั้นจำนวน 4 อาคาร, หอฉัน, อาคาร 100 ปีที่มีลักษณะทรงกลม, อาคารสงฆ์, อาคารพระผู้ปราบมาร ซึ่งปฏิบัติการตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย วันนี้เน้นส่วนที่ยังไม่ได้ตรวจค้นจากเมื่อวาน โดยต้องการตัวบุคคลที่มีหมายจับ คือพระธัมมชโย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
 

 


ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ควบคุมโดยรอบวัดพระธรรมกาย มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ดีเอไอ ตั้งด่านตรวจรถที่วิ่งผ่านเส้นทางโดยรอบเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน และไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในวัดพระธรรมกาย หากพบบุคคลใดมีพฤติการณ์ขัดขวางจำเป็นใช้กฎหมายพิเศษ ส่วนการตรวจค้นวัดหากไม่พบตัวพระธัมมชโยภายในวัด ทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องตามหาตัวพระธัมมชโยให้พบต่อไป เนื่องจากพระธัมมชโยมีหมายจับติดตัวอยู่.

 

 

"บิ๊กตู่" กร้าวใช้ มาตรา 44 จับพระทำผิดกฎหมาย

 

นายกฯลั่นใช้ มาตรา 44 ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่พระทำผิดกฎหมาย ไม่รับประกัน "ธัมมชโย" อยู่หรือหนีแล้ว ยันถ้าเจอก็จับแน่ ยืนยัน จนท.ไม่มีใครทำร้ายพระ ถ้าไม่ผิดไม่เข้าไปให้เมื่อย วอนเห็นใจหน้าที่รัฐบาลต้องจับคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ยังไม่สามารถจับกุมตัวพระธัมมชโย หลังมีคำสั่งหัวหน้าคสช.มาตรา44 ควบคุมวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่พิเศษว่า "ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามกฎหมายอยู่ คือถ้าอยู่ก็เจอ ไม่อยู่ก็ไม่เจอ ก็แค่นั้น" เมื่อถามว่า แต่ขณะนี้ทั้งลูกศิษย์ และพระสงฆ์ในวัดพระธรรมกาย ยังคงขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่สนคำสั่งมาตรา 44 ที่ประกาศใช้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ก็ต้องไปบอกพระเหล่านั้น กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 สามารถใช้ได้ทุกที่ ไม่ใช่จะมายกเว้นพระสงฆ์ เป็นการประกาศใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา หากเข้าไปไม่มีอะไรคุ้มครองเจ้าหน้าที่ก็จะเดือดร้อน

 

นายกฯ ถามกลับว่าเห็นภาพที่ออกมาหรือไม่ เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงอะไรบ้างหรือไม่ ก็ไม่มี สมควรหรือไม่ที่พระสงฆ์ควรจะคาดหน้าคาดตาแบบนั้น ต้องดูทั้ง 2 ฝ่าย รัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องได้รับการคุ้มครองในกรณีที่ทำโดยสุจริต "ถ้าไม่ทำความผิดเจ้าหน้าที่เขาจะเข้าไปทำอะไรให้เมื่อยทำไม ทุกคนส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธ นับถือศาสนาพุทธกันอยู่แล้ว ใครอยากจะไปทำร้าย ทำลายพระสงฆ์ ทำลายพุทธศาสนาเล่า"

 

เมื่อถามว่า การใช้มาตรา 44 แสดงว่ามั่นใจพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายยังอยู่ในวัด นายกฯตอบว่า ถ้าไม่อยู่จะไปจับได้อย่างไร จะหาได้จากบนอากาศหรือ อำนาจที่ให้เจ้าหน้าที่ก็เป็นอำนาจปกติ เพียงแต่เพื่อให้เข้าพื้นที่ได้และคุ้มครองเจ้าหน้าที่ แต่การจับกุมเป็นเรื่องของกกฎหมายปกติ เมื่อเจอผู้ร้ายจะไม่จับได้อย่างไร

 

เมื่อถามย้ำว่า พระธัมมชโย ยังอยู่ในวัดใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ปัดโธ่ ไม่รู้ อยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่รู้ พวกสื่อก็ไปช่วยดู ไปเฝ้าประตูให้ผมบ้าง ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ไปทำอะไรได้บ้าง พอเจ้าหน้าที่เข้าไปก็หาว่าใช้กำลังมากเกินไปก็เป็นปัญหามาโดยตลอด พวกคุณต้องช่วยเจ้าหน้าที่รัฐเขาด้วย พอถึงเวลาจับตัวไม่ได้ก็ด่ารัฐ ด่าเจ้าหน้าที่ของรัฐอีก พอไม่ทำก็เล่นงานเจ้าหน้าที่ สรุปว่า เจ้าหน้าที่ทำอะไรไม่ได้เลยหรือ ถามคำถามแบบนี้ผมไม่ตอบ ยั่วอารมณ์ผมเปล่าๆ อารมณ์เสีย ก็ให้อยู่เน่าๆ กันไป"

 

DSIบุกวัดพระธรรมกายเป้าหมายจับกุมพระธัมมชโย


 

เมื่อ เวลา 13.00 น. วันที่ 16 ก.พ.60 พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เจ้าหน้าที่DSI ได้เข้าตรวจค้นภายในพื้นที่ 198 ไร่ที่คาดว่าจะเป็นที่พักอาศัยของพระธัมมชโย ซึ่งประตูนี้อยู่ใกล้กับกุฏิของพระธัมมชโยที่สุด โดยมีศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายนั่งสวดมนต์กันอยู่บริเวณภายในวัดจำนวนมาก

 

เมื่อเจ้าหน้าที่DSI ได้ไปภายในได้เพื่อตรวจค้น ศิษย์วัดพระธรรมกายบางส่วนได้เดินตามเจ้าหน้าที่ไปด้วย โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีศิษยานุศิษย์และพระสงฆ์เข้ามาขัดขวางแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารได้ขอร้องให้สื่อมวลชนเข้าเก็บภาพได้ตรงจุดที่จัดให้ไว้เท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้เข้ามาเสริมกำลังอยู่ตลอดเป็นระยะๆ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมเป็นไปในทางบวก หลังจากที่เข้ามาปิดล้อมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางวัดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี.

 

เริ่มแล้วตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย
 

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.พ.60 พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษก กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังเข้าเจรจากับตัวแทนของวัดพระธรรมกาย ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจค้นที่ประตู 8 เป็นประตูแรกและจะตรวจค้นทุกประตู และหลังจากที่ตรวจคนแล้วจะได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่ง

 

ทางด้าน พ.ต.อ. ไพสิฐ กล่าวว่า การปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเท่านั้น ทั้งหมดเป็นตามขั้นตอนที่ศาลกำหนดวันเวลาให้ตรวจค้นไว้ ซึ่งบอกไม่ได้จะแล้วเสร็จสิ้นเมื่อไหร่อย่างไร โดยสามารถค้นได้ทั้งกลางวันกลางคืน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เป็นไปตามคำสั่ง คสช. ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ และทุกอย่างยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

 

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า ส่วนจะเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าพระธัมมชโยจะอยู่หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่จะประเมินว่าจะใช้มาตรการเบาไปหาหนัก หากมีการต่อต้านเราจำเป็นต้องใช้กฎหมายเพิ่มเติมขึ้น โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดำเนินการลดการกระทบกระทั่ง และเน้นการเจรจา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปตรวจค้นแล้ว โดยดำเนินคดีกับทุกกลุ่มคดีก่อนหน้านี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เหลือแต่การจับกุมพระธัมมชโยเท่านั้น หากพระธัมมชโยยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมท่านเดียว ทั้งลูกศิษย์ท่านและเจ้าหน้าที่ก็ต้องไม่ลำบากกันขนาดนี้.

 

จนท.สับเปลี่ยนกำลังเป็นระยะศิษย์ธรรมกายนั่งสวดมนต์บนถนน
 

 


 
 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.พ. 60 เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ได้ปฏิบัติการนำกำลังเข้าตั้งด่านตรวจค้นจำนวน 7 จุด บนถนนโดยรอบวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะถนนเลียบคลอง 3 ที่เป็นทางเข้า ประตู 1 ประตู 4 พื้นที่ 196 ไร่ของวัด เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้บุคคลเข้าไปยังพื้นที่ที่มีประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่ก็อนุญาตให้เดินทางออกจากพื้นที่ได้
 
เช่นเดียวกันกับประตู 5 และประตู 6 เลียบคลองแอน ที่ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารตั้งด่านสกัด ขณะที่ตำรวจก็ได้ตั้งด่านตรวจค้นบนถนนตลองหลวงและเส้นทางโดยรอบวัดควบคู่ไปกับด่านตรวจของทหาร โดยเบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากภาค 7 ตำรวจภาค 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนครบาล รวม 17 กองร้อย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารจากปราจีนบุรี ทหาร ปตอ. อีกจำนวนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนไม่ทราบจำนวน ซึ่งมีการสับเปลี่ยนกำลังกันอยู่เป็นระยะ
 

 
ซึ่งบริเวณประตู 5 เป็นประตูที่ติดอยู่กับ อาคาร 100 ปีคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และหอฉัน ซึ่งเป็นประตูที่สามารถผ่านถึงอาคารดาวดึงส์ ที่คาดว่าน่าจะเป็นที่พักรักษาอาการอาพาธ ของพระธัมมชโย ด้านคณะศิษย์ของทางวัดมานั่งสวดมนต์กันอยู่บริเวณถนนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าวัด ส่วนทางวัดได้ประกาศให้ศิษย์ทั้งหลายตั้งใจสวดบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตรให้ครบ 30 ล้านจบตามที่ตั้งใจไว้ด้วย.

 

รถติดหนึบพ่อแม่เด็กโวยพาลูกไปเรียนไม่ทัน


 


  
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 ก.พ.60 พันตำรวจโทสุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ได้เดินทางมาที่ประตู 7 เพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย โดยมีพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ออกมารับหนังสือจาก รองอธิบดี dsi หลังจากนั้น พระสนิทวงศ์ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ dsi เข้าไปเจรจาในที่สำนักงาน information ตรงประตู 7 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการเจรจา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน จำนวน 300 นาย ประจำอยู่ที่หน้าประตู 7 เพื่อรอคำสั่ง
 

 
ส่วนบริเวณประตู 5 ซึ่งขณะที่พระภิกษุสงฆ์ที่ได้ไปบิณฑบาตโปรดญาติโยมภายนอก และพยายามที่จะเข้าไปภายในวัดแต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ dsi ไม่ยอมให้เข้า และยืนรอเป็นเวลานานพระภิกษุสงฆ์จึงได้เดินแอบเข้าประตูทางด้านข้างที่ ประชาชนและศิษย์ยานุศิษย์นั่งสวดธรรมจักรกันอยู่
 

 
นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองที่จะนำบุตรหลานไปโรงเรียนอนุบาลคลองสาม แต่ทางเจ้าหน้าที่ dsi ก็ไม่ยอมให้ผ่าน จนต้องกราบขอร้องทั้งน้ำตาว่าการกระทำเช่นนี้เด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำไมต้องมาทำกับเด็กเช่นนี้ด้วย 
 

 
ทางด้านเจ้าหน้าที่ก็ยังมีการสับเปลี่ยนกำลังและเพิ่มกำลังกันเป็นระยะ พร้อมกับทั้งมีศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายที่ทยอยเดินทางมาที่วัดแต่ไม่สามารถเข้าวัดได้ ซึ่งแต่ละคนจะหอบกระเป๋าบรรจุเสื้อผ้ามาด้วย เมื่อไม่สามารถเข้าวัดได้จึงมานั่งสวดธรรมจักรกันอยู่ริมถนน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนยืนคุม เพื่อไม่ให้มีการเข้าออกของพระภิกษุสงฆ์และศิษย์วัดพระธรรมกาย.

 

ตรวจเข้มสกัดศิษย์ธรรมกายเข้าวัด


 

มื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 16 ก.พ. 60 ศิษย์วัดพระธรรมกายได้ทยอยเดินทางเข้ามาภายในวัด ส่วนด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารได้ตั้งด่านตรวจเข้มตลอดทั้งคืน สกัดกั้นศิษย์วัดพระธรรมกายที่จะเพิ่มจำนวนคนเข้ามาภายในวัด เพื่อเป็นการเปิดทางให้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่คาดว่าจะเข้าตรวจค้นในวันนี้ โดยมีกำลังทหารช่วยเปิดทาง ภายใต้มาตรา ม.44 ส่วนด้านวัดธรรมกายเองได้ปิด ประตูทุกประตู โดยมีเพียงประตู 5 และประตู 6 ที่ศิษย์วัดธรรมกายสามารถเข้าออกได้ แต่ก็ต้องตรวจบัตรอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันบุคคลที่สามที่อาจจะต่อความวุ่นวายหรือเหตุความรุนแรงที่ไม่คาดคิด.

 

ทหารตรึงกำลังรอบวัดพระธรรมกาย

 



 
เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 16 ก.พ. 60 หลังจาก คสช.ประกาศใช้ ม.44 คุมวัดพระธรรมกาย คสช.ประกาศใช้มาตรา 44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมห้ามบุคคลเข้าออก ส่วนเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าดำเนินการตามกฎหมาย เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษา มีประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.ที่ 5/2560  เรื่องมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย โดยคำสั่งนี้ให้วัดพระธรรมกายตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกาย ในอำเภอคลองหลวง ในหมู่ที่ 7 ถึงหมู่ที่ 13 ในตำบลคลองสอง และหมู่ที่ 7 ถึงหมู่ที่ 11 ตำบลคลองสาม เป็นพื้นที่ควบคุม ตามคำสั่งนี้ ให้เป็นพื้นที่ควบคุม ปิดกั้นการเข้า-ออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการตามอำนาจ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป สำหรับบรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกายประตู 5-6 มีกลุ่มศิษย์ยานุศิษย์พร้อมสัมภาระทยอยเดินทางเข้าไปพักผ่อนที่ทางเข้าประตู 5 ซึ่งเป็นทางเข้ากุฏิดาวดึงส์ซึ่งเป็นที่พักของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย
 

 
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด 17 กองร้อยและเจ้าหน้าที่ทหารได้เดินทางมาเข้าประจำจุดรอบรอบวัดพระธรรมกายซึ่งส่วนมากจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหารเสียมากกว่าพร้อมกันนี้ยังมีเจ้าหน้าที่DSIเข้ามาคอยสังเกตการณ์ในการตรวจค้นรถ และตั้งด่านตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะประตู 7 ฝั่งถนนบางขันธ์-หนองเสือ มีเจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้กรวย มาปิดกั้นรถพร้อมทั้งตรวจรถทุกคันที่ผ่านเส้นทางนี้อย่างละเอียดถ้าไม่มีความจำเป็นให้หลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

 

 

"บิ๊กตู่" งัด มาตรา 44 เผด็จศึก “ธัมมชโย” ติดดาบ จนท.มีอำนาจเบ็ดเสร็จควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย คุ้มครองจนท.เข้าปฏิบัติการเปิดควบคุมระบบสาธารณูปโภค ระบบสื่อสาร การใช้อากาศยานไร้คนขับ จับคนผิดซึ่งหน้า ตรวจค้นรื้อถอนได้ ฝ่าฝืน-ขัดขวาง จนท.ระวางโทษจำคุก ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 16 ก.พ.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2560 เรื่อง มาตรการให้อํานาจกําหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย โดยตามที่ได้ปรากฏว่ามีบุคคลบางคนหรือบางกลุ่มมีข้อกล่าวหาว่ากระทําความผิดอาญาอันมีผลกระทบ ต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและบ้านเมือง ซึ่งการกระทําความผิดดังกล่าวนําไปสู่การออกหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว แต่มิได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามหมาย ของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจชั้นผู้ใหญ่หรือของศาล แล้วแต่กรณี ทั้งยังมี การขัดขวาง ปิดบัง ซ่อนเร้น ตลอดจนปิดกั้นพื้นที่มิให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานได้ และการขัดขวาง ดังกล่าวยังขยายอาณาบริเวณกว้างขวาง หรือมีกลุ่มคนจํานวนมากเข้ามาสมทบหรือชุมนุมกันจนน่าวิตก ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น

 

ทั้งนี้ เป็นเหตุให้การบังคับใช้กฎหมายไม่บรรลุผล และทําลายความสงบเรียบร้อยของส่วนรวม จึงจําเป็นต้องกําหนดมาตรการให้อํานาจในการควบคุมพื้นที่ขึ้นเป็นการชั่วคราวเท่าที่จําเป็นเพื่อให้ การบังคับใช้กฎหมายในส่วนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความ สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง รวมทั้งเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57หัวหน้าคสช.โดยความเห็นชอบของคสช.จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1ในคําสั่งนี้“พื้นที่ควบคุม” หมายความว่า พื้นที่ตามที่หัวหน้าคสช.ประกาศกําหนด โดยความเห็นชอบของคสช.ซึ่งมีความชัดเจนและครอบคลุมพื้นที่เท่าที่จําเป็น เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและการบังคับใช้กฎหมายในส่วนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้าราชการตํารวจ ข้าราชการทหาร หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายให้เข้าปฏิบัติการ ตามคําสั่งนี้ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับการร้องขอจากกรมสอบสวนคดีพิเศษในการสนธิกําลัง หรือสนับสนุนช่วยเหลือในการปฏิบัติการตามคําสั่งนี้

 

ข้อ 2 เมื่อปรากฏว่ามีสถานการณ์หรือเหตุจําเป็นต้องมีการควบคุมพื้นที่ในบางเขต บางพื้นที่เป็นการชั่วคราว เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในส่วนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม ให้หัวหหน้าคสช.โดยความเห็นชอบของคสช.มีอํานาจประกาศกําหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ ดําเนินการตามคําสั่งนี้ได้ตามความจําเป็นแห่งเหตุหรือสถานการณ์นั้น

 

เมื่อสถานการณ์หรือความจําเป็นสิ้นสุดลงแล้ว ให้หัวหน้าคสช.โดยความเห็นชอบของคสช.ประกาศยกเลิกการกําหนดพื้นที่ควบคุมนั้น ประกาศกําหนดพื้นที่ควบคุมตามวรรคหนึ่ง และประกาศยกเลิกการกําหนดพื้นที่ควบคุม ตามวรรคสอง เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

ข้อ 3 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามคําส่ังนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ ดําเนินการภายในพื้นที่ควบคุม ดังต่อไปนี้1.ควบคุมการเข้าหรือออกในพื้นที่ 2.สั่งให้บุคคลใดออกจากพื้นที่ภายในเวลาที่กําหนด หรือสั่งให้บุคคลใดเข้าไปอยู่ในพื้นที่ใด เพื่อประโยชน์ในการควบ คุมหรือดูแลความปลอดภัย หรือให้งดเว้นการกระทําใดๆ อันเป็น การรบกวน หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.ออกคําสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวหรือให้ถ้อยคําต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตลอดจน ส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิด 4.จับกุมตัวบุคคลที่กระทําความผิดอาญาซึ่งหน้า และควบคุมตัวผู้ถูกจับนําส่งพนักงาน สอบสวนเพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

5.ดําเนินการเพื่อควบคุมระบบสาธารณูปโภค ระบบการสื่อสาร การใช้อากาศยานไร้คนขับ ตลอดจนกําหนดมาตรการและดําเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือดูแลความปลอดภัย 6.เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดเพื่อตรวจค้น รวมตลอดทั้งค้นตัวบุคคลและยานพาหนะ 7.รื้อถอน ทําลาย หรือเคลื่อนย้ายสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งกีดกั้น 8.ดําเนินการอื่นใดที่จําเป็นตามสมควรแก่กรณี

 

ข้อ 4.ให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการตามคําสั่งน้ี และให้มีอํานาจร้องขอให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติการตามคําสั่งนี้ ในกรณีจําเป็นอาจร้องขอให้พระสังฆาธิการ ผู้ปกครองสงฆ์ และภิกษุอื่นที่เก่ียวข้อง อนุเคราะห์ให้ การปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปโดยเรียบร้อยตามกฎหมายและพระธรรมวินัยด้วยก็ได้ เมื่อได้รับการร้องขอตามวรรคหนึ่งแล้วให้หน่วยงานหรือบุคคลที่ได้รับการร้องขอดําเนินการให้ เป็นไปตามคําร้องขอในทันทีหรือภายในระยะเวลาที่กําหนด ข้อ 5 ในการปฏิบัติหน้าท่ีตามคําส่ังนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา และเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

 

ข้อ 6 ผู้ใดขัดขวางหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคําสั่งนี้ ให้ระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ ข้อ 7 การกระทําตามคําสั่งน้ีไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทาง ปกครองและกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองข้อ 8ให้นํามาตรา 17 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาใช้บังคับกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคําสั่งนี้

 

ข้อ 9 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสําหรับความผิดที่ได้มีการออกหมายตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้วบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ เมื่อคําส่ังนี้มีผลใช้บังคับ ให้วัดพระธรรมกาย ตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายในอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รวมถึงพื้นที่หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 หมู่ 10 หมู่ 11 หมู่ 12 และหมู่ 13 ในต.คลองสอง และพื้นที่หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 หมู่ 10 และหมู่ 11 ในต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ควบคุมตามคําสั่งน้ี ข้อ 10 เมื่อเหตุการณ์และความจําเป็นสิ้นสุดลงหรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้คสช.ยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้ ข้อ 11 คําส่ังน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ส่ัง ณ วันที่ 15 ก.พ.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีประกาศใช้อำนาจตาม มาตรา44 กำหนดเขตวัดพระธรรมกาย เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อทำการเพื่อจับกุมธัมมชโยให้ได้ โดยเวลาเวลา 02.45 น.ของวันที่16ก.พ.ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบไปด้วยกองกำลังกองร้อยควบคุมฝูง(คฝ.) จากบช.ภ.1,7 บช.น. รวม 5 ชุดปฏิบัติการ 24 กองร้อย จำนวน 3,600 นาย ประกอบด้วย 1.ชุดปฏิบัติการที่ 1จำนวน 5กองร้อย(กองร้อยละ150นาย) มาจาก คฝ.ภ.จว.นนทบุรี 2 กองร้อย คฝ.ภ.จว.สมุทรปราการ 2 กองร้อย คฝ.ภ.จว.สมุทรสาคร 1 กองร้อย 2.ชุดปฏิบัติการที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย มาจาก คฝ.ภ.จว.อ่างทอง 1 กองร้อย คฝ.ภ.จว.นครปฐม 2 กองร้อย 3.ชุดปฏิบัติการที่ 3 จำนวน 3 กองร้อย มาจาก คฝ.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 1 กองร้อย คฝ.ภ.จว.ราชบุรี 2 กองร้อย 4.ชุดปฏิบัติการที่ 4 จำนวน 4 กองร้อย มาจาก คฝ.บช.น.จำนวน 1 กองร้อย คฝ.หญิง บช.น. 1 หมวด คฝ.ภ.จว.เพชรบุรี จำนวน 2 กองร้อย คฝ.ภ.จว.สมุทรสงคราม 1กองร้อย และ5.ชุดปฏิบัติการที่ 5 จำนวน 4 กองร้อย ประกอบด้วย คฝ.ภ.จว.ชัยนาท 1 กองร้อย คฝ.ภ.จว.สิงห์บุรี 1 กองร้อย และคฝ.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เคลื่อนกำลังล้อมบริเวณพื้นที่วัดธรรมกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่อง: อายัดกุฏิ"ธัมมชโย"

 

 
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18ก.พ. 60 เจ้าหน้าที่ DSI พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการอาหารและยา เข้าตรวจกุฏิดาวดึงส์ในเนื้อที่ 198 ไร่ ซึ่งเป็นกุฏิของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ของวัดพระธรรมกาย ที่เคยรักษาอาการอาพาธอยู่ เนื่องจากในกุฏิดังกล่าวเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ได้พบถังไฮเปอร์บิคแชมเบอร์ซึ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการดำน้ำลึกและหมดสติ พร้อมทั้งได้ติดซีนสก็อตเทปแบบพิเศษ เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปใช้ประโยชน์และไม่ให้นำสิ่งของด้านในออกมาด้านนอก  
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ได้แถลงข่าวกล่าวว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่DSI ได้เข้าตรวจสอบหมู่บ้านตะวันธรรม ซึ่งเป็นจุดพื้นที่ที่คาดว่ามีเป้าหมายสงสัยอยู่ประมาณ 3-4 จุด เมื่อเข้าตรวจสอบแล้วก็ไม่พบบุคคลตามหมายจับ แต่พบพระที่เป็นชาวต่างชาติและได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ 
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการอายัดอาคารดาวดึงส์ไว้ ทางเจ้าหน้าที่DSIไปพบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังสงสัยอยู่ วันนี้จึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการอาหารและยาเข้าตรวจสอบ เพื่อที่จะให้เกิดความกระจ่างในประเด็นดังกล่าว 
ส่วนในโซนAพื้นที่ 198 ไร่ ที่ทางเจ้าหน้าที่DSIได้เข้าตรวจสอบไปแล้วที่จะให้การตรวจสอบได้สะดวกขึ้น จึงได้มีการซีนพื้นที่ไว้บางส่วน ยกเว้นอาคารที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์ ส่วนกรณีผู้สื่อข่าวบางสำนัก ได้นำเสนอว่ามีการพบถังน้ำมัน จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีถังน้ำมันอยู่จริง โดยตรวจสอบแล้วอยู่บริเวณโซน C ซึ่งเป็นป่าสน อยู่ทางด้านหลังวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นน้ำมันดีเซล ถูกเก็บอยู่ในถังประมาณแสนลิตร และมีน้ำมันเบนซิลอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่DSI ได้ประสานทางเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่พนักงานจังหวัดปทุมธานีได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว 
โดยการเข้าตรวจพื้นที่วัดพระธรรมกาย 3 วันที่ผ่านมาเป็นการตรวจสแกนพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่วันแรก ซึ่งในส่วนที่ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้มีการติดสก็อตเทปชนิดพิเศษ เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปใช้ ร่วมถึงนำสิ่งของจากด้านในออกมาใช้ได้ ในส่วนของงานข่าวสารข้อมูลนั้นก็ยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ในการตรวจค้นเป้าหมายยังคงเหลืออยู่อีกกี่จุด ซึ่งขออนุญาตไม่เปิดเผยในตอนนี้ แต่ถ้ามีผลการปฏิบัติเป็นอย่างไร จะมาแถลงข่าวให้ผู้สื่อข่าวทราบอีกครั้ง
 

 

หน้าแรก » อาชญากรรม