วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 07:23 น.

มิตซูบิชิแชมป์ตลาดลิฟต์-บันไดเลื่อน

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.33 น.


  มิตซูบิชิแชมป์ตลาดลิฟต์-บันไดเลื่อน

 

          

มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ ก้าวสู่ปีที่ 40 ครองตำแหน่งผู้นำตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อน บนมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ชูประเทศไทยเป็นศูนย์การรักษาพยาบาลของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่งเสริมให้ตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อน เติบโตปีละ 5-7 % จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 7 พันล้านบาท

           

นายสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ตลอดปี 2559 ตลาดอสังหาฯอยู่ในสภาวะซบเซา และเริ่มดีขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากภาครัฐมีความชัดเจนในเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นทั้งการก่อสร้างโครงการอาคารผู้โดยสารอาคารที่ 2 และรถไฟฟ้าสายต่างๆทั้งใต้ดินและบนดิน ที่ขยายไปรอบปริมณฑล ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯมีความมั่นใจและการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันดีมานด์ก็เริ่มฟื้นตัว รวมไปถึงธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนก็ขยายตัวมากขึ้น จากการที่ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการรักษาพยาบาลในภูมิภาค อีกทั้งอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุภายในประเทศที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในอนาคตประเทศไทยจะมีสังคมผู้สูงวัยที่มากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการบ้านเดี่ยวก็จะมีการสร้างบ้านที่มีลิฟต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าสูงวัยด้วย โดยราคาลิฟต์บ้านจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาท

         

นอกจากนี้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ๆ ได้เริ่มจับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์มากขึ้น ทำให้ ผลิตภัณฑ์ลิฟต์และบันไดเลื่อน "มิตซูบิชิ" สามารถตอบโจทย์ตลาดดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม จึงได้รับความสนใจและมียอดขายเพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าสินค้าของมิตซูบิชิ จะมีอัตราการเติบโตในธุรกิจที่อยู่อาศัยและสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคาดว่าภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ ความต้องการในส่วนของอาคารสำนักงานจะกลับมาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งราคาลิฟต์อาคารสูงขึ้นจะขึ้นอยู่กับความสูงของอาคาร เช่น อาคารที่มีความสูง 20 ชั้น ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท/ตัว
           

"เชื่อมั่นว่า ในช่วง 1-2 ปีนี้ ความต้องการในส่วนของอาคารสำนักงานจะกลับมาเพิ่มมากขึ้น อันเกิดมาจากการพัฒนาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี อีกทั้ง ส่วนของภาคสาธารณสุข เช่นสถานพยาบาลและสถานพักฟื้นประเภทต่างๆจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการรักษาพยาบาลในภูมิภาค อีกทั้ง อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุภายในประเทศ ในส่วนของปริมาณความต้องการ ของตลาดลิฟต์ โดยรวม จะอยู่ที่ประมาณ 5,500 ตัว และคาดการณ์ว่าจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 5-7% สำหรับส่วนแบ่งตลาด เรามุ่งมั่นที่จะรักษาแชมป์อันดับ 1 ต่อไป โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% นายสันติพงษ์ กล่าว

         

อย่างไรก็ตามในปี 2559ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ มีการจำหน่ายลิฟต์และบันไดเลื่อน มากกว่า 1,700 เครื่อง คิดเป็นยอดขาย 2,200 ล้านบาท  จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท สำหรับในปี 2560 นี้ ตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 1,800 เครื่อง คิดเป็นยอดขายประมาณ 2,400 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 8,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายจากงานภาคเอกชน 87% และงานภาครัฐ 13% แบ่งเป็นบันไดเลื่อน 15% และลิฟต์ 85% โดยสัดส่วน 79%เป็นอาคารที่ต่ำกว่า 20 ชั้น และสัดส่วน 20กว่า%เป็นอาคารที่สูงเกินกว่า 20 ชั้น ซึ่งบริษัทฯยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ1 ที่สัดส่วน 30%  คาดว่าในปี 2563 ยอดขายลิฟต์และบันไดเลื่อนจะพุ่งขึ้นเป็น 2,200 ตัว คิดเป็นยอดขายมากกว่า 3,000 ล้านบาท จากตลาดรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยบวกมากจากการที่ขยายตัวของรถไฟฟ้าและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันไปอยู่อาศัยคอนโดฯมากขึ้น