วันพุธ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561 03:18 น.

เศรษฐกิจ

มั่นใจเปิดเชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อปลายปี63

วันศุกร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 14.39 น.

มั่นใจเปิดเชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อปลายปี63

 

 

นายวรวุฒิ มาลา  รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)  รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ว่าภาพรวมการก่อสร้างโครงการ ช่วงบางซื่อ-รังสิต ก็มีบางส่วนที่ยังเกิดปัญหาล่าช้าซึ่งได้มีการเร่งรัดให้การก่อสร้างเป็นไปตามที่กำหนด โดยตามแผนจะต้องเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ประมาณเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งการก่อสร้างของสถานีกลางบางซื่อการก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2562 สำหรับสัญญาดำเนินโครงการ ประกอบด้วย สัญญา 1เป็นงานโยธาสำหรับสถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง คือสถานีกลางบางซื่อ และสถานีจตุจักร ทางรถไฟยกระดับ จาก กม.6+000 –กม.12+201.700 ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟทางไกล ย่านจอดรถไฟ ถนนสะพานยกระดับเข้า-ออกสถานีและระบายน้ำ คืบหน้าร้อยละ 69.31 / สัญญาที่ 2 งาน โยธาสำหรับทางรถไฟบางซื่อ-รังสิต ประกอบด้วย 8 สถานี  ทางยกระดับและทางรถไฟระดับดิน ถนนเลียบทางรถไฟ สะพานกลับรถ สะพานข้ามทางรถไฟ และระบบระบายน้ำมีความคืบหน้าร้อยละ 97.94 /สัญญาที่ 3 งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล รวมจัดหาตู้รถไฟฟ้า สำหรับช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชั่น คืบหน้าร้อยละ 26.71

 

 

“ภายหลังงานก่อสร้างเสร็จตามแผนแล้วก็จะมีการทดสอบรวมระยะเวลา 90 วัน ก่อนจะเปิดบริการในเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนต.ค.63 สำหรับความล่าช้าในส่วนของการประกอบขบวนรถ 130 ตู้ ขณะนี้การรถไฟฯ ได้เร่งรัดบริษัทผู้รับงานประกอบรถไปแล้วและเชื่อว่าจะสามารถเร่งรัดดำเนินการให้รับขบวนรถได้ ในปลายปี 2562 ส่วนรูปแบบการบริหารนั้น ฝ่ายบริหารการร.ฟ.ท. จะมีการเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. ในวันที่ 21 มิ.ย. 61 เพื่อเสนอการจัดตั้งบริษัทลูกบริหารจัดการการเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยมีทุนจดทะเบียนที่จะขอจากรัฐบาลในช่วงเริ่มต้น 3,000 ล้านบาท มีพนักงานในปีเริ่มต้นประมาณ 600 คน”นายวรวุฒิ กล่าว

 

 

นอกจากนี้ สำหรับการประมาณการผู้โดยสารที่จะใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงในช่วงเริ่มแรก บอร์ด ร.ฟ.ท. ประเมินว่าไม่น่าจะน้อยกว่าวันละ 50,000 คน แต่เมื่อคำนวณการเดินรถแล้วจะต้องมีจุดคุ้มทุน ที่จะต้องมีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่าวันละ 70,000 -80,000 คนต่อวัน สำหรับอัตราค่าโดยสารคาดว่าจะเริ่มต้นที่ 14 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท ส่วนการมีกำไรนั้น น่าจะสามารถทำได้ในปีที่6-7 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีผู้โดยสารไม่น้อยกว่าวันละ 120,000 คน