วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561 16:52 น.

เศรษฐกิจ

เร่งทำคลอด ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.21 น.

เร่งทำคลอด ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

 

โค้งสุดท้าย ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว สทนช.เตรียมนัดประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำ Roadmap กฎหมายลูกรองรับทันควัน

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์  เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.... ว่า เนื้อหาหลักใน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาคณะอนุกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติไปแล้ว  100 % ขณะนี้เหลือการพิจารณาในวาระ 2-3 ของสภาเป็นครั้งสุดท้าย โดยจะเข้าสู่การพิจารณาปลายเดือนกันยายนนี้

 

ขั้นตอนหลังจากสภานิติบัญญัติลงมติเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว  สทนช. และหน่วยงานปฏิบัติการจะต้องพิจารณาออกกฎหมายลูกต่อไป

“สทนช. จะเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องมาหารือเรื่องการออกกฎหมายลูก โดยให้หน่วยงานต่างๆ ไปพิจารณาว่า จะออกกฎกระทรวงอะไร อย่างไร และเมื่อไหร่  จัดทำเป็น Roadmap ออกมาเลยภายใน 120 วัน นับจากวันที่ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเงิน เช่น การเก็บค่าน้ำ ต้องใช้เวลานานหน่อยประมาณ 2 ปี เพราะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียให้รัดกุมและยอมรับจากทุกภาคส่วน”

 

ดร.สมเกียรติ ย้ำว่า การบริหารจัดการน้ำของประเทศ ประกอบด้วย 3 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย แผนยุทธศาสตร์น้ำแห่งชาติ เพื่อเป็นเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องเดินตาม ซึ่งยังจำแนกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการผลิต (เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม) ยุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาอุทกภัย  ยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพน้ำ ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการทลายของดิน และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ

 

เสาหลักที่สอง คือ องค์กร ประกอบด้วย คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีรัฐมนตรีหลายกระทรวงเป็นกรรมการ ดูแลระดับนโยบาย โดยมี สทนช. ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ และเสาหลักที่สาม คือ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ

 

“สองเสาหลักแรกดำเนินการไปแล้ว เหลือแต่เสาหลักกฎหมายซึ่งใกล้คลอดแล้ว ซึ่งจะทำให้การบริหารทรัพยากรน้ำของชาติมีเครื่องมือขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์  มีทั้งแผนยุทธศาสตร์ องค์กร และกฎหมายรองรับ” เลขาธิการ สทนช.กล่าว