วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 15:56 น.

เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้าตื้อญี่ปุ่นร่วมลงทุนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 11.51 น.

ไทยเดินหน้าตื้อญี่ปุ่นร่วมลงทุนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น
 

นายสราวุธ  ทรงศิวิไล  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานด้านเทคนิค โครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ครั้งที่ 14 ว่าได้มีการประชุมร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การรถไฟแห่งประเทศไทย และฝ่ายญี่ปุ่น ประกอบด้วย Mr. Shohei Ishii รองอธิบดีอาวุโสกรมรถไฟ กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (MLIT)  ผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมมีมติมอบหมายให้คณะทำงานฝ่ายญี่ปุ่นกลับไปพิจารณาหาแนวทางการลดต้นทุนการก่อสร้างโครงการฯ ลง และประเด็นรูปแบบการลงทุนที่ประชุมมีมติให้คณะทำงานทั้ง 2 ฝ่ายหารือร่วมกันในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 18-20ตุลาคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อหารือระดับนโยบายร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นอีกครั้ง

 

“ในการประชุมดังกล่าวได้มีการเจรจาร่วมกัน ประกอบด้วยเรื่องของการร่วมลงทุน ซึ่งประเทศไทยยังมีความต้องการที่จะให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนโครงการ โดยต้องการให้ญี่ปุ่นร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เนื่องจากมีการหารือไว้ตั้งแต่ต้นด้านเทคโนโลยีรถไฟชินกันเซ็น และเนื่องจากประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ในการบริหารงานในเส้นทางรถไฟฟ้า และรถไฟความเร็วสูงที่ให้บริการในขณะนี้ นอกจากที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความชำนาญเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว เราก็มีภาระด้านการลงทุนอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะระบบราง คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน /โครงการรถไฟทางคู่  โดยได้ให้ทางญี่ปุ่นช่วยพิจารณาว่ามีรูปแบบใดบ้างที่น่าจะสนใจระหว่างไทย-ญี่ปุ่น  ซึ่งรูปแบบก็จะมีทั้ง โครงสร้างงานโยธา การเดินรถ รวมถึงการพัฒนาตามแนวรถไฟ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นรับไปพิจารณาซึ่งขณะนี้ญี่ปุ่นได้มีการปรับแก้กฎหมายเพื่อให้นักลงทุนญี่ปุ่นสามารถมาลงทุนโครงการอื่นๆในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น  แต่สิ่งที่ทางญี่ปุ่นจะสามารถให้ไทยได้เลยก็คือเรื่องของการกู้ในอัตราดอกเบี้ยขั้นพิเศษ ส่วนเรื่องการจัดตั้งศูนย์ฝึกสถาบันทางรางทั้ง 2 ฝ่าย ก็เห็นชอบร่วมกันที่จะมีการพัฒนาบุคลลากร เพื่อเป็นการรองรับโครงการที่จะเกิดในอนาคต สำหรับความคืบหน้าการเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ภายหลังที่มีการปรับแผนรายละเอียด คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2564” นายสราวุธ กล่าว

 

นอกจากนี้ สำหรับความคืบหน้าแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 (M-MAP 2) ว่าที่ผ่านมา JICAได้ทำการศึกษารายละเอียดว่าไทยควรจะมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพ ฯและปริมณฑล ในพื้นที่ชั้นในและพื้นที่ชั้นนอกบ้างส่วนยังไม่มีการเชื่อมต่อการเดินทาง ซึ่งในแผนของM-MAP 2 จะต้องศึกษาจุดเชื่อมต่อกับโครงข่ายหลัก จุดจอดแล้วจรในครอบคลุมกับพื้นที่รอบนอก อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าหากแผน M-MAP 2 แล้วเสร็จ ปริมาณผู้โดยสารที่จะใช้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะสูงถึงร้อยละ 15 จากเดิมในปัจจุบันประชาชนใช้ระบบรถไฟฟ้าอยู่ที่ร้อยละ 4 ซึ่งปัจจุบันโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ให้บริการ ประกอบด้วย รถไฟฟ้าMRT รถไฟฟ้าBTS และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากM-MAP 1 ที่ประกอบด้วย รถไฟฟ้า 10 สาย แล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ จะมีปริมาณการเดินทางที่ใช้ระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 นอกจากนี้ รัฐบาลต้องหามาตรการเพื่อเชิญชวนในการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้ามากขึ้น แทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลด้วย ซึ่งสนข.ก็จะต้องมีการทบทวนภาคการขนส่งสาธารณะเพื่อเป็นลดใช้พลังงานและลดปริมาณจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ     

หน้าแรก » เศรษฐกิจ