วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560 09:28 น.

เศรษฐกิจ

“จาร์เค็น” สบช่องตลาดเมียนมาคึก

วันศุกร์ ที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2559, 10.05 น.
“จาร์เค็น” สบช่องตลาดเมียนมาคึก
เร่งสร้างแบรนด์ขยายฐานลูกค้า AEC
 
 
 
จาร์เค็นฯ เผยเทรนด์ออกแบบปี 59 ลูกค้าเมียนมาสนใจสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่มากขึ้น ทั้งเตรียมขยายฐานตลาดครอบคลุม AEC โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV พร้อมนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หวังสร้างการรับรู้แบรนด์-บริการงานด้านดีไซน์ครบวงจร ร่วมออกบูธงาน “บิลด์ แอนด์ เดคคอร์” ณ เมียนมา อีเวนท์ พาร์ค (MEP) ตั้งเป้า 30 ล้านบาท มั่นใจยอดขายทั้งกลุ่มปีนี้แตะ 400 ล้านบาท คาดปี 59 เพิ่มเป็น 450 ล้านบาท
 
 
น.ส.สิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด เปิดเผยถึงเทรนด์การออกแบบตกแต่งในปี 2559 ว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ผู้บริโภคจะชื่นชอบการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แต่ปัจจุบันหันมาสนใจการออกแบบสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่ และเพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมตลาด AEC โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมไปถึงเตรียมความพร้อมนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายการลงทุน ให้รองรับการให้บริการด้านงานดีไซน์อย่างครบวงจร
 
 
สำหรับการขยายฐานไปตลาดต่างประเทศนั้น ในช่วงระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2559 บริษัทฯ มีแผนไปร่วมออกบูธในงาน “บิลด์ แอนด์ เดคคอร์” ณ เมียนมา อีเวนท์ พาร์ค (MEP) เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการรวมผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และศูนย์การค้า รวมถึงนักลงทุนชาวเมียนมา ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น เป็นการเปิดตลาดใหม่ๆ ให้ชาวเมียนมาได้รู้จัก จาร์เค็น ในการนำเสนองานออกแบบที่ล้ำสมัยออกสู่สายตาชาวเมียนมา 
 
 
ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีมาก และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างสูงเนื่องจากในตลาดเมียนมาเองยังไม่มีบริษัทออกแบบระดับสากลที่ให้บริการอย่างครบวงจรมาก่อน โดยงาน “บิลด์ แอนด์ เดคคอร์” ที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถปิดการขายจากชาวเมียนมา โดยมูลค่าการขายอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท
 
 
“การที่กลุ่มลูกค้าในเมียนมาให้ความสนใจผลงานของจาร์เค็น เพราะในประเทศเมียนมา กลุ่มแรงงาน ยังขาดประสบการณ์ด้านงานฝีมือทั้งในด้านการก่อสร้างและตกแต่งภายใน ขณะที่ประเทศไทยมีแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ และฝีมือประณีต อีกทั้งจาร์เค็นเอง ยังมีจุดแข็งในด้านของการให้บริการที่ครบวงจร ที่ผ่านมางานที่บริษัทฯ ได้มาจะเป็นงานออกแบบ และตกแต่งภายใน บ้านพักอาศัย และคอนโดฯ ซึ่งการที่ลูกค้าชาวเมียนมาหันมาสนใจการออกแบบสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่มากขึ้นนั้น เพราะเริ่มเปิดรับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น อีกทั้งเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูง ทำให้มีไลฟ์สไตล์และความต้องการที่เปลี่ยนไป คาดว่าในงาน “บิลด์ แอนด์ เดคคอร์” บริษัทฯ จะสามารถปิดยอดขายได้ประมาณ 30 ล้านบาท” น.ส.สิริทร กล่าว 
 
 
  อย่างไรก็ตามในปี 2558 คาดว่าทั้งกลุ่มจาร์เค็นฯ จะมียอดขายรวมอยู่ที่ 400 ล้านบาท และ ในปี 2559 ทั้งกลุ่มจะมีรายได้รวม 450 ล้านบาท แบ่งยอดขายจากต่างประเทศ 20% และในประเทศ 80%