วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560 08:44 น.

เศรษฐกิจ

“สวนน้ำพระทัย” Eco Park แห่งใหม่ ในโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ.

วันจันทร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 11.11 น.
tags : กฟผ.

“สวนน้ำพระทัย” Eco Park แห่งใหม่ ในโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ.

 

“สวนน้ำพระทัย” หรือ “EGAT Eco Park” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ ประมาณ 12 ไร่ อยู่ติดกับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสวนที่จัดทำขึ้นใหม่เพื่อเป็นแนวกันชน (Buffer Zone) ระหว่างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กับ ชุมชนที่อยู่ติดกับโรงไฟฟ้า พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างสวนเชิงนิเวศ (Eco Park) และยังเป็นการนำแนวคิดศาสตร์
พระราชา 3 เรื่อง ได้แก่ โคงการปลูกป่า ชีววิถี และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมาจัดไว้ในสวนแห่งนี้ด้วย

 

ล่าสุด กฟผ. สำนักงานใหญ่ นนทบุรี ได้สร้าง “สวนน้ำพระทัย” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ ประมาณ 12 ไร่ อยู่ติดกับ
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสวนที่จัดทำขึ้นใหม่เพื่อเป็นแนวกันชน (Buffer Zone) ระหว่างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กับ ชุมชนที่อยู่ติดกับโรงไฟฟ้า พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างสวนเชิงนิเวศ (Eco Park) และยังเป็นการนำแนวคิดศาสตร์พระราชา 3 เรื่อง ได้แก่ โครงการปลูกป่า ชีววิถี และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมาจัดไว้ในสวนแห่งนี้ด้วย

 

นอกจากนั้น ยังมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่สำหรับ ออกกำลังกาย และ พักผ่อนหย่อนใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และประชาชนโดยรอบ ซึ่งเหมาะแก่การออกกำลังกายยามแดดร่มลมตก พร้อมกับศึกษาระบบนิเวศ รวมถึงนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาพื้นที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ที่ดิน สำนักงาน หรือ โรงเรียน ให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์มหาศาล

 

 

แนวคิดในการออกแบบของสวนน้ำพระทัย เป็นการออกแบบในแนวทางของสวนป่านิเวศ เน้นความสมดุลของธรรมชาติ ต้องการประโยชน์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติให้สมบูรณ์ โดยใช้หลักตามธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกสร้างให้อยู่ร่วมกันและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในส่วนของการเลือกใช้ไม้พื้นถิ่น ซึ่งการปลูกป่าอนุรักษ์ต้องมีความประณีต ปลูกต้นไม้แบบผสมผสานด้วยพรรณไม้นานาชนิด หลายระดับชั้นเรือนยอด กระจายทั่วพื้นที่

 

โดยเน้นที่อายุยืนยาว เช่น ยางนา ประดู่ป่า สัก มะฮอกกานี อินทนิล ไทร กรวย นนทรี เป็นต้น ซึ่งต้นไม้ส่วนใหญ่เพาะจากเมล็ดพันธุ์ โดยได้ใช้ทฤษฎีปลูกต้นไม้ให้โตเร็ว แนวคิดของ ดร.มิยาวากิ เจ้าของทฤษฎีปลูกป่าเชิงนิเวศ ที่ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร จะลงกล้าไม้ 4 ต้น โดยปลูกคละชนิดกัน ที่กล้าไม้โตเร็วนั้นก็เพราะต้นไม้จะแข่งกันสูงเพื่อรับแสง และมีการนำต้นไม้ใหญ่เข้ามาบางส่วน เพื่อให้ร่มเงาในระหว่างที่ต้นไม้ที่เพาะจากเมล็ดกำลังเจริญเติบโต นอกจากนี้ได้มีการปรับระดับพื้นดินเพื่อสร้างทิศทางการไหลของน้ำ ซึ่งได้ออกแบบพื้นที่เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ

 

 

พื้นที่ต้นน้ำ เป็นพื้นที่ปลูกป่าอนุรักษ์ หรือป่าต้นน้ำ เป็นพื้นที่สูงเพื่อให้น้ำไหลลงไปที่กลางน้ำและปลายน้ำ ปลูกต้นไม้พันธุ์ที่ทนต่อความแห้งแล้ง เช่น ต้นสัก ประดู่แดง ประดู่ป่าแดง และมีบ่อน้ำ ถัดมาเป็น พื้นที่กลางน้ำ เป็นพื้นที่ราบลงมา พันธุ์ไม้ที่ปลูกได้แก่ ต้นยางนา ตะเคียน เต็งรัง พะยอม แคนา นกยูงฝรั่ง จะเป็นที่ตั้งของสวนน้ำพระทัย ที่ได้ย้ายมาจากบริเวณหน้าอาคารสำนักงานพัสดุและจัดหา ใกล้ๆกับป้อมรักษาความปลอดภัย 1 ซึ่งจะมีศาลาไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ล้อมรอบด้วยไม้นานาพรรณ

 

มีน้ำตกที่จะไหลมารวมกับน้ำจากต้นน้ำ ลงไปสู่ พื้นที่ปลายน้ำ พื้นที่ส่วนสุดท้ายนี้จะเป็นพื้นที่ราบ ปลูกต้นไม้ที่มีผลและกินได้ เช่น มะพร้าว ทุเรียน มะกอกน้ำ และที่พิเศษ คือ มีนาข้าว ที่มีการปลูกข้าวกันจริงๆ เป็นแปลงนาสาธิตให้ความรู้แก่ผู้มาเยี่ยมชม นอกจากนี้ในพื้นที่ทั้ง 3 ส่วน ได้มีการทำฝายชะลอน้ำตามลำธารและปลูกหญ้าแฝกตามโครงการพระราชดำริอีกด้วย

 

 

สวน Eco Park แห่งใหม่นี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และชุมชนใกล้เคียง ที่จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายในแต่ละวัน และเรียนรู้พันธุ์ไม้ต่างๆแล้ว การนำแนวคิดของสวนแห่ง นี้ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแนวทางตาม
พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปต่อยอด ปรับใช้ รวมถึงประชาสัมพันธ์แนวคิดนี้ สร้างระบบนิเวศที่มีความ
อุดมสมบูรณ์ให้มีอยู่ทั่วไป โลกเราก็จะได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี

 

ความสมดุลระหว่างโรงไฟฟ้า ธรรมชาติ และมนุษย์

หน้าแรก » เศรษฐกิจ