วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561 12:02 น.

เศรษฐกิจ

ธพว.จับมือ ม.สวนดุสิต ปั้นท่องเที่ยวชุมชนพันแห่ง

วันพุธ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561, 15.41 น.

ธพว.จับมือ ม.สวนดุสิต
ปั้นท่องเที่ยวชุมชนพันแห่ง 


           

ธพว. จับมือ ม.สวนดุสิต จัดทำข้อมูลท่องเที่ยวชุมชน มุ่งพัฒนาศักยภาพให้เข้มแข็ง ก่อนเติมเงินทุนลงชุมชนต่อยอดเติบโตยั่งยืน นำร่องลงพื้นที่ 300 แห่ง ภายใน 6 เดือน วางเป้าครบ 1,000 แห่งทั่วประเทศ คาดสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้คนตัวเล็กในชุมชนกว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ  

          

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Development Bank เปิดเผยถึง การสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยคนตัวเล็กในชุมชน (Micro) หรือ “จุล SMEs” ภายหลังออกจากแผนฟื้นฟูและประกาศเป็น MSME Development Bank ว่า ธนาคารได้จับมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกันศึกษาข้อมูลเชิงศักยภาพแหล่งท่องเที่ยงชุมชน 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยรวบรวมข้อมูลศักยภาพของแต่ละชุมชนท่องเที่ยว จากสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวโพสต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว และมีการแนะนำกันต่อๆกันในโลกออนไลน์ หรือที่เรียกว่าข้อมูล “ทุติยภูมิ” โดยขณะนี้ได้ทำการรวบรวมและจัดทำเป็นข้อมูลไปแล้วกว่า 876 ชุมชนทั่วประเทศ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างจัดเก็บข้อมูลคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนี้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า แต่ละชุมชนจะมีประมาณ 200 -300ครัวเรือน โดยแต่ละครัวเรือนจะมีสมาชิกประมาณ 3-4 คน หากสามารถพัฒนาชุมชนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน 1,000 แห่ง จะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ
           

 

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนจำนวน 876 ชุมชนที่ได้รวบรวมแล้ว ขณะนี้ทีมงานสาขา ธพว. และมหาวิทยาลัยสวนดุสิตพร้อมเครือข่ายมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นทั้ง 77 จังหวัด เร่งลงพื้นที่เข้าไปศึกษาเชิงลึกว่าชุมชนท่องเที่ยวนั้นมีความโดดเด่น มีศักยภาพ ความเข้มแข็ง และจุดอ่อนอย่างไร ซึ่งการลงพื้นที่จะเน้นให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการคิดและพัฒนาชุมชนของตนเองเป็นหลัก ขณะที่ธนาคารจะร่วมกับชุมชนเข้าไปพัฒนาเติมเต็มสิ่งที่ชุมชนนั้นๆ ต้องการ โดยเบื้องต้นนำร่องลงพื้นที่ 300 ชุมชนแรกให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยจะกระจายลงพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น 69 จังหวัดแรก ลงพื้นที่จังหวัดละ 4 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 276 ชุมชน อีก 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี ระนอง ชุมพร ตรัง พังงา และสตูล ลงพื้นที่จังหวัดละ 3 ชุมชน รวม 24 ชุมชน ส่วนชุมชนที่เหลือจะเร่งลงพื้นที่ให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เวลาในการลงพื้นที่วิเคราะห์ศักยภาพของความต้องการของท่องเที่ยวชุมชนแต่ละแห่งให้ครบ 1,000 แห่ง ภายใน 6 เดือน 
            

 

นายมงคล กล่าวอีกว่า การเข้าไปช่วยเหลือท่องเที่ยวชุมชน ธนาคารไม่เน้นเรื่องการให้สินเชื่อหรือให้การสนับสนุนการเงินเป็นหลัก แต่จะเน้นด้านการพัฒนาสร้างความเข้มแข็ง ดึงศักยภาพที่มีแต่ละชุมชนออกมาให้เป็นจุดเด่น ร่วมกับชุมชนแก้ไขปัญหาโดยให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง และหากชุมชนใดเข้มแข็งและต้องการเงินทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น ธนาคารก็พร้อมสนับสนุนผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) วงเงิน 50,000 ล้านบาทกู้ได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท 3 ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม บสย. 4 ปีแรก นอกจากนี้ธนาคารจะนำหน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEs ไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น” เข้าไปให้คำปรึกษาแนะนำทางธุรกิจถึงชุมชน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยคนตัวเล็กในชุมชน หรือที่เรียกกว่า “จุลเอสเอ็มอี” มีศักยภาพเข้มแข็งขึ้นได้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระดับฐานรากของประเทศ  สร้างความเข้มแข็งต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคตอีกด้วย