วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560 10:21 น.

อาชญากรรม

"นักสืบหญิง"เพื่อนจอมทรัพย์เข้ามอบตัวโดนหนัก3ข้อหา

วันพฤหัสบดี ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.12 น.

 

"นักสืบหญิง"เพื่อนจอมทรัพย์เข้ามอบตัวโดนหนัก3ข้อหา

 

 

กรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ 5 บ้านม่วงไข่ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร อดีตข้าราชการครูในจังหวัดสกลนคร และ นายสุริยา หรือครูอ๋อง นวนเจริญ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 1 ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของครูจอมทรัพย์ ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดนครพนม อนุมัติหมายจับ เลขที่ 218/60 ลงวันที่ 24 พ.ย.60 ในข้อหาร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาล และ ซ่องโจร ขณะนี้ทั้งสองถูกฝากขังผัดแรกอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม

 

 

หลังเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีครูจอมทรัพย์ เพิ่มเติมอีก 5 คน ประกอบด้วย 1.นางวาสนา เพชรทอง หลานของครูจอมทรัพย์ผู้ที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับครูจอมทรัพย์ขณะที่ต้องขังอยู่ในเรือนจำ 2.นายธนัท สุขตลอดปี เป็นทนายความของครูจอมทรัพย์ ที่คอยแนะนำข้อต่อสู้ และเคยปรากฏตัวคู่กับครูอ๋องหรือนายสุริยา นวนเจริญ เมื่อครั้งเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.ต่างๆ ในจังหวัดนครพนม 3.นายเสน่ห์ สุพรรณ 4. นางรจนา จันทรัตน์ โดยนางรจนาและนายเสน่ห์ เป็นเพื่อนสนิทของนางจอมทรัพย์ ที่คอยวิ่งเต้นช่วยเหลือครูจอมทรัพย์เมื่อครั้งต้องโทษถูกคุมขังในเรือนจำฯ และ 5.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา ที่อ้างตัวเป็นประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ช่วงที่เกิดเหตุมีรถยนต์ชนนายเหลือ พ่อบำรุง ถึงแก่ความตาย

 

มีบุคคลเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 คน คือ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาเบิกความเท็จ ได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว 2.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนร่วมรุ่นของนางจอมทรัพย์และครูอ๋อง เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันนำสืบและแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ และซ่องโจร โดยนายเสน่ห์ใช้ตำแหน่งข้าราชการครูประกันตัวเอง ซึ่งศาลจังหวัดนครพนมอนุญาต ส่วนนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร สามีของนางจอมทรัพย์เป็นผู้ต้องหาตามหมายเรียกชุดแรก ร่วมกับ ครูอ๋อง ครูจอมทรัพย์ นายสับ วาปี นางจันทร์ วาปี และ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์  ที่ถูกแจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่และประกันตัวออก

 

 

ล่าสุด วันที่ 7 ธ.ค.60 เวลา 10.00 น. นางรจนา จันทรัตน์ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 66 หมู่ 4 บ้านโนนสามัคคี ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธ์ รับข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สหัสขันธ์ และเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของครูจอมทรัพย์ ที่เรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เดินทางมายัง บก.ภ.จว.นครพนม พร้อมญาติและทนายความ เพื่อมาพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก มี พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ พ.ต.ท.กฤษดา สุวรรณกูล และ ร.ต.อ.(หญิง)จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ คณะทีมพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนางจอมทรัพย์ นำตัวทั้งหมดขึ้นไปยังชั้น 4 เพื่อสอบสวนปากคำ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันนำสืบและแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ เบิกความเท็จ และซ่องโจร รวม 3 ข้อหา ซึ่งนางรจนาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าพูดไปตามที่ครูอ๋องกับครูจอมทรัพย์เล่าให้ฟังเท่านั้น

 

นายชิตนล ไชยสงเมือง ทนายความของนางรจนา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับการติดต่อจากลูกความเมื่อ 3-4 วันมานี้ เพื่อจะปรึกษาด้านคดี ต้องดูก่อนว่าพนักงานสอบสวนจะตั้งข้อกล่าวหาอะไร จึงจะหาช่องทางต่อสู้กันต่อไปในศาล ระหว่างนี้ตนยังไม่ทราบว่าลูกความเข้าไปพัวพันกับคดีในตอนไหน ต้องรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำเป็นข้อๆ เบื้องต้นทราบเพียงว่าลูกความไปในฐานะเพื่อนสนิท ไม่มีส่วนรู้เห็นกรณีสร้างพยานเท็จแต่อย่างใด

 

นางรจนา จันทรัตน์ ผู้ต้องหารายล่าสุด ได้รับฉายาจากคนในโลกโซเซียลว่าเป็น”นักสืบหญิง”กล่าวคือประมาณวันที่ 10 ม.ค.60 เคยไปออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ร่วมกับครูจอมทรัพย์ และ นายพิรดา แสนเมืองโคตร ลูกชายของครูจอมทรัพย์ คราวนั้นนางรจนากล่าวกับพิธีกรว่า ร่วมกับเพื่อนครู (ในนั้นมีนายเสน่ห์ สุพรรณ รวมอยู่ด้วย) อ้างว่าตนพร้อมเพื่อนในกลุ่มไม่ปักใจเชื่อว่านางจอมทรัพย์ผู้หญิงเพียงคนเดียวจะขับรถเดินทางไปยามค่ำคืนในที่อื่น โดยเฉพาะต่างจังหวัด เพราะชีวิตประจำวันของนางจอมทรัพย์เดินทางแค่บ้านและโรงเรียน มีธุระเป็นครั้งคราวในตัวเมืองสกลนครเท่านั้น

 

โดยเฉพาะทะเบียนรถโตโยต้า บค 56 สกลนคร ไม่มีร่องรอยการชนปรากฏ จึงรวมกลุ่มเพื่อนสืบเสาะเรื่องราวในทันที เพราะมั่นใจว่าเพื่อนไม่ได้ขับรถไปชนใครตาย ขณะนั้นนางจอมทรัพย์รับโทษอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดนครพนมแล้ว  จึงลงพื้นที่ไปสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าเห็นรถกระบะชนจริง และยังเห็นผู้ชายเดินลงจากรถด้วย ก่อนจะขับรถหลบหนีไป จำได้แค่หมวดทะเบียน บค 56 จังหวัดและสีรถมองไม่เห็น ต่อมาสืบทราบว่า บค 56 นครพนม เป็นรถสีแดง ส่วน บค 56 มุกดาหารเป็นสีเขียว จึงตัดทะเบียนจังหวัดนครพนมออก คงเหลือแต่ป้ายมุกดาหารเพราะสีรถที่ติดในจักรยานคนเสียชีวิตเป็นสีเขียว จากนั้นกลุ่มเพื่อนครูจอมทรัพย์จึงเดินทางไปตามชื่อที่อยู่ของผู้ครอบครองที่มุกดาหาร พบเจ้าของรถยนต์ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร เป็นผู้ชายสูงใหญ่ (ทราบภายหลังชื่อนายสับ วาปี) ซึ่งตรงกับคำให้การของพยานที่เกิดเหตุ และทำทีถามซื้อรถเก่า และตะลอมถามถึงประวัติรถ จนกระทั่งนายสับ วาปี รับสารภาพว่าเป็นคนที่ขับรถไปชนคนเสียชีวิตที่จังหวัดนครพนม หลังหยุดรถและลงมาดูคนที่ชนแต่เห็นแน่นิ่ง จึงรีบขับหนีนำรถไปซ่อนไว้ในป่าอ้อย ภายหลังขายให้กับคนรู้จักในหมู่บ้านแล้วลงไปอยู่กรุงเทพ ก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่มุกดาหารเมื่อปี 2553 จึงทำให้เชื่อว่าเพื่อนของตนตกเป็นแพะแน่นอน จึงมีการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ไปชี้ที่เกิดเหตุเพื่อสารภาพเพราะสำนึกผิด ต่อมาศาลสั่งให้นายสับ วาปี เจ้าของรถกระบะอีซูซุ บค 56 มุกดาหาร ชดใช้ค่าเสียหาย 170,000 บาท ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต

 

หลังสอบสวนปากคำเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหนังสือขอฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนม โดยนางรจนาใช้ตำแหน่งประกันตนเอง ส่วนวันที่ 8 ธ.ค. นางวาสนา เพชรทอง หลานสาวของครูจอมทรัพย์จะต้องเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม