วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561 19:54 น.

เศรษฐกิจ

นายกฯกดปุ่มเริ่มโมโนเรล2สาย ย้ำความปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 10.53 น.
tags : รฟม.

นายกฯกดปุ่มเริ่มโมโนเรล2สาย ย้ำความปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง
 

 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 09.00น.ของวันที่ 27ส.ค.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย (โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง) โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และนายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ร่วมให้การต้อนรับ

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีนโยบายผลักดันโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ซึ่งได้กำหนดให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่ง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ทั่วถึงกัน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองฯ เป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสนใจ เร่งรัด ติดตามความก้าวหน้า เพื่อให้ทั้งสองโครงการเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อหวังบรรเทาปัญหาการจราจรอย่างเร่งด่วน  จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีกดปุ่ม เพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลสองสายแรกของประเทศไทย (โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง) อย่างเต็มรูปแบบ

 

 

“โครงการนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาการจราจรใน กทม.และปริมณฑล ด้วยการเชื่อมระบบขนส่งมวลชน ทั้งทางรถ รถไฟ และเรือ เข้าด้วยกัน ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในการลดปัญหาจราจร ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ ปัญหาการจราจรจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และต้องทำความเข้าใจว่ารัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอในการลงทุนก่อสร้างในทุกโครงการ ดังนั้นความร่วมมือในลักษณะการลงทุนร่วมภารรัฐและเอกชน หรือ PPP จึงเป็นแนวทางที่จะทำให้ทุกโครงการเริ่มก่อสร้างได้รวดเร็วทันต่อการพัฒนา โดยมีระเบียบ กติกา และกฎหมายที่ชัดเจน จึงยืนยันว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใด ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลไม่ให้เกิดการทุจริต ให้ทุกอย่างมีความโปร่งใส และทุกโครงการได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ที่สำคัญต้องเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง      

 

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าเมื่อลงมือก่อสร้างก็ต้องกระทบกับการจราจรแต่ก็จะเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว และโครงการระบบขนส่งมวลชนถือเป็นการแก้ปัญหาภาพรวมของประเทศ”

 

ขณะเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย ประกอบด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ว่า ขณะนี้ภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูระยะที่ 1 มีคืบหน้า ร้อยละ 3.1 จากแผนงาน 3.54 ส่วนสายสีเหลืองคืบหน้าร้อยละ 2.8 เร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ร้อยละ 2.2       

 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้ในนโยบายด้านความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง โครงการ ซึ่งที่ผ่านมามีการเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้จัดระบบการจราจรและเรางคืนพื้นผิดจราจรอย่างเร่งด่วน หากก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ตามแผนทั้ง 2 เส้นทาง จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ปลายปี 2564 และทดลองระบบต่างๆ พร้อมเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2565 และให้เชื่อมต่อด้วยระบบบัตรแมงมุม ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทาง

 

 “นายกรัฐมนตรีได้มีการเน้นย้ำเรื่องของความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง ว่าจะต้องมีความปลอดภัยสูงสุด การบริหารจัดการจราจรต้องก็ต้องเป็นระบบ สามารถคืนพื้นผิวจราจรได้ทันทีหากก่อสร้างแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ต้องทำความเข้าใจร่วมกับประชาชนถึงโครงการว่ามีความจำเป็นต้องทำการก่อสร้าง ทั้งเรื่องของการเวนคืนด้วย”นายอาคม กล่าว

 

 

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เป็นโครงการนำร่องภายใต้นโยบาย PPP Fast Track ของรัฐบาล เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานโครงการฯ ให้มีความรวดเร็ว โดยเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน เพื่อลดภาระด้านงบประมาณและหนี้สาธารณะของประเทศ โดยให้เอกชนร่วมลงทุนรวมเป็นเวลา 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า เป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน และ ระยะที่ 2 งานให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสารของโครงการ ในส่วนของการเวนคืนที่ดินก่อสร้างของภาครัฐได้ดำเนินการเวนคืนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ส่วนที่ดินเอกชนจะเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมมั่นใจจะไม่เกินกรอบวงเงินงบประมาณก่อสร้าง

หน้าแรก » เศรษฐกิจ