วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 16:00 น.

เศรษฐกิจ

กกพ.อั้นไม่ไหวปรับค่าไฟงวดใหม่ขึ้น4.30สต.

วันพฤหัสบดี ที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 17.16 น.

กกพ.อั้นไม่ไหวปรับค่าไฟงวดใหม่ขึ้น4.30สต.

 

กกพ.เคาะค่าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.62 ขึ้น 4.30 สตางค์ต่อหน่วย เป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ระบุจากปัจจัยผลกระทบการปรับขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่ส่งผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดใหม่อยู่ที่ 3.64 บาทต่อหน่วย คาดยังมีแนวโน้มขาขึ้น

 

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.มีมติให้เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรหรือค่าเอฟทีงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2562 จำนวน  -11.60 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับค่าเอฟทีที่เรียกเก็บปัจจุบัน -15.90 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากงวดก่อน 4.30 สตางค์ต่อหน่วย เป็นการปรับขึ้นค่าเอฟทีครั้งแรกในรอบ 16 เดือน โดยปัจจัยหลักมาจากราคาเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาก๊าซเดือนกันยายน-ธันวาคม 2561 ปรับตัวสูงขึ้น 12.67 บาทต่อล้านบีทียู ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3.48 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 1.17 บาทต่อลิตร และราคาถ่านหินเพิ่มขึ้น 114.36 บาทต่อตัน และราคาซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น 0.08 บาทต่อหน่วย ทำให้ประชาชนจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.64 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากปัจจุบันจ่าย 3.60 บาทต่อหน่วย 

 

ทั้งนี้ จากปัจจัยผลกระทบการปรับขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทาง กกพ.คาดการณ์ว่าราคาเชื้อเพลิงยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยืนอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในระยะต่อไปยังคงอยู่ในภาวะขาขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศปรับตัวและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน กกพ.ได้เตรียมมาตรการบริหารจัดการและมาตรการทางการเงินเข้าไปดูแล ทั้งมาตรการส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่จำเป็นสำหรับการผลิตไฟฟ้า โดยได้ประสานความร่วมมือ บมจ.ปตท. วิเคราะห์การลดสัดส่วนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจี พร้อมประสานความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ให้พิจารณาแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความเหมาะสมเพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นและมีต้นทุนต่ำกว่าการผลิตภายในประเทศ 

 

อย่างไรก็ตามมาตรการทางการเงินและบัญชีมาช่วยบรรเทาภาระประชาชน 10,367 ล้านบาท เพื่อใช้ในการบริหารจัดการค่าเอฟที ซึ่ง  กกพ.มีมติให้นำเงินสะสมจากการเรียกเก็บค่าเอฟที 3,298 ล้านบาท รวมกับเงินค่าบริหารเอฟทีและค่าปรับจากผู้ประกอบการ 5,547 ล้านบาท และเม็ดเงินลงทุนจากการไฟฟ้าที่ไม่ได้ลงทุนตามแผนอีก 1,522 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการผันผวนของการปรับเพิ่มค่าเอฟทีที่ส่งผลกระทบต่อค่าบริหารไฟฟ้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

หน้าแรก » เศรษฐกิจ