วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560 04:39 น.

อาชญากรรม

จับกัญชาบิ๊กล็อตลอบขนข้ามโขง450โล

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 12.03 น.

จับกัญชาบิ๊กล็อตลอบขนข้ามโขง450โล

 
 
 
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 13 ส.ค.60 ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม  พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ พ.ต.อ.พลาเดช  เพ็ชรหว้าโง๊ะ รองผบก. พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม  พ.ต.อ.ธานัท  จิราธนะกุล   ผกก.สภ.ท่าอุเทน พ.ต.อ.ศรีสุพล รัดสีทา ผกก.สอบสวน ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดและจับกุมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) รวมทั้งสิ้น 2 คดี จำนวน 450 แท่ง ประมาณ 450 กิโลกรัม รถยนต์เก๋งยี่ห้อฟอร์ด เฟียสต้า สีขาว ทะเบียน 1 กบ 2428 กทม. รถยนต์กระบะแค็บยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ค สีบรอน์เงิน ทะเบียน บท 572 นครพนม  จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ผู้ต้องหา 2 คน ในข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
 
 
คดีแรกเหตุเกิด เป็นการบูรณาการระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 นำโดย ร.ต.อ.ประวีณ วงษ์ปัญญา หัวหน้าชุด ร่วมกับเจ้าหน้าตำรวจ สภ.ศรีสงคราม ส.ท.ศรายุทธ ศรีนาทม ร้อย รส.ร.3 พัน 3 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน ทราบภายหลังว่าชื่อ นายสนธยา หรือต่อ สอนเสนา อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 92 หมู่ 8 ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายลีโอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 8 ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม
 
           
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบร่วมกัน ออกตรวจถึงถนนทางหลวงชนบท สายบ้านเสียว-หาดแพง หน้าศูนย์ศิลปาชีพศรีสงคราม หมู่ 1 ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม ซึ่งในยามค่ำคืนจะมีรถสัญจรผ่านไปมาน้อยมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางเปลี่ยว พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฟอร์ด เฟียสต้า มีพฤติการณ์ขับขี่วกไปวนมา บริเวณถนนที่เกิดเหตุ ลักษณะมีพิรุธต้องสงสัยเจ้าหน้าที่เห็นผิดปกติจึงขอตรวจค้นโดยใช้สัญญาณเรียกให้หยุด พบนายสนธยาหรือต่อเป็นผู้ขับขี่ นายลีโอเป็นผู้นั่งมาด้วย ทั้งคู่มีอาการสั่นเทาสีหน้าซีดเผือด เมื่อส่องไฟส่องเข้าไปในเก๋งของกลางซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสารด้านหลังคนขับ จำนวน 2 กระสอบ (60 แท่ง) และอยู่ในกระโปรงท้ายรถอีก 3 กระสอบ (90 แท่ง) รวมจำนวน 5 กระสอบ (150 แท่ง) จึงนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ศรีสงคราม
 
           
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากหญิงไม่ทราบชื่อ สำเนียงอีสาน คนละ 10,000 บาท ให้มาทำการขนกัญชาของกลางทั้งหมด ในเขตพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นายสนธยาอ้างว่าไม่เคยรู้จักและพบกับผู้หญิงคนดังกล่าวมาก่อน แต่หญิงคนนั้นวางแผนให้มารับรถยนต์เก๋งบริเวณบริษัทขนส่งจังหวัดนครพนม เพื่อขับมารับกัญชาที่หลัก กม.29 ก่อนถึง อ.บ้านแพง ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212(สายบ้านแพง-นครพนม) แล้วให้ขับเอาของกลางไปส่งที่ปั๊ม ปตท.จ.หนองบัวลำภู แต่หลังจากได้ของกลางแล้วขับมาถึงทีเกิดเหตุจึงถูกจับกุมดังกล่าว
 
           
ส่วนคดีที่สอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลำเลียงกัญชาแห้งอัดแท่งจากประเทศเพื่อนบ้าน ไปส่งให้กับลูกค้าที่อำเภอโพนสวรรค์ จ.นครพนม โดยใช้เส้นทางบ้านไชยบุรี  หมู่  7  ต.ไชยบุรี  อ.ท่าอุเทน  จ.นครพนม  จึงวางแผนดักซุ่มบริเวณเส้นทางดังกล่าวซึ่งมีทางออกสองสาย แยกเป็นทางวิ่งผ่ากลางหมู่บ้านผ่านโรงเรียนระดับประถม  และอีกเส้นวิ่งเลียบตามลำน้ำสงคราม  ซึ่งรายล้อมไปด้วยบ้านเรือนของราษฎร การทำงานของเจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง เพราะอยู่กลางชุมขน ส่วนอีกชุดหนึ่งดักซุ่มรอริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212(บ้านแพง-นครพนม) 
 
 
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับขี่แล่นออกมาตามถนนในหมู่บ้านไชยบุรีโดยใช้เส้นกลางหมู่บ้าน มุ่งหน้าขึ้นถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลขดังกล่าว เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณปล่อยให้วิ่งผ่านไปจนถึงทางแยกขึ้นทางหลวง เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านแพง แล้วชุดจับกุมที่ดักซุ่มอยู่หน้าโรงงานผลิตน้ำแข็ง น้ำดื่ม ก็ออกจากที่ซ่อนให้หยุด รถยนต์คันดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็รีบเบรครถกลางถนน พร้อมกับมีชายคนหนึ่งเปิดประตูรถยนต์ฝั่งคนขับวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งติดตามแต่ไม่สามารถควบคุมตัวสำเร็จ เนื่องจากฟ้ายังไม่สางหากติดตามคนร้ายอาจจะมีอาวุธยิงสวนกลับมาจะได้รับอันตรายได้  จึงได้ตรวจสอบที่ท้ายกระบะพบวัตถุห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำพันด้วยเทปกาว  จำนวน 15  ห่อๆละ  20  ก้อน   ภายในพบเป็นกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน  300   ก้อน (ประมาณ 300 กิโลกรัม)และยังพบบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ภายในรถยนต์   ระบุชื่อ นายสำลี   โยลัย อายุ 54 ปี  อยู่บ้านเลขที่  87  หมู่  4  ต.นาหัวบ่อ  อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม  ประวัติเคยต้องโทษคดีจำหน่ายยาเสพติด พื้นที่จังหวัดสกลนคร ออกจากคุกเมื่อปี 2557  ตรวจสอบผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว คือนายชลธี  โยลัย ซึ่งเป็นบุตรของนายสำลี ซึ่งเปิดเผยว่าผู้เป็นพ่อติดเครดิตบูโร จึงให้ตนเป็นคนเช่าซื้อเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัวผู้หลบหนีและเครือข่ายผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป