วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 14:21 น.

อาชญากรรม

รวบเซียนไก่ชนนายหน้าค้ายาบ้าข้ามชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.57 น.

 

รวบเซียนไก่ชนนายหน้าค้ายาบ้าข้ามชาติ
 

     

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย.60 หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม(บก.ภ.จว.นครพนม) พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฝ่ายปราบปราม(ปป.) พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.ฯ พ.ต.อ.ธีฑัต อิ่มทั่ว พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ฯ พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ฯ และ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 2 ราย เหตุเกิดวันที่ 13 ก.ย.60 เวลาประมาณ 16.00 น. กล่าวคือ จากการติดตามกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติดระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก และยังซัดทอดถึงผู้ร่วมขบวนการ จึงนำไปสู่การล่อซื้อจับกุมดังกล่าว

 

    

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวนฯ ทราบจากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาซึ่งจับกุมก่อนหน้านี้ว่า นายวีรภัทร หรือเตอร์ พรหมจอม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 9 บ้านท่าลาด ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งเป็นเซียนไก่ชน มีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) มาเป็นเวลานาน จึงส่งสายลับปลอมตัวเข้าไปติดต่อล่อซื้อ โดยอ้างว่าเป็นพ่อค้าไม้พะยูงจาก อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ต้องการยาบ้า จำนวน 20,000 เม็ด เพื่อนำไปจำหน่าย เนื่องจากการค้าไม้พะยูงข้ามชาติถูกกวาดล้างจับกุมอย่างหนัก จึงอยากเปลี่ยนมาค้ายาบ้า

    

ครั้งแรกนายเตอร์ไม่เชื่อว่าจะเป็นพ่อค้าค้าไม้พะยูงจริง แต่สายลับใช้ความพยายามนานร่วมเดือน จึงเชื่อว่าเป็นพวกเดียวกัน นายเตอร์ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังพ่อค้ายาบ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ให้นำยาบ้ามาส่งตามจำนวนที่สายลับต้องการ กระทั่งในวันถูกจับกุม นายทุนยาบ้าโทรศัพท์บอกนายเตอร์ว่า ได้นำยาบ้าไปวางไว้ที่ ป้ายชื่อถนนทางหลวงสาย 2132 บริเวณสามแยกศรีสงคราม-นาหว้า อยู่ในพื้นที่บ้านดงขวางหมู่ 9 ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม ซึ่งห่างจากหมู่บ้านของนายเตอร์เกือบ 100 กม.

 

    

จากนั้นนายเตอร์ก็ติดต่อไปยังสายลับว่า ตอนนี้ยาบ้าที่ต้องการมาถึงฝั่งไทยแล้ว  ขอให้นำเงินที่ตกลงกันไว้มาจ่ายด้วย โดยนัดจ่ายเงินกันที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เขตเทศบาลตำบลบ้านแพง นายเตอร์จึงเอารถยนต์เก๋งของเมียขับออกจากบ้านไปรับเงิน ระหว่างนั้น นายลำพัง หรือทิศ รูปไธสง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 9 บ้านท่าลาด ต.บ้านแพง ซึ่งเป็นเพื่อนเซียนไก่ชน และมีบ้านเปิดเป็นร้านขายของชำประจำหมู่บ้านอยู่ใกล้เคียงกัน ตะโกนถามว่าจะไปไหน นายเตอร์ตอบจะไปตลาดบ้านแพง นายทิศจึงขอติดรถไปด้วยเพื่อหาหมอที่โรงพยาบาลบ้านแพง

    

ขณะนั่งรถไปด้วยกันนั้น นายเตอร์อ้างขอแวะร้านสะดวกซื้อในตลาดหาเพื่อนก่อน นายทิศจึงนั่งรออยู่ในรถ จากนั้นนายเตอร์ก็ไปพบสายลับที่มายืนรอก่อนแล้ว พร้อมเปิดกระเป๋าให้ดูเงินนายเตอร์จึงโทรศัพท์ไปยังนายทุนฝั่งประเทศเพื่อนบ้านว่าได้เงินแล้ว จึงบอกจุดที่นำยาบ้าไปวางทิ้งไว้ สายลับติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการให้ไปบริเวณดังกล่าว พบมียาบ้าอยู่จริงจึงแสดงตัวเพื่อจับกุมดังกล่าว พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปยัง สภ.ศรีสงคราม พื้นที่ที่พบยาบ้าเพื่อดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย

    

เบื้องต้นนายเตอร์รับสารภาพว่ารับจ้างเป็นนายหน้าติดต่อค้ายาบ้าจริง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 1 หมื่นบาท ต่อ 1 แสน ลูกค้าซื้อมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดี ซึ่งตลอดเวลาระวังตัวมาก แต่ยังหลงกลสายลับที่มาล่อซื้อจนได้ ส่วนนายทิศเพื่อนที่ถูกจับกุมด้วย นายเตอร์อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวไว้สอบสวน สำหรับยาบ้าของกลางมีจำนวน 17,683 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยยาบ้าจำนวนดังกล่าว หากเล็ดลอดเข้าพื้นที่ชั้นใน จะมีราคาเพิ่มสูงกว่า 1 ล้านบาทเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม