วันเสาร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561 18:28 น.

เศรษฐกิจ

นักวิชาการชี้แนะ"6ข้อ"ปูทางสู่ประเทศรายได้สูง

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.46 น.

 นักวิชาการชี้แนะ"6ข้อ"ปูทางสู่ประเทศรายได้สูง

 

          "สภาปัญญาสมาพันธ์" เปิดผลวิจัยพัฒนาประเทศสู่ประเทศรายได้สูง สู่กลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เสนอ 6 ยุทธศาสตร์ความสำเร็จ พร้อมแนะให้ตระหนักในการสร้างชาติให้มั่นคงและยั่งยืน
          

นายทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัยสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา เปิดเผยผลวิจัยยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศสู่ประเทศรายได้สูงว่า พร้อมเสนอทางเลือกเชิงนโยบายและกลไกในการขับเคลื่อน ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยยังคงติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) เนื่องจากไม่สามารถปฏิรูปเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (innovation-driven economy) จึงไม่สามารถรักษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงไว้ได้อย่างยั่งยืน
          


ทั้งนี้ ได้นำเสนอยุทธศาสตร์และกลไกขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.เพิ่มการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา โดยการจัดทำโครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านการวิจัยและพัฒนา 2.ยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนการสอนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง 3.พัฒนาเศรษฐกิจภาคบริการ โดยเปิดเสรีภาคบริการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และย้ายแรงงานออกจากภาคเกษตร
          


4.ขยายตลาดส่งออก โดยการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเกษตรส่งออก 5.ลดต้นทุนโลจิสติกส์ โดยการผลักดันการขนส่งระบบราง และพัฒนาศักยภาพการบริหารสินค้าคงคลัง และ 6.ลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยการส่งเสริมพลังงานทดแทนเพื่อลดการนำเข้าพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
          


ด้าน ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และประธานสถาบันการสร้างชาติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ควรตระหนักในการสร้างชาติให้มั่นคงและยั่งยืน คือการกำหนดยุทธศาสตร์สำหรับพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงโครงสร้างและความซับซ้อนของโลกปัจจุบัน อันเป็นผลมาจากปัจจัยในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมของรัฐบาลพร้อมกัน 5 ด้าน คือ 1.กลยุทธ์ต้องเข้าใจได้ง่าย เพื่อลดความไม่แน่นอนและช่วยผู้ที่เกี่ยวข้องคาดการณ์สถานการณ์และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น นโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยน 2.กลยุทธ์การร่วมมือกัน โดยเพิ่มการสื่อสารให้มากขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสัมคม เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
          


3.กลยุทธ์กระจายอำนาจ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจนโยบายภาครัฐเกิดประสิทธิผลมากขึ้น เช่น การกระจายอำนาจด้านการศึกษาให้โรงเรียนต่างจังหวัดได้รับการพัฒนาและส่งเสริมอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 4.กลยุทธ์ด้านระบบดิจิทัล โดยนำเอาระบบดิจิทัลมาช่วยการจัดอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความซับซ้อนและจำนวนคนที่เกี่ยวข้อง และ 5.กลยุทธ์การมองจากภายนอก โดยภาครัฐควรใช้นโยบายเชิงรุกในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ เป็นต้น
 

หน้าแรก » เศรษฐกิจ