วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 10:30 น.

เศรษฐกิจ

PTT GC โชว์กำไรเฉียดหมื่นล้าน

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 16.15 น.
 

PTT GC โชว์กำไรเฉียดหมื่นล้าน

 
 
 
PTTGC ประกาศผลประกอบการ ไตรมาส 3 ปี60 กำไรสุทธิเฉียดหมื่นล้านมีกำไรสุทธิรอบ 9 เดือน สูงถึง 29,740 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่เดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC และมุ่งขยายตลาดพลาสติกสู่ภูมิภาค CLMV 
 
    
นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO)  บริษัท พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  – PTTGC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3/2560 PTTGC มีกำไรสุทธิรวม 9,955 ล้านบาท หรือคิดเป็น  ง 2.23 บาท/หุ้น  เพิ่มขึ้น 60% จากไตรมาส 3/2559 ที่มีผลกำไรรวมสุทธิอยู่ที่  6,226  ล้านบาท คิดเป็น 1.40 บาท/หุ้น และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2560 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,603 ล้านบาทหรือคิดเป็น 1.48 บาท/หุ้น โดยมีผลการดำเนินงานในรอบ                    9 เดือนแรกของปี 2560 มีกำไรสุทธิรวม 29,740 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  
 
 
ไตรมาส 3/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 104,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2559 ร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2560 รายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 2%  เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มสูงขึ้น ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น จากจำนวนวันหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุงตามแผนที่ลดลงและประสิทธิภาพของการเดินเครื่องที่ดีขึ้นของโรงงานอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 2 ที่เสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตโดยเฉลี่ยสูงขึ้นจาก ไตรมาส 3/2559 และจากไตรมาส 2/2560 และตามระดับราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น โดยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในธุรกิจการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์จากไตรมาส 3/2559 ด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ ส่วนต่างราคาพาราไซลีนปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  แต่ส่วนต่างราคาเบนซีนปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 3/2559 โดยได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอย่างผลิตภัณฑ์สไตรีนที่ปรับตัวดีขึ้น สำหรับธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ราคาเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนปรับตัวลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ราคาผลิตภัณฑ์ MEG ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาส3/2559 อยู่ที่ 29% และเพิ่มจาก  ไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 4 %
 
 
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกปี 2560 PTTGC รับรู้กำไรจากการดำเนินโครงการ MAX จำนวน 2,010 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กรที่ได้เริ่มดำเนินการมาในช่วงปลายปีที่แล้ว รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นใน 6 บริษัทในสายธุรกิจปิโตรเคมี สายโพรพิลีน สายเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 1,518 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 29,740 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน