วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 12:06 น.

เศรษฐกิจ

ปตท.แจงจ่ายก๊าซ เจดีเอ ตามปกติแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.52 น.

ปตท.แจงจ่ายก๊าซ เจดีเอ ตามปกติแล้ว

 

นายนพดล  ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.38 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2560 ปตท. ได้รับแจ้งจากผู้ผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (เจดีเอ เอ-18) ว่า พบจุดรั่วขนาดเล็กที่ท่อขนาด 4 นิ้ว ซึ่งเป็นท่อนำคอนเดนเสท จึงมีความจำเป็นต้องหยุดผลิตก๊าซฯ เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหาย โดย ปตท. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและเร่งบริหารจัดหาเชื้อเพลิงทดแทน ซึ่งการซ่อมแซมแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 19.00 น. และเริ่มจ่ายก๊าซฯ ได้ตามปกติเมื่อเวลา 02.55 น. ในวันนี้ (12 ตุลาคม 2560)

 

ทั้งนี้ ปตท. ได้ประสานความร่วมมือกับ บริษัท ทรานส์ ไทย – มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ทีทีเอ็ม เพื่อจัดสรรปริมาณก๊าซฯ คงเหลือในระบบท่อส่งก๊าซฯ สำหรับจ่ายให้แก่โรงไฟฟ้าจะนะ ระหว่างการซ่อมแซมของผู้ผลิต เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณก๊าซฯ ที่หายไปจากระบบประมาณ 440 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  แจ้งความก้าวหน้าในการซ่อมแซมและปริมาณก๊าซฯ คงเหลืออย่างต่อเนื่อง  เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการเดินเครื่อง และการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นน้ำมันดีเซลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในเวลา 05.58 น. โรงไฟฟ้าจะนะ ได้เปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันดีเซลเป็นก๊าซธรรมชาติตามปกติแล้ว รวมปริมาณน้ำมันดีเซลที่ใช้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 565,000 ลิตร สำหรับผู้ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ปตท. ได้ดำเนินการจัดหาก๊าซฯ สำรอง ซึ่งมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้งานตลอดระยะเวลาการซ่อมแซมดังกล่าวเช่นเดียวกัน

 

“ปตท. ขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในเหตุซ่อมฉุกเฉินครั้งนี้ แม้ว่าก๊าซฯ จากแหล่งเจดีเอ เอ-18 จะหายไป 440 ล้านลูกบาศก์ฟุต แต่จากการประสานงานร่วมกับ กฟผ. และเพิ่มการจ่ายก๊าซฯ จากแหล่งอื่นๆ รวมทั้งก๊าซแอลเอ็นจีทดแทน สำหรับระบบฝั่งตะวันออก ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม แหล่งเจดีเอ เอ-18 ยังมีแผนหยุดซ่อมบำรุงอุปกรณ์จ่ายก๊าซฯ ไปยังโรงไฟฟ้าจะนะ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน นี้ ซึ่ง ปตท. ได้แจ้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานในพื้นที่ และประสานงานระหว่างกันเพื่อเตรียมพร้อมแผนบริหารจัดการพลังงานเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ใช้พลังงานได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดย ปตท. จะทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดการซ่อมบำรุง” นายนพดล กล่าว