วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 12:24 น.

อาชญากรรม

ดราม่า ! โหนกระแสข่าว ไฟไหม้ นสพ.บ้านเมือง

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 14.11 น.

ดราม่า ! โหนกระแสข่าว ไฟไหม้ นสพ.บ้านเมือง

 

ดราม่าโผล่โหนกระแสข่าวไฟไหม้ ! “ผจก.สำนักพิมพ์บ้านเมือง” โต้ข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงไฟไหม้สำนักข่าวบ้านเมือง ยินดีให้ตำรวจตรวจสอบเต็มที่ พร้อมขอสงวนสิทธิ์ใช้กฎหมายปกป้องชื่อเสียง เผยพื้นที่ชั้น 3 เสียหายทั้งหมด ทั้งห้องประชุมใหญ่และ 2 บริษัทเช่าพื้นที่ รอทางการตรวจสอบก่อนปรับปรุงซ่อมแซม

 

 

นายพลฑิตย์ ภุกพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์ กล่าวถึงกรณีที่มีเว็บ ttp://dodeden.com/268323.html เสนอข่าวทางเว็บไซต์ระบุว่า “นักข่าว ช่างภาพ ต่างสงสัย และข้องใจ ทำไมจึงเกิดเหตุไฟไหม้ได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งสถานที่เกิดเหตุในครั้งนี้ไม่ใช่ในส่วนของโรงพิมพ์ เพราะเป็นกองบรรณาธิการ ของ นสพ.ที่เคยทำมาก่อนหน้านี้” โดยนายพลฑิตย์ ยืนยันว่าเป็นการนำเสนอข่าวสารที่ปราศจากข้อเท็จจริง ซึ่งคำโปรยหัวข่าวไม่มีเนื้อหาสาระจากสถานการณ์ความเป็นจริง พร้อมยืนยันเรื่องเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าวให้เป็นไปตามผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพร้อมให้ทางราชการการเข้าตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามเราขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีทางกฎหมายหากมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

 

“หลังจากเรายุติการผลิตหนังสือพิมพ์บ้านเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 แล้ว พื้นที่ชั้น 3 เราปรับปรุงเพื่อให้ผู้สนใจเช่าพื้นที่ ซึ่งเดิมเรามีเช่าอยู่แล้ว 2 บริษัท ระหว่างนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่อีก 2-3 ราย นอกจากนี้ หลังจากเราหยุดผลิตหนังสือพิมพ์บ้านเมือง เราดำเนินการต่อในฐานะสื่อกระแสหลัก ในรูปแบบ สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์ โดยเสนอข่าวทางเว็บไซต์ และแฟนเพจบ้านเมือง ซึ่งกำลังเดินมาด้วยดี จึงไม่มีเหตุอื่นที่เว็บไซต์และเพจที่ไม่ใช่สื่อกระแสหลักตั้งข้องสงสัยมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งเราก็พร้อมให้ตำรวจตรวจสอบได้อย่างเต็มที่” ผู้จัดการทั่วไป สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์ และ นสพ.บ้านเมือง ที่ได้ดำเนินการทำหน้าที่ในฐานะ “สื่อมวลชน” กระแสหลักในการเผยแพร่ข่าวสารเพื่อสาธารณะประโยชน์สังคมมากว่า 45 ปี ย่อมมีทั้งผู้ชื่นชม และผู้ได้รับผลกระทบ และย่อมมีมิตรและศรัตรูไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นปกติพื้นฐานทั่วไปของสื่อมวลชนกระแสหลักทุกสำนักข่าว ทั้งนี้ “สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์” น้อมรับในคำชมและคำตำหนิ และพร้อมยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “สื่อมวลชนกระแสหลัก” ภายใต้หลักจรรยาบรรณของสื่อมวลชน ภายใต้องค์กรวิชาชีพของ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติฯ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ “สื่อกระแสหลัก” ต้องรับผิดชอบต่อตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

 

ทั้งนี้ในโลกสมัยใหม่ โลกของสังคมออนไลน์ ที่มีการนำเสนอข่าวสารอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ ทำให้สังคมสามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน และข่าวสารที่มีการนำเสนอข่าวอย่างรวดเร็วนั้น ก็ย่อมได้รับการถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นไปเงาตามตัวไปด้วย ซึ่งไม่ว่าสื่อกระแสหลัก สื่อใหม่หรือสื่อเฉพาะกิจ แม้ต่างต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้สังกัดของตัวเอง แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้จรรยาบรรณและจริยธรรมสื่อที่ถูกต้องเช่นกันด้วย อย่างไรก็ตาม เพจดัง “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” นำเสนอข่าวไฟไหม้ นสพ.บ้านเมืองครั้งนี้ได้ดีที่สุด

 

 

ก่อนหน้านี้ นายพลฑิตย์ ภุกพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์ กล่าวถึงสถานการณ์ไฟไหม้า ต้นเหตุเกิดที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เคยใช้เป็นกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ แต่ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ปิดตัวลงแล้ว เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา เหลือแต่ส่วนงาน หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ขณะเกิดเหตุ พนักงานยังเข้ามาทำงาน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

 

ขณะที่ นายนิบูลย์ แสงสว่าง หัวหน้าฝ่ายบุคคลสำนักพิมพ์บ้านเมือง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิด 2-3 ครั้ง จากด้านหลังอาคาร จากนั้นเกิดเพลิงลุกไหม้ ไม่มั่นใจว่า เสียงดังคล้ายระเบิดนั้น มาจากคอมเพรสเซอร์ แอร์ หรือไม่ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง

 

ทั้งนี้พื้นที่ชั้น 3 ที่เกิดเพลิงไหม้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า เนื่องจากหลังจากหยุดผลิตหนังสือพิมพ์บ้านเมืองแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ได้ปรับย้ายพนักงานทั้งหมดจากชั้น 3 มาปฏิบัติงานชั้น 2 ในการนำเสนอข่าวทางเว็บไซต์ “สำนักข่าวบ้านเมืองออนไลน์” ส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรและมีพนักงานบางส่วนที่ต้องเลิกจ้าง ก็ได้มีการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายของกระทรวงแรงงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ทั้งนี้อาคาร นสพ.บ้านเมือง มี 3 ชั้น โดยชั้น  1 เป็นพื้นที่ของแท่นพิมพ์หนังสือพิมพ์ และฝ่ายซ่อมบำรุง ส่วนชั้น 2 เดิมเป็นฝ่ายงานทางธุรการ ฝ่ายบุคคล การเงิน บัญชี ฝ่ายโฆษณา รวมทั้งห้องทำงานผู้บริหาร ส่วนขั้น 3 เดิมเป็นกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บ้านเมือง แต่หลังจากหยุดผลิตหนังสือพิมพ์บ้านเมืองแล้ว ได้ปรับย้ายพนักงานมาลงปฏิบัติงานชั้น 2 ทั้งหมดแล้วเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว ส่วนชั้นใต้ดินเป็นคลังเก็บสต๊อกกระดาษได้รอพิมพ์งานรับจ้างทั่วไป

 

ทั้งนี้ช่วงเช้าวันนี้ (19 มิ.ย.) เวลา 10.00 น. หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพิมพ์หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ซอยวิภาวดีรังสิต 38 ในเวลา 07.10 น. และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้วเวลา 08.30 น. โดย.ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่าได้เกิดเสียงดังขึ้นที่บริเวณ ชั้น 3 จากนั้น รปภ.ได้ตามพนักงานที่มาทำงานตอนเช้าขึ้นไปช่วยกันดับไฟ แต่เนื่องจากควันไฟที่เกิดจากเพลิงไหม้มีจำนวนมาก พนักงานที่มาพร้อมถังดับเพลิงได้พยายามทุบกระจกเพื่อเข้าไปดับไฟ แต่ดับได้แค่บางส่วน ขณะที่ควันไฟจำนวนมากเพิ่มมาขึ้น จึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ต้นเพลิงได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงพื้นที่ได้ฉีดไฟล้อมจำกัดวงเพลิงลงและสามารถเข้าไปดับไฟได้ในที่สุด เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้ารัดวงจร ขณะที่ กทม.สั่งปิดพื้นที่ 3 วัน รอผู้เชี่ยวชาญ กทม. มาสำรวจโครงสร้างของอาคารก่อนว่ามีความแข็งแรงมั่นคงหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบว่ามี 2 บริษัท คือ บริษัท โซกู๊ด คอนซัลติ้ง จก และ บริษัทไทเทิล เบสท์ ไลน์ จก ซึ่งเป็นผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน ตลอดจนห้องประชุมใหญ่ ในพื้นที่ชั้น 3 ได้รับความเสียหายไปทั้งหมดด้วย

หน้าแรก » อาชญากรรม