วันจันทร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561 11:26 น.

การศึกษา

สุดยอด!!เณรอายุ11ปีสอบบาลีป.ธ.3ได้ อนาคตใกล้"นาคหลวง-ป.ตรีอายุน้อยสุด"

วันพฤหัสบดี ที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2561, 19.29 น.

สุดยอด!!เณรอายุ11ปีสอบบาลีป.ธ.3ได้

อนาคตใกล้"นาคหลวง-ป.ตรีอายุน้อยสุด" 

 

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2561 ตามที่พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะแม่กองบาลีสนามหลวง ได้เป็นประธานการประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง ประจำปีการศึกษา 2561 ประโยค  7-8-9   ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร   และประกาศผลสอบบาลีศึกษา(บ.ศ.) สำหรับฆราวาส ประโยค บ.ศ.7-9  ด้วยในวันที่ 7 มี.ค.2561  และประกาศทุกประโยคในวันที่  8 มี.ค.นี้ เวลา 16.00 น.ที่วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 


ปรากฏว่า  ผู้ใช้เฟซบุ๊กนาม"ชัยเจริญ คงศิริ" ได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กกลุ่ม "สมาคมมหาเปรียญและคนเรียนบาลี บาลีศึกษา เพื่อรักษาพุทธพจน์" พร้อมข้อความว่า เหมือนฝัน..."สามเณรภานุวัฒน์ กองทุ่งมน วัดโมลีโลกยาราม อายุ 11 ปี สอบได้ ป.ธ.3" ได้มีผู้แสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก อนาคตของสามารถหากเอาดีทางเรียนภาษาบาลีจะต้องเป็นว่าที่นาคหลวงอย่างแน่นอน


อย่างไรก็ตามหากสามเณรเบนเข็มเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ก็สามารถเรียนได้ทันทีและจะสามารถเรียนจบเป็นบัณฑิตที่อายุน้อยที่สุด 16 ปี และจบป.โท อายุ 18 ปี และป.เอกก็ประมาณอายุ 21-.22 ปีเท่านั้น อย่างเช่น นายเอกรัฐ เดิมทำรัมย์ จบปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อายุเพียง 20 ปี  ซึ่งนายเอกรัฐนั้นเดิมบวชเป็นสามเณรเรียนนักธรรมบาลีที่วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม จนสามารถสอบบาลีได้ประโยคป.ธ.3 จึงได้นำวุฒิ ป.ธ. 3 สมัครเรียนในระดับปริญญาตรีที่ มจร วิทยาเขตวัดไร่ขิง จ.นครปฐม จนสำเร็จการศึกษาด้วยอายุเพียง 18 ปี แล้วศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาสันติศึกษา ขณะที่ยังเป็นสามเณร และได้ลาสิกขาแล้วศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาดังกล่าว และะเข้ารับประทานปริญญาบัตรวันที่  21 พ.ค.2560ที่ผ่านมา 


พร้อมกันนี้นายเอกรัฐนั้นมีพ่อเข้ามาบวชเป็นพระอยู่ที่วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ศึกษานักธรรมบาลี และปี 2560 นี้สามารถสอบบาลี ป.ธ.6 ได้ และเข้ารับเพระราชทานประกาศนียบัตร พัดเปรียญ ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2560 เช่นกัน  นับได้ว่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เปิดโอกาสทางที่ทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุและสามเณรที่สองป.ธ. 3 สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี การศึกษา 2550 เป็นต้นมา โดยไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษาจากสถานการศึกษาภายนอกประกอบ

 

ทั้งนี้ มจร เป็นมหาวิทยาลัยในสังกัดคณะสงฆ์นอกจากจะมีหน้าที่ในการจัดการศึกษาทางพระพุทธศาสนาบูรณาการเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่แล้วยังมีหน้าที่ในการบริการสังคมดังนั้นเมื่อสังคมไทยและโลกเกิดความขัดแย้งรุนแรงอาจพัฒนาเป็นการทำสงครามเกิดขึ้นทำให้ได้เห็นองค์บทบาททั้งในนามองค์กรและบุคคลซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นการสร้างสันติภาพภายในและการสร้างสันติภายนอก


1.การสร้างสันติภาพภายใน มจร ได้ส่งเสริมการปฏิบัติบูชา การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรต่างๆของ มจร นั้นนอกจากจะมีภาคทฤษฎีแล้วยังจะต้องมีการภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยระดับปริญญาตรี-โทต้องปฏิบัติธรรม 30 วันและระดับปริญญาเอก 45  วัน พร้อมกันนี้ได้เปิดหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐานโดยตรงระดับปริญญาโทซึ่งต้องไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศเมียนมาร์ 7 เดือน และมีนโยบายเปิดหลักสูตรปริญญาเอก ซึ่งบริหารงานของศูนย์พุทธวิปัสสนานานาชาติ มจร สร้าง “อาคารวิปัสสนาธุระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)”  ขึ้นมารองรับ  


นอกจากจะมีการจัดการเรียนการสอบตามหลักสูตรแล้วยังได้มีการจัดให้พระนิสิตได้ปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ ช่วงก่อนปิดภาคเรียนทุกช่วงชั้น นอกจากนี้ยังได้เปิดโอกาสให้กับประชาชนและพนักงานหน่วยงานทั่วๆไปได้เข้ามาปฏิบัติธรรม อย่างเช่น  “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ได้นำลูกสาว 3  คนบวชศีลจาริณี   


พร้อมกันนี้ มจร ยังได้เปิดหลักสูตรปริญญาโทสาขาสันติศึกษาโดยร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม และสถาบันพระปกเกล้า  พัฒนาหลักสูตรด้านนี้ขึ้นมา โดยมี พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส(นิธิบุณยากร),รศ.ดร. เป็นผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา  โดยเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาโทรุ่นที่ 1 ในปีการศึกษา 2556 และในปีการศึกษา 2560 กำลังเปิดรับสมัครเป็นรุนที่ 5 โดยมีผู้จบการศึกษาแล้วประมาณ 70 รูป/คน และเปิดระดับปริญญาเอกขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครเป็นรุ่นที่ 2  


2.การสร้างสันติภาพภายนอก สามารถแบ่งได้เป็นบทบาทการจัดการเรียนการสอนบุคคลภายนอกโดยการให้บริการความรู้ในระดับองค์กรและระดับบุคคล ดังจะเห็นได้จากการจัดการเรียนการสอนบุคคลภายนอกจากการเปิดการเรียนการสอนตามปรัชญาของพระมหาวิทยาลัยที่มุ่งให้พระภิกษุสามเณร แม่ชี ทั้งไทยและต่างชาติ ได้เข้ามาศึกษาแล้ว ยังเปิดกว้างให้บุคคลภายนอกไม่เลือกเชื้อชาติศาสนาและต่างประเทศ  โดยเว็บไซต์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้สะท้อนให้ปรากฏอย่างเช่น  “พูนสวัสดิ์ มูลศาสตร์สาทร”  อดีตส.ส.สุรินทร์ อดีตนักมวยชื่อดัง  “ปภัสรา เตชะไพบูลย์”  หรือ “ปภัสรา ชุตานุพงษ์”  อดีตตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี ๒๕๓๑  ดารานักแสดง  “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” อดีตนักการเมือง  มีศิษย์เก่าผู้ที่จบการศึกษาแห่งนี้ที่เป็นนักการมืองก็หลายคนอย่างเช่น “ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง”(เสียชีวิต)  “อดิศร เพียงเกษ”  จบถึงระดับปริญญาเอก  “ศันสนีย์ นาคพงศ์”  อดีตโฆษกรัฐบาลช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มีผลงานวิจัยเรื่อง “สัมมาวาจากลไกสร้างความปรองดอง”  เป็นต้น


ส่วนการให้บริการความรู้ในระดับองค์กรอย่างเช่นแม่งานจัดงานวันวิสาขบูชาโลกโดยบทบาทของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ที่เด่นชัดคือการรับเป็นแม่งานในการจัดงานวันวิสาขบูชาโลกตามที่สหประชาชาติประกาศให้การรับรอง เพราะมีความเห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นนักสันติภาพของโลก ประกอบกับพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดี มีในฐานะเป็นประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลกด้วย