วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 12:13 น.

เศรษฐกิจ

“สวนน้ำพระทัย” Eco Park แห่งใหม่ ในโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ.

วันจันทร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 11.11 น.

“สวนน้ำพระทัย” Eco Park แห่งใหม่ ในโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ.

 

“สวนน้ำพระทัย” หรือ “EGAT Eco Park” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ ประมาณ 12 ไร่ อยู่ติดกับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสวนที่จัดทำขึ้นใหม่เพื่อเป็นแนวกันชน (Buffer Zone) ระหว่างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กับ ชุมชนที่อยู่ติดกับโรงไฟฟ้า พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างสวนเชิงนิเวศ (Eco Park) และยังเป็นการนำแนวคิดศาสตร์
พระราชา 3 เรื่อง ได้แก่ โคงการปลูกป่า ชีววิถี และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมาจัดไว้ในสวนแห่งนี้ด้วย

 

ล่าสุด กฟผ. สำนักงานใหญ่ นนทบุรี ได้สร้าง “สวนน้ำพระทัย” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ ประมาณ 12 ไร่ อยู่ติดกับ
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสวนที่จัดทำขึ้นใหม่เพื่อเป็นแนวกันชน (Buffer Zone) ระหว่างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กับ ชุมชนที่อยู่ติดกับโรงไฟฟ้า พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างสวนเชิงนิเวศ (Eco Park) และยังเป็นการนำแนวคิดศาสตร์พระราชา 3 เรื่อง ได้แก่ โครงการปลูกป่า ชีววิถี และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมาจัดไว้ในสวนแห่งนี้ด้วย

 

นอกจากนั้น ยังมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่สำหรับ ออกกำลังกาย และ พักผ่อนหย่อนใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และประชาชนโดยรอบ ซึ่งเหมาะแก่การออกกำลังกายยามแดดร่มลมตก พร้อมกับศึกษาระบบนิเวศ รวมถึงนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาพื้นที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ที่ดิน สำนักงาน หรือ โรงเรียน ให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์มหาศาล

 

 

แนวคิดในการออกแบบของสวนน้ำพระทัย เป็นการออกแบบในแนวทางของสวนป่านิเวศ เน้นความสมดุลของธรรมชาติ ต้องการประโยชน์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติให้สมบูรณ์ โดยใช้หลักตามธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกสร้างให้อยู่ร่วมกันและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในส่วนของการเลือกใช้ไม้พื้นถิ่น ซึ่งการปลูกป่าอนุรักษ์ต้องมีความประณีต ปลูกต้นไม้แบบผสมผสานด้วยพรรณไม้นานาชนิด หลายระดับชั้นเรือนยอด กระจายทั่วพื้นที่

 

โดยเน้นที่อายุยืนยาว เช่น ยางนา ประดู่ป่า สัก มะฮอกกานี อินทนิล ไทร กรวย นนทรี เป็นต้น ซึ่งต้นไม้ส่วนใหญ่เพาะจากเมล็ดพันธุ์ โดยได้ใช้ทฤษฎีปลูกต้นไม้ให้โตเร็ว แนวคิดของ ดร.มิยาวากิ เจ้าของทฤษฎีปลูกป่าเชิงนิเวศ ที่ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร จะลงกล้าไม้ 4 ต้น โดยปลูกคละชนิดกัน ที่กล้าไม้โตเร็วนั้นก็เพราะต้นไม้จะแข่งกันสูงเพื่อรับแสง และมีการนำต้นไม้ใหญ่เข้ามาบางส่วน เพื่อให้ร่มเงาในระหว่างที่ต้นไม้ที่เพาะจากเมล็ดกำลังเจริญเติบโต นอกจากนี้ได้มีการปรับระดับพื้นดินเพื่อสร้างทิศทางการไหลของน้ำ ซึ่งได้ออกแบบพื้นที่เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ

 

 

พื้นที่ต้นน้ำ เป็นพื้นที่ปลูกป่าอนุรักษ์ หรือป่าต้นน้ำ เป็นพื้นที่สูงเพื่อให้น้ำไหลลงไปที่กลางน้ำและปลายน้ำ ปลูกต้นไม้พันธุ์ที่ทนต่อความแห้งแล้ง เช่น ต้นสัก ประดู่แดง ประดู่ป่าแดง และมีบ่อน้ำ ถัดมาเป็น พื้นที่กลางน้ำ เป็นพื้นที่ราบลงมา พันธุ์ไม้ที่ปลูกได้แก่ ต้นยางนา ตะเคียน เต็งรัง พะยอม แคนา นกยูงฝรั่ง จะเป็นที่ตั้งของสวนน้ำพระทัย ที่ได้ย้ายมาจากบริเวณหน้าอาคารสำนักงานพัสดุและจัดหา ใกล้ๆกับป้อมรักษาความปลอดภัย 1 ซึ่งจะมีศาลาไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ล้อมรอบด้วยไม้นานาพรรณ

 

มีน้ำตกที่จะไหลมารวมกับน้ำจากต้นน้ำ ลงไปสู่ พื้นที่ปลายน้ำ พื้นที่ส่วนสุดท้ายนี้จะเป็นพื้นที่ราบ ปลูกต้นไม้ที่มีผลและกินได้ เช่น มะพร้าว ทุเรียน มะกอกน้ำ และที่พิเศษ คือ มีนาข้าว ที่มีการปลูกข้าวกันจริงๆ เป็นแปลงนาสาธิตให้ความรู้แก่ผู้มาเยี่ยมชม นอกจากนี้ในพื้นที่ทั้ง 3 ส่วน ได้มีการทำฝายชะลอน้ำตามลำธารและปลูกหญ้าแฝกตามโครงการพระราชดำริอีกด้วย

 

 

สวน Eco Park แห่งใหม่นี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และชุมชนใกล้เคียง ที่จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายในแต่ละวัน และเรียนรู้พันธุ์ไม้ต่างๆแล้ว การนำแนวคิดของสวนแห่ง นี้ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแนวทางตาม
พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปต่อยอด ปรับใช้ รวมถึงประชาสัมพันธ์แนวคิดนี้ สร้างระบบนิเวศที่มีความ
อุดมสมบูรณ์ให้มีอยู่ทั่วไป โลกเราก็จะได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี

 

ความสมดุลระหว่างโรงไฟฟ้า ธรรมชาติ และมนุษย์